โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

กร่างผิดคน! เจ้าของร้านจิวเวลรี่ แจ้งจับ ผัวเมียวอลโว่ ปมด่าจอดรถ ขอจบที่โรงพัก

Thaiger

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 09.26 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 02.23 น. • Thaiger ข่าวไทย

เดือดด่าหยาบ-ขู่ทำร้าย เจ้าของร้านจิวเวรี่ แจ้งความจับ ผัวเมียวอลโว่ ตำรวจสอบเบื้องต้น พบเป็นทนาย ลั่นผิดจริงฟันไม่เลี้ยง

เมื่อช่วงบ่ายวันอังคารที่ 24 มิถุนายน 2568 เว็บไซต์ข่าว โหนกระแส รายงานว่า จากกรณีดราม่าเรื่องที่จอดรถที่บานปลายจนกลายเป็นเหตุทะเลาะวิวาท ล่าสุดเรื่องราวไม่จบง่าย ๆ เมื่อ เจ้าของร้านจิวเวลรี่ วัย 37 ปี ผู้เสียหาย ได้ตัดสินใจเดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.รัตนาธิเบศร์ เพื่อให้ดำเนินคดีกับสองสามีภรรยาเจ้าของรถวอลโว่อย่างถึงที่สุด

เหตุการณ์ดังกล่าวสืบเนื่องมาจากวันที่จ้าของร้านจิวเวลรี่ได้จอดรถในช่องจอดของร้านอาหารแห่งหนึ่งตามปกติ แต่กลับถูกคู่กรณีต่อว่าด้วยถ้อยคำหยาบคายหาว่าจอดรถไม่มีมารยาท

แม้จะพยายามอธิบายอย่างไรคู่กรณีก็ไม่รับฟัง แถมยังมีเหตุการณ์ที่ทำให้ผู้เสียหายรู้สึกไม่ปลอดภัย เมื่อเห็นภรรยาของคู่กรณีหยิบสิ่งของบางอย่างส่งให้สามีถือไว้ด้านหลัง ทำให้เขากลัวว่าจะถูกทำร้าย

ภาพจาก : Aticha Thangklang

ที่ สภ.รัตนาธิเบศร์ เจ้าของร้านจิวเวลรีได้เข้าแจ้งความในข้อหา ดูหมิ่นซึ่งหน้า และข่มขู่ทำให้เกิดความหวาดกลัว ซึ่งพนักงานสอบสวนได้รับเรื่องและทำการสอบปากคำผู้เสียหายทันที พร้อมทั้งเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าคู่กรณีมีอาชีพเป็น ทนายความ

อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ให้ความมั่นใจกับผู้เสียหายว่า “ถึงแม้จะเป็นทนายความ แต่ถ้าทำผิดก็ต้องดำเนินคดีตามกฎหมาย ไม่มีข้อยกเว้น” คำยืนยันดังกล่าวทำให้ผู้เสียหายรู้สึกอุ่นใจขึ้นมาก โดยหลังจากนี้ตำรวจจะทำการรวบรวมพยานหลักฐานและเรียกตัวคู่กรณีมาสอบสวนเพื่อดำเนินคดีตามขั้นตอนต่อไป

ขณะนี้คดีอยู่ในระหว่างการรวบรวมพยานหลักฐานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และจะมีการเรียกตัวคู่กรณีมาสอบสวนตามขั้นตอนต่อไป

ความเคลื่อนไหวล่าสุด ผู้เสียหาย ได้แชร์ข่าวจาก ข่าวสด กรณีพิพาทเรื่องที่จอดรถของตนเองลงบนโซเชียลมีเดีย ทำให้ชาวเน็ตเข้ามาให้กำลังใจและแสดงความเห็นด้วยจำนวนมาก โดยมีคอมเมนต์ที่น่าสนใจระบุว่า

“คุณทำถูกแล้วค่ะ คนอื่นทำผิดเราไม่จำเป็นต้องทำผิดเหมือนเขา จะต้องยอมทำผิดเพื่อให้อยู่ในสังคมได้หรอมันก็ไม่ใช่ เป็นทนายยิ่งต้องจัดให้หนักค่ะ”

ภาพจาก : Aticha Thangklang

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...