โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เมื่อทักษิณเลือก "นิ่ง" สังคมยิ่งถามดัง ทำไมหงอ "ฮุน เซน"?!?

สยามรัฐ

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 01.54 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 01.54 น.

ในสนามการเมืองไทย ชื่อของ “ทักษิณ ชินวัตร” ไม่เคยหลุดจากเวทีหลักของการวิพากษ์ แม้เวลาจะล่วงเลยมากกว่าทศวรรษนับตั้งแต่เขาถูกโค่นอำนาจเมื่อปี 2549 ทักษิณยังคงแสดงบทบาทอย่างแข็งขันทั้งผ่านสื่อ สัมภาษณ์ และโพสต์ข้อความตอบโต้ทุกครั้งที่มีประเด็นพาดพิงถึงตนเองหรือครอบครัว

แต่ความผิดปกติกลับเกิดขึ้นในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา เมื่อ “ฮุน เซน” อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา และประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา ออกมาเปิดโปงสารพัดเรื่องร้อนผ่านสื่อของประเทศตนเอง พาดพิงถึงทักษิณ และเชื่อมโยงถึงความสัมพันธ์เชิงลับกับรัฐบาลไทยปัจจุบัน โดยเฉพาะกับลูกสาวของเขา “แพทองธาร ชินวัตร”

แต่แทนที่ทักษิณจะลุกขึ้นชี้แจงหรือโต้กลับอย่างที่เคย ท่าทีของเขากลับกลายเป็น “ความเงียบสนิท” … และนั่นคือความเงียบที่กำลังทำให้ “เสียงของสังคม” ดังขึ้นเรื่อย ๆ

ฮุน เซน ปล่อยหมัดตรง: เกมเปิดหน้าหรือกลยุทธ์กดดัน?

เมื่อฮุน เซน เปิดเผยเนื้อหาการสนทนาในคลิปเสียงที่เกี่ยวโยงถึงชื่อแม่ทัพภาคที่ 2 ของไทย และเอ่ยถึง บางประเด็นในเชิงที่อาจกระทบต่ออธิปไตยของไทย นั่นไม่ใช่เรื่องเล็ก

จากคลิปเสียงดังกล่าว ทำให้เป็นที่มาของเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายภาคส่วนว่ารัฐบาลไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีแพทองธารยอมอ่อนข้อให้กับอำนาจต่างชาติ และทำให้ประเทศไทยดูเหมือน “อ่อนแอเชิงยุทธศาสตร์”

ถ้าพิจารณาในมิติการเมืองระหว่างประเทศ การเปิดโปงเช่นนี้ไม่ใช่เพียงการแฉเบื้องหลัง แต่คือการกดดันเชิงอำนาจโดยมี “ทักษิณ” เป็นจุดร่วม

ทักษิณเคยไม่เคยเงียบ แล้วทำไมครั้งนี้นิ่งสนิท?

สังคมไทยเคยชินกับภาพของ “ทักษิณผู้ไม่ยอมให้ใครดูแคลน”

เขาตอบโต้ทุกข้อกล่าวหาในสมัยอดีตนายกรัฐมนตรียิ่งลักษณ์ ชินวัตร ผู้เป็นน้องสาว

เขาเคยเปิดเกมสวนกลับคนที่ล้อเลียนเขาเรื่องคดีคอร์รัปชัน

เขาเคยทวีต-โทรศัพท์-ส่งสาส์นผ่านสื่ออย่างต่อเนื่องแม้อยู่ต่างแดน

แต่วาระนี้กลับ “นิ่งสนิท” ไม่แม้แต่โพสต์ใด ๆ ผ่าน X หรือให้สัมภาษณ์ต่อสื่อของฝ่ายสนับสนุน

คำถามจึงดังขึ้นเรื่อย ๆ ว่า

-ทักษิณเกรงกลัวอำนาจของฮุน เซน หรือไม่?

-เขามีดีลลับอะไรที่ถูกจับได้หรือไม่?

-หรือความเงียบครั้งนี้คือการยอมรับโดยปริยาย?

เงียบ = ยอมรับ? เมื่อการไม่ปฏิเสธคือการส่งสัญญาณ

ในแวดวงการเมือง การนิ่งเฉยในประเด็นที่อ่อนไหวเท่ากับการ “ปล่อยให้สังคมตีความ” และนั่นอันตรายมากกว่าการโต้กลับเสียอีก

ท่าทีของทักษิณที่เงียบในจังหวะที่ควร “อธิบาย” กำลังเปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามใช้ประเด็นนี้โจมตีอย่างได้ผล เช่น

-ฝ่ายค้านชูประเด็นนี้ในสภาเพื่อกดดันแพทองธาร

-กลุ่มผู้ชุมนุม “รวมพลังแผ่นดิน” ใช้ประเด็นนี้ปลุกกระแส “ขายชาติ”

-สายอนุรักษนิยมตั้งคำถามถึงความปลอดภัยเชิงยุทธศาสตร์ของชาติ

แม้คนที่ถูกพักหน้าที่อย่างแพทองธารจะยังมีชื่อเป็นรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม แต่ภาพลักษณ์ของเธอกลับถูกบั่นทอนทุกขณะ โดยที่พ่อผู้เคยปกป้องลูกเสมอ…กลับนิ่งเฉย

ความสัมพันธ์ “ทักษิณ-ฮุน เซน”: พันธมิตรเก่า กลายเป็นหอกข้างแคร่?

