โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

มทภ.2-มทภ.1 พบ ผบ.ทสส.มาเลเซีย ชี้แจงข้อเท็จจริง ชายแดนไทย - กัมพูชา

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 30 ก.ค. 2568 เวลา 05.51 น. • เผยแพร่ 30 ก.ค. 2568 เวลา 12.41 น.

30 ก.ค.พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก เปิดเผยผลการประชุมหารือระหว่างพลเอก ดาโต๊ะ โมฮัมหมัด นิซัม จาฟฟาร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย กับมทภ.2 และมทภ.1 ในโอกาสนำคณะเดินทางเข้าหารือรับทราบข้อเท็จจริงกรณีปัญหาชายแดนไทย - กัมพูชา เมื่อวันที่ 29 และ 30 กรกฎาคม 2568 ดังนี้

เมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม 2568 ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย ได้พบปะหารือกับ พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ณ กองบินที่ 21 จังหวัดอุบลราชธานี เพื่อรับฟัง สถานการณ์ไทย - กัมพูชา และแนวทางการแก้ไขปัญหา

แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ชี้แจงถึงมูลเหตุของสถานการณ์ก่อนจะนำมาสู่การสู้รบกันของทั้งสองประเทศ
ทั้งในเรื่องของความเห็นต่างเรื่องแผนที่และแนวทางการแก้ไขสถานการณ์

โดยฝ่ายไทยยึดแนวทางสันติ หากมีปัญหา ฝ่ายไทยจะใช้การประท้วงการละเมิดตาม MOU ส่วนฝ่ายกัมพูชาเลือกใช้การวางกำลังทหารและวางทุ่นระเบิดในพื้นที่พิพาท ซึ่งเป็นการละเมิดอนุสัญญาออตตาวา

รวมถึงมีการใช้มวลชนเข้ามาแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ในพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม ซึ่งสถานการณ์ได้เกิดความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง จนฝ่ายกัมพูชาตัดสินใจเริ่มการปะทะที่ปราสาทตาเมือนธม หลังจากที่ฝ่ายไทยได้ทำการปิดพื้นที่ปราสาทตาเมือนธม เพื่อความปลอดภัยของนักท่องเที่ยวและประชาชนของทั้งสองประเทศ

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย ได้แสดงความเข้าใจในบริบทของทั้งสองฝ่าย และเสนอให้ใช้กลไกความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา ทั้งนี้ จากผลการประชุมระหว่างนายกรัฐมนตรีของทั้งสองประเทศ ได้ตกลงร่วมกันในการจัดผู้ช่วยทูตทหารกลุ่มอาเซียน เข้าสังเกตการณ์ในพื้นที่ของไทย-กัมพูชา ก่อนการประชุมGBC ที่จะมีขึ้นในวันที่ 4 สิงหาคม 2568

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซียยังได้กล่าวอีกว่า ในกรณีที่ฝ่ายไทยรู้สึกว่าถูกยั่วยุ เสนอให้ใช้กลไกประสานงานผ่านผู้ช่วยทูตทหารไทย–มาเลเซีย หรือคณะประสานงานที่จัดตั้งไว้เข้าแก้ไขปัญหา เพื่อสร้างบรรยากาศที่ผ่อนคลาย

พร้อมย้ำว่าการหยุดยิงจะประสบความสำเร็จได้ ต้องอาศัยความร่วมมือของทั้งสองประเทศ ซึ่งมาเลเซียพร้อมจะให้ความช่วยเหลือ นอกจากนี้ ฝ่ายมาเลเซียยังสอบถามเรื่องทหารกัมพูชาที่อยู่ภายใต้การควบคุม ซึ่งแม่ทัพภาคที่ 2 ยืนยันว่าได้ดำเนินการและดูแลอย่างเหมาะสมตามหลักมนุษยธรรม และจะเร่งส่งกลับภายใต้กรอบกฎหมายระหว่างประเทศ

จากนั้นที่ กองทัพภาคที่ 1 พลเอก ดาโต๊ะ โมฮัมหมัด นิซัม จาฟฟาร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย หารือกับ พลโท อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 ณ กองทัพภาคที่ 1 กรุงเทพมหานคร

โดยผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซีย กล่าวว่า มาเลเซียพร้อมจะทำหน้าที่เป็นสื่อกลางในการทำให้เกิดความสงบและสันติสุขในภูมิภาคชายแดนไทย–กัมพูชา โดยเตรียมจัดตั้งทีมผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศ (DA TEAM) และทีมสังเกตการณ์อาเซียน (ASEAN Monitoring Team) เพื่อสังเกตการณ์หยุดยิงและรายงานข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้กลุ่มประเทศอาเซียนได้รับทราบข้อเท็จจริง

ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซียเน้นว่า จุดมุ่งหมายคือสันติภาพ โดยเสนอ 3 ข้อหลัก ได้แก่ 1. หยุดยิงในทันที, 2. ห้ามเพิ่มกำลังทหาร และ 3. เน้นความช่วยเหลือทางการแพทย์ พร้อมแนะให้ฝ่ายไทยประสานกับกัมพูชาแบบไม่เป็นทางการ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระยะยาว

ในส่วนของแม่ทัพภาคที่ 1 ได้สรุปสถานการณ์หลังการหยุดยิง และผลการพบปะกับผู้บัญชาการภูมิภาคทหารที่ 5 ของฝ่ายกัมพูชาให้ผู้บัญชาการทหารสูงสุดมาเลเซียได้รับทราบ พร้อมยืนยันว่าฝ่ายไทยได้ปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด และยินดีให้การสนับสนุนทีมสังเกตการณ์ที่จะตั้งขึ้นต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...