โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

พาณิชย์ เตือนผู้ส่งออกกระเทียมไทย รับมือมาตรฐานนำเข้าใหม่ของเคนย่า

Khaosod

อัพเดต 03 ก.ค. 2568 เวลา 06.04 น. • เผยแพร่ 03 ก.ค. 2568 เวลา 06.03 น.

พาณิชย์ เตือนผู้ส่งออกกระเทียมไทย รับมือมาตรฐานนำเข้าใหม่ของเคนย่า

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ เปิดเผยว่า สำนักงานมาตรฐานสินค้าเคนยา (Kenya Bureau of Standards : KEBS อยู่ระหว่างเสนอ (ร่าง) มาตรฐานผลิตภัณฑ์กระเทียมบดสดและกระเทียมบดเข้มข้นฉบับใหม่ (DKS 2431:2025 Garlic paste -Specification) เพื่อทบทวนมาตรฐานผลิตภัณฑ์กระเทียมบดจากมาตรฐานเดิมฉบับปี 2018 ซึ่งเป็นการยกระดับความปลอดภัยของผู้บริโภคและควบคุมคุณภาพสินค้าที่ผลิตและจำหน่ายในประเทศตลอดจนสินค้านำเข้าด้วย

โดยมีข้อกำหนดด้านสุขอนามัยทั่วไป เช่น ต้องผลิตในสถานที่สะอาด ปราศจากแมลง เชื้อรา สิ่งแปลกปลอม การปนเปื้อนจากสัตว์ รวมถึงไม่มีกลิ่นหรือรสชาติที่ผิดปกติ นอกจากนี้ ในส่วนของการทดสอบด้านกายภาพและสารเคมีต้องเป็นไปตามมาตรฐานคุณภาพของประเทศเคนยา (KS ISO) มาตรฐานผลิตภัณฑ์สากล (ISO) และข้อกำหนดท้ายภาคผนวก เช่น

ต้องมีสีขาวนวลถึงน้ำตาลอ่อน มีการปนเปื้อนของโลหะหนักไม่เกินร้อยละ 22 และร้อยละ 55 และมีค่าความเป็นกรดน้อยกว่าหรือเท่ากับร้อยละ 0.8 และร้อยละ 5 สำหรับกระเทียมบดสดและกระเทียมบดเข้มข้น ตามลำดับ รวมทั้งปริมาณสารตะกั่วต้องไม่เกิน 2.0 ppm สารอะฟลาท็อกซิน (Aflatoxin) โดยรวมไม่เกิน 10 ppb และต้องไม่พบเชื้ออีโคไล (E. coli) สำหรับกระเทียมบดสด เป็นต้น

นอกจากนี้ ผู้ประกอบการจะต้องติดฉลากอาหารให้ผู้บริโภคได้รับทราบข้อมูลอย่างชัดเจน เช่น ชื่อผลิตภัณฑ์ ผู้ผลิตที่อยู่ น้ำหนักสุทธิ วันที่ผลิต/หมดอายุ หมายเลขสินค้า ส่วนผสม คำแนะนำในการเก็บ หากมีการดัดแปรพันธุกรรมหรือผ่านการฉายรังสีก็จะต้องระบุไว้บนฉลากด้วย

สำหรับการบรรจุภัณฑ์นั้นจะต้องใช้วัสดุที่ได้รับการรับรองว่าปลอดภัยสำหรับการสัมผัสอาหารโดยตรงและไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภค (Food Grade) และการขนส่งต้องบรรจุในตู้คอนเทนเนอร์ที่สามารถรักษาคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้าได้ โดย KEBS จะเป็นหน่วยงานสุ่มตัวอย่างตรวจสอบตามมาตรฐาน KS ISO 948 ซึ่งเป็นมาตรฐานการสุ่มตัวอย่างสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์อาหารตามหลักเกณฑ์ทั่วไป

และนำมาใช้สำหรับการเก็บตัวอย่างเพื่อการวิเคราะห์และควบคุมคุณภาพสินค้าในกลุ่มกระเทียมบดของประเทศเคนยา ทั้งนี้ (ร่าง) มาตรฐานดังกล่าวอยู่ในขั้นตอนการออกกฎหมายโดย KEBS หลังจากผ่านการรับฟังความเห็นจากผู้มีส่วนได้เสียและภาคประชาชนแล้วเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2568

นางอารดากล่าวว่า ไทยมีความสามารถในการผลิตผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปและเครื่องปรุงและมีศักยภาพในการส่งออกเป็นที่ยอมรับในตลาดโลก ซึ่งรวมถึงประเทศในกลุ่มทวีปแอฟริกา จากข้อมูลของศูนย์อัจฉริยะเพื่ออุตสาหกรรมอาหาร (Food Intelligence Center) กระทรวงอุตสาหกรรมของไทยเปิดเผยข้อมูลว่า ในปี 2566 ไทยส่งออกเครื่องปรุงรสเป็นอันดับ 6 ของโลก มูลค่า 977 ล้านดอลลาร์สหรัฐ มีอัตราเติบโตโดยเฉลี่ย 5 ปี นับตั้งแต่ 2561 – 2566 ที่ร้อยละ 7.6จึงมีโอกาสทางการตลาดกระเทียมบดในกลุ่มทวีปแอฟริกา เพื่อผลิตผลิตภัณฑ์อาหารแปรรูปและเครื่องปรุงรสอีกมาก

ทั้งนี้ ในช่วงเดือนมกราคม - เมษายน 2568 ไทยส่งออกกระเทียมบด/แช่เย็นไปกลุ่มทวีปแอฟริกา มูลค่า 0.38 ล้านบาท แม้ว่ามูลค่าและอัตราการเติบโตจะมีไม่มาก แต่จากการศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมของ (ร่าง) มาตรฐานดังกล่าว ยังคงมีความสำคัญที่ผู้ประกอบการไทยควรจะต้องติดตามความคืบหน้าเพื่อรองรับโอกาสการส่งออกเพิ่มเติมและเตรียมความพร้อมสำหรับการขยายตลาดส่งออกกระเทียมบดไปยังเคนยาและกลุ่มทวีปแอฟริกาได้อย่างถูกต้องตามข้อกำหนด ด้านความปลอดภัยอาหารของคู่ค้า

ทั้งนี้ ผู้ประกอบการสามารถศึกษารายละเอียดของ (ร่าง) มาตรฐานผลิตภัณฑ์กระเทียมบดของเคนยาเพิ่มเติมได้ที่https://members.wto.org/crnattachments/2025/TBT/KEN/25_01907_00_e.pdf
หรือสอบถามข้อมูลได้ที่กองบริหารสินค้าข้อตกลงและมาตรการการค้า โทร 0 2547 4848

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : พาณิชย์ เตือนผู้ส่งออกกระเทียมไทย รับมือมาตรฐานนำเข้าใหม่ของเคนย่า

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...