โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

UN ออกโรงเตือน! หลังไทยอุณหภูมิทะลุ 45 องศา เผยมันจะรุนแรงกว่าที่เราเคยเจอ

สยามนิวส์

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 04.29 น. • เผยแพร่ 02 ก.ค. 2568 เวลา 03.41 น. • สยามนิวส์
UN ออกโรงเตือน! หลังไทยอุณหภูมิทะลุ 45 องศา เผยมันจะรุนแรงกว่าที่เราเคยเจอ

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) แห่งสหประชาชาติ ประกาศเตือนทั่วโลกว่า คลื่นความร้อนกำลังจะกลายเป็นเรื่องปกติใหม่ที่ทุกประเทศต้องเผชิญอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และมันจะรุนแรงกว่าที่เราเคยเจอ

"นี่ไม่ใช่คลื่นความร้อนลูกแรก และจะไม่ใช่ลูกสุดท้าย" แคลร์ นูลลิส โฆษกของ WMO กล่าวอย่างชัดเจนในงานแถลงข่าวที่เมืองเจนีวา

เหตุการณ์ล่าสุดในยุโรปตะวันตก คือภาพสะท้อนของสิ่งที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก มวลอากาศร้อนจากแอฟริกาเหนือถูกกักไว้ด้วยระบบความกดอากาศสูง ร้อนจัดระดับที่คนออกจากบ้านแทบไม่ได้ อุณหภูมิน้ำทะเลในทะเลเมดิเตอร์เรเนียนก็พุ่งสูงราวกับกลายเป็นหม้อต้มน้ำขนาดยักษ์

ในเมืองใหญ่ ปรากฏการณ์ "เกาะความร้อนในเมือง" ยิ่งทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง ตึกสูง ถนนคอนกรีต และการขาดพื้นที่สีเขียว คือปัจจัยที่ทำให้กลางคืนยังร้อนระอุ คนไม่ได้นอน คนล้มป่วย และบางคนไม่รอด

"ความร้อนจัดคือฆาตกรเงียบ" นูลลิสเตือน "ทุกการเสียชีวิตจากคลื่นความร้อนสามารถป้องกันได้ ถ้าเรามีแผน มีการแจ้งเตือน และมีการลงมือก่อนจะสายเกินไป"

ขณะนี้ กาชาดในยุโรปต้องออกแจกน้ำ ตรวจสุขภาพ และคอยดูแลคนไร้บ้าน คนแก่ และแรงงานที่ยังต้องทำงานกลางแดดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

แต่นี่ไม่ใช่เรื่องของยุโรปเท่านั้น

ประเทศไทยเอง กำลังร้อนขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

**เมษายนที่ผ่านมา กรุงเทพฯ และหลายจังหวัดมีอุณหภูมิแตะ 44–45 องศา ร้อนจนโรงเรียนต้องปิด ร้อนจนร่างกายคนรับไม่ไหว ร้อนจนไฟดับเพราะระบบไฟฟ้าไม่ไหวตาม ภาคเกษตรเสียหาย คนล้มป่วย และมีรายงานผู้เสียชีวิตจากโรคลมแดด

ประเทศไทยไม่ได้ "ร้อนกว่าเดิม" แต่กำลัง "เปลี่ยนแปลงไปแล้ว"

หากเรายังมองคลื่นความร้อนเป็นแค่ปรากฏการณ์ที่เกิดปีละครั้ง แล้วปล่อยให้มันผ่านไป เรากำลังปล่อยโอกาสในการป้องกันตัวเองไปด้วย

คลื่นความร้อนไม่ใช่ข่าวจากต่างประเทศอีกต่อไป มันคือชีวิตจริงของคนไทยในวันนี้ และจะยิ่งหนักขึ้นในวันข้างหน้า ถ้าเราไม่เริ่มเปลี่ยนแปลงอะไรเลย

ขอขอบคุณ cna**

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...