โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

[DAY 5] ตามติดทริปตะลุยนางาโนะ-นีงาตะสุดหลั่นล้ากับ “มะม่วง” ยูทูบเบอร์ญี่ปุ่นหัวใจไทย

conomi

อัพเดต 02 ก.ค. 2568 เวลา 11.09 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 12.00 น. • conomi.co

เข้าสู่วันที่ 5 ของทริปตะลุยนางาโนะ-นีงาตะไปกับ Kenji หรือคุณมะม่วง ยูทูปเบอร์ญี่ปุ่นหัวใจไทย เจ้าของเพจ “ญี่ปุ่นมั้ย いーぷんまい?” แล้ว ใครตามไม่ทันความสนุกเมื่อวานตามไปเก็บตกกันก่อนได้ที่นี่ ถ้าพร้อมกันแล้วก็ออกลุยกันต่อเลย

Day 5 ชมวิวธรรมชาติ ลิ้มรสชาติคัตสึด้ง ชิมช็อปหลากของอร่อยจากฟาร์ม นั่งมองทะเลสาบยามเย็น

1. ชมแอ่งพระจันทร์เสี้ยวที่ Senjoujiki Cirque

Senjoujiki Cirque นางาโนะ-นีงาตะ

ทุกคน! โอเก็งกิเดสกา เข้าสู่ทริปวันที่ 5 แล้วยังสดชื่นสดใสกันอยู่หรือเปล่า วันนี้มะม่วงจะพาไปซึมซับธรรมชาติกันแต่เช้าเลย เราขับรถออกจากที่พักไปประมาณครึ่งชั่วโมงก็จะถึงสถานที่ขึ้นกระเช้าไปยอดเขาสูงถึง 2,612 เมตรเพื่อชมแอ่งพระจันทร์เสี้ยว Senjoujiki Cirque แอ่งกลม ๆ รูปร่างคล้ายถ้วยที่เกิดจากการกัดเซาะของธารน้ำแข็งเมื่อ 2 หมื่นปีที่แล้ว ซึ่งเท่ากับช่วงสุดท้ายของยุคน้ำแข็งพอดีเลย โห ตอนนั้นมะม่วงน่าจะยังเป็นวุ้นอยู่เลยนะ

senjojiki ski

พอลงจากกระเช้าจะเห็นวิวทิวทัศน์ธรรมชาติกว้างใหญ่ ใครอยากออกแรงสักหน่อยก็มีทางเดินให้เดินเล่นใช้เวลาประมาณ 40 นาที ตอนนี้เป็นช่วงฤดูหนาวมีหิมะปกคลุมเต็มไปหมด แนะนำว่าควรใส่รองเท้าสำหรับเดินบนหิมะมานะ ซึ่งวันนี้มะม่วงก็มาเดินสโนว์ชูว์ชิวๆ รับลมหนาวครับ ที่นี่ขึ้นชื่อเรื่องหิมะที่มีจนถึงช่วงเดือนพฤษภาคม ทำให้ที่นี่เป็นโลเคชั่นสุดฮิตสำหรับคนรักสกี โดยตัวเชิงเขาที่มีลักษณะเป็นแอ่งนี้ทำหน้าที่เป็นสโลปชั้นดีเหมาะกับการเล่นสกีเป็นอย่างยิ่ง

