Trade War กลับมาปั่นตลาดโลก กองทุนชี้กลยุทธ์ “ลงทุนแบบบาร์เบล” คือทางรอดครึ่งปีหลัง
ตลาดทุนทั่วโลกในครึ่งปีหลัง 2568 กำลังเผชิญความผันผวนจากสงครามการค้าระลอกใหม่ของสหรัฐฯ ผู้จัดการกองทุนชั้นนำในงานสัมมนา Beyond Security seminar 2H เตือนนักลงทุนให้อย่ามองแค่ดัชนีที่ทำ New High แต่ให้จับตาความเสี่ยงซ่อนเร้น พร้อมแนะนำกลยุทธ์ “Barbell” เพื่อรับมือพายุเศรษฐกิจ
1.ความไม่แน่นอนยังไม่จบ จับตาไตรมาส 3/68 และ 4/68
ผู้จัดการกองทุนจากทั้ง SCBAM, UOBAM และ LH Fund ต่างเห็นตรงกันว่า ตลาดหุ้นทั่วโลกยังไม่นิ่งจากผลกระทบสงครามการค้าระลอกใหม่ของสหรัฐฯ ที่ประกาศขึ้นภาษีนำเข้า (Tariff) ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนขึ้นในช่วงไตรมาส 3–4 ของปีนี้ โดยคาดว่า Tariff ขั้นต่ำจะอยู่ที่ 10%
2.US ทำ New High แต่ซ่อนความเปราะบาง
แม้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะทำสถิติสูงสุดใหม่ โดยได้แรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี “Magnificent 7” แต่หากตัดกลุ่มนี้ออก ภาพรวมตลาดกลับไม่สดใส กลุ่มอุตสาหกรรมอื่นยังไม่เติบโต ซึ่งแสดงถึงความไม่สมดุลในตลาด
3.มุมมอง SCBAM : ยุค “สามต่ำ” กำลังกลับมา
SCBAM ชี้ว่าเศรษฐกิจโลกกำลังอยู่ในช่วง “เติบโตต่ำ เงินเฟ้อต่ำ ดอกเบี้ยต่ำ” โดยเฉพาะการปรับตัวของราคาสินค้าและผลกระทบจาก Tariff ที่ทำให้สินค้าเทขายในตลาดอื่น ทำให้ราคาปรับลดและดึงเงินเฟ้อลงต่อเนื่อง ซึ่งจะเปิดโอกาสให้ธนาคารกลางหลายประเทศพิจารณาลดดอกเบี้ยอีกครั้ง
4.กลยุทธ์ “Barbell” รับคลื่นลมผันผวน
ทั้ง 3 กองทุนแนะนำการบริหารพอร์ตแบบ “Barbell” คือกระจายลงทุนระหว่างสินทรัพย์ปลอดภัย เช่น พันธบัตรระยะสั้น และสินทรัพย์เสี่ยงที่มีศักยภาพ เช่น หุ้น Tech หรือตลาดเกิดใหม่ เพื่อรับมือกับตลาดที่ “คลื่นลมไม่พาไปข้างหน้า แต่เป็นระลอกผันผวน” ตามที่ SCBAM เปรียบเปรย
5.เอเชียยังน่าสนใจ แต่ต้องเลือกให้เป็น
แม้ตลาดหุ้นในสหรัฐและยุโรปจะปรับขึ้นมาสูงแล้ว ผู้จัดการกองทุนยังคงมองว่า “Asia Exclude.Japan” มี Valuation ต่ำ และมีโอกาสสร้างผลตอบแทนในระยะกลาง แต่ต้องลงทุนด้วยความระมัดระวัง เพราะการเติบโตอาจไม่ได้รวดเร็วแบบในอดีต
ในช่วงที่สงครามการค้ากลับมาสร้างแรงกระเพื่อมทั่วตลาดทุน สิ่งที่นักลงทุนต้องมีไม่ใช่แค่ “หุ้นดี” แต่คือ “พอร์ตโฟลิโอที่ออกแบบดี” กลยุทธ์ Barbell ที่กระจายทั้งเสี่ยงและปลอดภัย จึงเป็นเข็มทิศสำคัญของครึ่งปีหลังปี 2568