ในอดีต ฮุน เซน คือพันธมิตรคนสำคัญของทักษิณ เขาเคยให้ที่พักพิงหลังรัฐประหารปี 2549 มีข่าวว่ามีการร่วมลงทุนในกัมพูชา และแม้ในช่วงยิ่งลักษณ์ ฮุน เซน ก็แสดงจุดยืนสนับสนุนรัฐบาลที่ใกล้ชิดทักษิณ

แต่ภาพในปัจจุบันเปลี่ยนไปสิ้นเชิง

ฮุน เซน ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่อาจทำให้รัฐบาลแพทองธารล้มได้

เขาใช้สื่อในประเทศตนเองในการเปิดประเด็น

และที่สำคัญ…เขาทำเช่นนั้น “โดยไม่ถูกทักษิณตอบโต้ใด ๆ เลย”

นักวิเคราะห์บางคนจึงตั้งข้อสังเกตว่า อาจมี “ดีลบางอย่างที่ผิดคำมั่น” หรือ “ข้อตกลงทางผลประโยชน์” ที่ไม่สำเร็จ จนกลายเป็นสาเหตุที่ฮุน เซน เปิดเกมเชิงรุก

ราคาที่ต้องจ่ายของความเงียบ

ความเงียบของทักษิณอาจช่วยเลี่ยงการปะทะในระยะสั้น แต่ส่งผลเสียมหาศาลในระยะยาวดังนี้

1. บั่นทอนเครดิตตนเอง จากผู้นำที่เคยแหลมคม กลายเป็นภาพของผู้นำที่ “เลือกเงียบเพื่อเอาตัวรอด”

2. กระทบลูกสาวทางตรง แพทองธารต้องเผชิญกับแรงเสียดทานจากทั้งภายในและภายนอก กลายเป็นนายกรัฐมนตรีที่ต้อง “แบกรับเงาของพ่อ” โดยไม่ได้รับการปกป้อง

3.เปิดโอกาสให้ฝ่ายตรงข้ามขยายผล ทุกคำถามที่ไม่ถูกตอบ จะกลายเป็น “ช่องให้สมมุติฐานลบ” ลุกลามในสังคม

หากนี่คือกลยุทธ์…มันอาจย้อนกลับมาเล่นงาน

บางฝ่ายอาจมองว่าทักษิณใช้ “ความเงียบ” เป็นกลยุทธ์ ให้เวลาผ่านไปเพื่อให้เรื่องจาง แต่ในยุคที่ข่าวสารวิ่งเร็ว วาทกรรมแรง และสังคมจับจ้อง ความเงียบไม่ใช่เกราะกำบังอีกต่อไป

ยุคนี้คนไม่รอคำแถลง: หากไม่พูด ความเข้าใจผิดจะถูกสร้างขึ้น

โซเชียลไม่ให้เวลา: ความเงียบ = พาดหัวใหม่ให้ฝ่ายตรงข้ามทุกวัน

การเมืองไม่ทนต่อสุญญากาศ: หากไม่มีคำอธิบาย สภาจะเรียกฝ่ายค้านเข้ามาตรวจสอบอย่างเข้มข้น

ทางออก: ยังทันไหม?

หากทักษิณต้องการรักษาทั้งภาพลักษณ์ของตนเอง และเสถียรภาพทางการเมืองของลูกสาวในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ทางออกที่ดีที่สุดคือ

1.แถลงอย่างเป็นทางการ อธิบายความสัมพันธ์กับฮุน เซน และชี้แจงข้อเท็จจริง

2.ขอรับผิดชอบหากมีข้อบกพร่อง แสดงความกล้าหาญทางจริยธรรม

3.ยุติบทบาทแทรกแซง ลดความเชื่อมโยงในสายตาประชาชนระหว่างเขากับรัฐบาลลูกสาว

เพราะหากปล่อยให้ “ฮุน เซน” พูดฝ่ายเดียว โดยไม่มีการโต้กลับจากทักษิณ…ความเงียบนั้นจะกลายเป็นคำพิพากษาทางสังคมอย่างไม่มีวันย้อนกลับ

เสียงเงียบของทักษิณ-เสียงดังของสังคม

ในโลกการเมือง ความเงียบคือกลยุทธ์ได้ในบางจังหวะ…แต่ไม่ใช่ในเวลาที่ข้อกล่าวหากำลังสั่นคลอนเสถียรภาพของประเทศ และลูกสาวของทักษิณกำลังเผชิญแรงกดดันหนักที่สุดในชีวิตทางการเมือง

“ทักษิณผู้ไม่เคยยอมใคร” กำลังนิ่งผิดวิสัย และความนิ่งครั้งนี้ไม่เพียงเป็นสัญญาณให้ฝ่ายตรงข้ามเคลื่อนไหว แต่ยังเป็นบทพิสูจน์ว่า “ผู้นำในอดีต” จะกล้ายอมรับภาระทางจริยธรรมในฐานะ “พ่อของผู้นำในปัจจุบัน” หรือไม่

เพราะบางครั้ง…เสียงที่ดังที่สุดในสนามการเมืองคือเสียงของ “คนที่ควรพูด…แต่ไม่พูด”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...