แต่ถ้าใครไม่ชอบอากาศหนาว ๆ จะมาช่วงฤดูอื่นก็ได้ เช่นฤดูใบไม้ผลิซึ่งจะมีต้นซากุระบนไหล่เขาที่จะออกดอกบานสวยงามให้ชมกันได้ระหว่างทางขึ้น Ropeway โดยในช่วงนั้นบนยอดเขาจะยังมีหิมะเหลือให้ชมอยู่ ทำให้สามารถเห็นวิวหิมะและซากุระไปพร้อม ๆ กันได้ หรือจะเป็นฤดูร้อนที่เราจะได้เห็นป่าไม้ภูเขาสีเขียวสดชื่นพร้อมต้นไม้แปลกตาเหมาะกับการเดินเขาเป็นอย่างยิ่ง หรือจะเป็นฤดูใบไม้ร่วงที่เราจะได้เห็นทั้งภูเขาถูกย้อมไปด้วยสีแสดแดงสวยของใบไม้แดง โดยเพื่อน ๆ สามารถเดินชมธรรมชาติในช่วงฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วงได้ด้วยเส้นทางเดินเขา Senjoujiki Cirque (Senjojiki Cirque Hiking Trail) ที่นอกจากจะมีดอกไม้ภูเขาให้ชมแล้ว ยังมีจุดถ่ายรูปยอดฮิตอย่างบึงเคนกาอิเคะ (Kengaike Pond) และวิวเทือกเขาแอลป์ตอนใต้ของญี่ปุ่นอย่างภูเขาโฮเคน (宝剣岳) เป็นต้น

senjojiki view

แถมที่นี่ยังมีกระเช้าที่เปิดให้บริการทั้งปีด้วย ซึ่งถ้าเป็นวันที่อากาศแจ่มใส เราจะได้เห็นบรรดาน้ำตกที่ติดอันดับน้ำตกที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่นเช่นน้ำตกนากะโกะโชที่เป็นน้ำตก 38 ขั้น! เรียกได้ว่าจะเที่ยวฤดูไหนก็สนุกแถมได้ชมวิวสวย ๆ แน่นอน โดยเฉพาะคนรักการเที่ยวภูเขาก็ห้ามพลาดเลย

Senjoujiki Cirque

พิกัด 1 Ako, Komagane, Nagano การเดินทาง นั่งรถบัสจากสถานีรถไฟ Komagane Ekimae (สาย JR Iida) ประมาณ 40 นาที ลงป้าย Shirabidaira แล้วนั่งกระเช้าต่อไปลงสถานี Senjoujiki เว็บไซต์ chuo-alps.com

2. ชิมคัตสึด้งเมนูเด็ดประจำถิ่นที่ร้าน Meijitei

Meijitei Restaurant

พอใช้พลังงานไปกับการเดินสโนว์ชูว์และถ่ายรูปวิวให้เต็มที่บนยอดเขาไปแล้ว ท้องก็เริ่มหิวเป็นธรรมดา มะม่วงใช้เวลาชั่วโมงกว่า ๆ ในการลงจากเขาและเดินทางมาที่ร้าน Meijitei ซึ่งกว่าจะถึงเล่นเอาหิวไส้กิ่วเลย เพราะฉะนั้นเราต้องจัดหนักจัดเต็ม และแน่นอนว่ามะม่วงไม่พลาดโอกาสสั่งของดีประจำถื่น นั่นคือ “คัตสึด้ง (カツ丼)” นั่นเอง

สำหรับใครที่ไม่คุ้นเคยกับเมนูนี้ คัตสึ (カツ) คือการเอาวัตถุดิบต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเนื้อสัตว์หรืออาหารทะเลมาชุบแป้งทอด ส่วน ด้ง (丼) คือการเอาตัวกับมาราดข้าวทำเป็นอาหารจานเดียว รวมกันแล้วก็คือข้าวหน้าเนื้อชุบแป้งทอดนั่นเอง

วันนี้มะม่วงเลือกเป็นกุ้งและเนื้อหมูส่วนพอร์คลอยน์ซึ่งเสิร์ฟมาแบบพูนชามมากแบบไม่หวง จัดไปเลยข้าว 400 กรัม! อย่างไรก็ตาม ถ้าเพื่อนๆ ที่เป็นผู้หญิงมาทานอาหารที่นี่อาจจะต้องสั่งแบบข้าวน้อย ๆ หน่อยนะครับ

