ป.ป.ช.จ่อเรียก “พีระพันธุ์” รับทราบข้อกล่าวหาปมแจกถุงยังชีพ
เมื่อวันที่ 25 มิถุนายน 2568 นายสาโรจน์ พึงรำพรรณ เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เปิดเผยความคืบหน้าการไต่สวนกรณี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กรณีแจกถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ซึ่งมีการติดชื่อและภาพของนายพีระพันธุ์บนถุง แม้ว่าสิ่งของในถุงจะได้รับการสนับสนุนจากรัฐวิสาหกิจและภาคเอกชน อาจเข้าข่ายฝ่าฝืนมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรง
นายสาโรจน์ระบุว่า ขณะนี้อยู่ระหว่างการปรับองค์คณะไต่สวนใหม่ ซึ่งส่งผลให้การนัดหมายให้นายพีระพันธุ์เข้ารับทราบข้อกล่าวหาต้องเลื่อนออกไปก่อน แต่เมื่อองค์คณะไต่สวนชุดใหม่จัดตั้งเสร็จ จะดำเนินการนัดหมายอีกครั้งโดยเร็ว
“ยืนยันว่าทุกขั้นตอนดำเนินการตามระเบียบ ไม่ตัดสิทธิ์ผู้ถูกกล่าวหาในการโต้แย้งหรือชี้แจงข้อเท็จจริง ป.ป.ช. พร้อมเปิดโอกาสให้ชี้แจงอย่างเต็มที่ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย” เลขาธิการ ป.ป.ช. กล่าวย้ำ
เรื่องราวของนายพีระพันธุ์ ที่แจกถุงยังชีพพร้อมติดชื่อ-ภาพของตนเอง กำลังถูก คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พิจารณาไต่สวนว่าผิดมาตรฐานจริยธรรมร้ายแรงหรือไม่ โดยพบว่า มีบุคคลสองกลุ่มหลักที่ยื่นเรื่องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบพฤติกรรมนี้
กลุ่มแรกคือ นายสนธิญา สวัสดี นักร้องเรียนการเมืองอิสระ ที่ยื่นคำร้องต่อ ป.ป.ช. ตั้งแต่ประเด็นเรื่องการถือหุ้น 4 บริษัท ซึ่งอาจขัดต่อรัฐธรรมนูญ จากนั้นได้ขยายคำร้องไปยังกรณีถุงยังชีพ โดยระบุว่า การติดสติกเกอร์ชื่อและภาพนายพีระพันธุ์บนถุงยังชีพซึ่งมีของบริจาคจากหน่วยงานรัฐและเอกชน อาจเป็นการใช้ทรัพยากรที่ไม่ได้เป็นของส่วนตัวเพื่อประโยชน์ทางการเมือง
ขณะที่กลุ่มที่สองคือ นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ อดีตสมาชิกวุฒิสภา ซึ่งได้ยื่นคำร้องต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) เพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมดังกล่าว โดยเสนอให้ส่งเรื่องไปยังศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าการกระทำนั้นเข้าข่ายละเมิดจริยธรรมร้ายแรงของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือไม่
ทั้งสองคำร้องดังกล่าวถูกหยิบยกเข้าสู่กระบวนการกลั่นกรองของ ป.ป.ช. และอยู่ระหว่างการตั้งองค์คณะไต่สวนใหม่เพื่อพิจารณาข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการ โดยเลขาธิการ ป.ป.ช. ยืนยันว่า จะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมเปิดโอกาสให้นายพีระพันธุ์ชี้แจงเพื่อความเป็นธรรมทุกประการ
การตรวจสอบปมแจกถุงยังชีพของนายพีระพันธุ์ เป็นอีกหนึ่งบททดสอบทางจริยธรรมและการเมืองที่น่าจับตา ว่าจะสะท้อนความโปร่งใสของผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูงในรัฐบาลได้มากน้อยเพียงใด.