kenji meijitei katsudon

แต่ที่เด็ดไม่แพ้เครื่องก็คือซอสที่นี่อร่อยสุด ๆ จนถ้าได้ชิมคำหนึ่งแล้วจะหยุดไม่อยู่ ซอสของร้าน Meijitei เป็นสูตรต้นตำรับของร้านที่ใช้เวลานานในการพัฒนาสูตรตามความต้องการของลูกค้าจนได้ซอสสูตรเข้มข้นเฉพาะตัวที่ใช้วัตถุดิบมากถึง 12 ชนิดด้วยกัน ซึ่งซอสนี้เองที่เป็นตัวช่วยให้มะม่วงอร่อยกับบรรดาเนื้อทอดในชามได้จนชิ้นสุดท้าย เพราะรสชาติของซอสนั้นช่วยเสริมความอร่อยให้กับคัตสึด้งได้อย่างลงตัว แต่ในขณะเดียวกันก็ช่วยตัดเลี่ยนรสชาติของเนื้อชุบแป้งทอดได้เป็นอย่างดี ทำให้ข้าวทุกคำนั้นอร่อยจนทานต่อได้เรื่อย ๆ อย่างเต็มที่ บอกเลยว่าเผลอแป๊บเดียวก็หมดชามซะแล้ว

ร้าน Meijitei

พิกัด มี 4 สาขา ได้แก่ Komagane, Chuo Alps Tozanguchi, Karuizawa, Nagano Eki การเดินทาง ดูได้ที่เว็บไซต์ของแต่ละสาขา เว็บไซต์ meijitei.com แผนที่ ดูได้ที่เว็บไซต์ของแต่ละสาขา

3. กินซอฟต์ครีมนมสดจากฟาร์มที่ Komagane Farm

กินอิ่มแล้วก็มาเดินเล่นในฟาร์มเพื่อชิมของหวานและดูของฝากกันสักหน่อยดีกว่า หลังจากขับรถจากร้านอาหารมาประมาณ 10 นาที เราก็มาถึง Komagane Farm ฟาร์มแห่งนี้ตั้งอยู่ในเมืองโคมากาเนะที่โอบล้อมไปด้วยเทือกเขาแอลป์ญี่ปุ่นและแม่น้ำเท็นริวอันอุดมสมบูรณ์ ที่นี่มีโรงงานแปรรูปผลิตภัณฑ์นมซึ่งใช้น้ำนมวัวจากเกษตรกรท้องถิ่น จึงรับประกันความสดใหม่ได้แน่นอน ตอนบ่าย ๆ แบบนี้มะม่วงขอซัดซอฟต์ครีมเป็นของหวานสักหน่อย ซอฟต์ครีมที่นี่ทำจากนมวัวเข้มข้นแถมอร่อยเหมาะกับการเติมพลังตอนบ่ายเป็นที่สุด สมกับที่ เป็นเมนูซิกเนเจอร์ของฟาร์มนี้เลยล่ะ มาแล้วห้ามพลาด อร่อยสุด ๆ !

ใครที่อยากแวะซื้อของฝากกลับไปด้วย ขอแนะนำ Zuzuran House ในฟาร์ม ที่นี่จำหน่ายหลากหลายผลิตภัณฑ์จากนมวัว ไม่ว่าจะเป็นโยเกิร์ต ขนมปัง นมสด และแฮม มีให้เลือกเยอะจนแทบจะเลือกไม่หวาดไม่ไหวเลยละครับ ในจำนวนนี้จะมีสินค้าขายดีได้แก่โยเกิร์ตแบบดื่ม พุดดิ้งนมวัว ชีสรมควัน และไส้กรอก ซึ่งมีขายแบบเป็นเซ็ทของขวัญให้ซื้อติดไม้ติดมึอกลับบ้าน หรือสั่งซื้ออนไลน์ได้ แต่ไม่ว่ายังไง การได้มาเดินเลือกซื้อของอร่อยสดใหม่จากฟาร์มแบบนี้ก็ให้ความรู้สึกสนุกในแบบที่การช้อปออนไลน์มาแทนไม่ได้

Komagane Farm

พิกัด 759-447 Ako, Komagane, Nagano การเดินทาง อยู่ติดกับป้ายรถบัส Suganodai ระหว่างทางจากสถานีรถไฟ Komagane Ekimae (สาย JR Iida) ไปป้าย Shirabidaira เพื่อขึ้น Komagane Ropeway ประมาณ 10 นาที เว็บไซต์ kankou-komagane.com

4. ชมวิวทะเลสาบสุวะยามเย็นที่โรงแรม RAKO Hananoi

จาก Komagane Farm ขับรถมาประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถึงโรงแรม RAKO Hananoi ที่พักของเราในวันนี้ มะม่วงมาถึงตอนช่วงโพล้เพล้ที่บรรยากาศกำลังดี ตัวโรงแรมตั้งอยู่ติดกับทะเลสาบสุวาโกะพอดี ทำให้แขกที่เข้าพักสามารถนั่งชมความสวยงามของทะเลสาบอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตาได้ ความโชคดีของมะม่วงคือเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมาทางโรงแรมเขาเพิ่งสร้างระเบียงชมวิวเสร็จพอดี มะม่วงลองไปนั่งแล้วรู้สึกได้เลยว่าบรรยากาศดี โรแมนติกสุด ๆ แถมเห็นทางโรงแรมบอกว่าในอนาคตจะทำพื้นที่ตรงนี้เป็นบาร์ด้วยนะครับ สงสัยทำเสร็จเมื่อไหร่คงต้องมาซ้ำอีกทีซะแล้ว

และถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รักออนเซ็น ที่นี่ก็มีออนเซ็นชั้นเยี่ยมให้ลงแช่กันหลายบ่อ แต่ที่โดดเด่นเลยคือบ่อกลางแจ้งที่สามารถชมวิวทะเลสาบสุวาโกะได้ (ว่ากันว่าวิวพระอาทิตย์ตกที่เห็นจากออนเซ็นนี้สวยสุด ๆ ด้วยนะ) และบ่อสาเกท้องถิ่นที่ใช้สาเกของแถบสุวะแห่งนี้ผสมลงไปในน้ำเพื่อช่วยบำรุงผิวให้นุ่มเนียนเด้ง ดังนั้นสาว ๆ ห้ามพลาดเลยนะ

พูดถึงที่พักและออนเซ็นแล้ว จะไม่พูดถึงอาหารไคเซกิ (会席料理 อาหารคอร์สสไตล์ญี่ปุ่น) ก็คงไม่ได้ อาหารของที่นี่ปรุงโดยเชฟชิโมยูเสะ โอซามุ (下湯瀬 長武) ผู้ถ่ายทอดหัวในในการทำอาหารของตนออกมาผ่านเมนูที่ใช้วัตถุดิบหลากหลายตามแต่ละเดือน ซึ่งรสชาตินั้นเลอค่าสมกับที่เชฟมักกล่าวว่า “ของที่อร่อยนั้นต้องกินตอนที่อร่อย ถึงจะอร่อยที่สุด” ถ้าเพื่อน ๆ กำลังมองหาที่พักชั้นเยี่ยมในแถวนี้ มะม่วงขอฝาก RAKO Hananoi ไว้ในใจด้วยนะครับ

โรงแรม RAKO Hananoi

พิกัด 2-1200-3 Takashima, Suwa, Nagano การเดินทาง นั่งรถไฟสาย JR Chuuoutou จาก Shinjuku ลงสถานี Kamisuwa แล้วต่อรถรับส่งฟรีของโรงแรม เว็บไซต์ hananoi.co.jp

บันทึกการเดินทางในวันนี้จะเป็นแนวการผจญภัยหน่อย ซึ่งเชื่อว่าสาย Outdoor ผู้รักธรรมชาติน่าจะชอบกันแน่นอน Day 6 เป็นวันสุดท้ายของทริปนี้แล้ว คุณมะม่วงจะทิ้งท้ายทริปไว้ด้วยความสนุกสนานขนาดไหน ห้ามพลาดด้วยประการทั้งปวงเลย

หากใครอยากรู้จักคุณมะม่วงให้มากขึ้น ติดตามได้ตามช่องทางดังนี้

Youtube: ญี่ปุ่นมั้ย?いーぷんまい? by Kenji มะม่วง
Facebook: ญี่ปุ่นมั้ย?いーぷんまい?
Instagram: kenji_mango

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...