โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ยานยนต์

Lamborghini ฉลอง 10 ปี Carbon Neutrality

autoinfo.co.th

เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 07.00 น.

Sant’Agata Bolognese-Automobili Lamborghini (ออโทโมบิลี ลัมโบร์กินี) ฉลองครบรอบ 10 ปี การเดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (Carbon Neutrality) แบบสะสมของโรงงานผลิตเมืองซันตากาตา โบโลนเญสในปีนี้ ซึ่งแผนการดำเนินงานเพื่อผ่านการรับรองนี้ถือเป็นการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ได้รับการสนับสนุนอย่างแข็งขันจากทุกภาคส่วนในองค์กร และทำให้โรงงานผลิตแห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในศูนย์การผลิตแห่งแรกในเครือ Audi Group (เอาดี กรุพ) ที่ผ่านการรับรอง และยังเป็นแห่งแรกของโลกที่ได้รับการรับรอง DNV

สเตฟาน วิงเคิลมันน์ ประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Automobili Lamborghini กล่าวว่า เราได้ตัดสินใจเริ่มต้นเส้นทางที่ท้าทายนี้เมื่อ 10 ปีก่อน เพื่อเปลี่ยน "ความยั่งยืน" ให้กลายเป็นกลยุทธ์หลักของบริษัทในอนาคต และวันนี้ คือ วันแห่งการเฉลิมฉลองความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ และเหนือสิ่งอื่นใด ถือเป็นการตอกย้ำถึงพันธกิจของเราในการมุ่งมั่นพัฒนาที่ต่อเนื่อง สามารถวัดผลได้ และสอดคล้องกับคุณค่าของแบรนด์อย่างแท้จริง

ความเป็นกลางทางคาร์บอนแบบสะสม (On-balance) หมายถึง การที่บริษัทสามารถลดการปล่อยคาร์บอนได้มากที่สุดตามมาตรการที่วางไว้ และทำการชดเชยในส่วนตกค้าง และส่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ผ่านโครงการลดคาร์บอนต่างๆ เพื่อให้ค่าสุทธิเป็นศูนย์ ซึ่งในกรณีของ Lamborghini นั้น โรงงานผลิตเมืองซันตากาตา โบโลนเญสสามารถบรรลุเป้าหมายดังกล่าว ผ่านการดำเนินการเพื่อลดการปล่อยคาร์บอนโดยตรง ควบคู่ไปกับการชดเชย ผ่านโครงการที่ดำเนินการทั่วโลก ทั้งนี้ ไม่นับรวมการปล่อยคาร์บอนจากการใช้งานรถยนต์

เส้นทางเพื่อสิ่งแวดล้อมซึ่งเริ่มต้นขึ้นจากการรับรองมาตรฐานโรงงานผลิตเมืองซันตากาตา โบโลนเญส ในปี 2558 ได้รับการสานต่อตลอดหลายปีที่ผ่านมา ด้วยการนำมาตรการด้านประสิทธิภาพพลังงาน และนวัตกรรมทางเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ควบคู่ไปกับการชดเชยการปล่อยมลพิษที่เหลืออยู่ซึ่งเป็นส่วนที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

แนวทางแบบบูรณาการ-ลด ก่อน ชดเชย

สำหรับ Automobili Lamborghini ความเป็นกลางทางคาร์บอนไม่ใช่แค่การชดเชยการปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการผลิตเท่านั้น แต่เริ่มจากการสร้างกลยุทธ์ที่เป็นระบบในการเฝ้าระวัง และลดการปล่อยคาร์บอนอย่างรัดกุม

ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทฯ สามารถลดปริมาณการปล่อยคาร์บอนจากโรงงานผลิตได้ถึง 49 % เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2557 แม้ว่าขนาดของบริษัทจะใหญ่ขึ้นเป็น 2 เท่าก็ตาม โดยใช้กระบวนการ เทคโนโลยี และโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการดำเนินงานด้านประสิทธิภาพพลังงานอย่างเป็นรูปธรรม หนึ่งในการดำเนินงานครั้งสำคัญ คือ การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ในปี 2553 ซึ่งต่อมาขยายจนครอบคลุมพื้นที่ 15,000 ตารางเมตร และสามารถผลิตพลังงานมากกว่า 2 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง/ปี ให้แก่โครงข่ายไฟฟ้า และช่วยลดการปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์ได้ราว 800 ตัน/ปี และวันนี้ บริษัทฯ กำลังวางแผนขยายระบบโซลาร์เซลล์เพิ่มเติมในพื้นที่คลังสินค้าซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การลดคาร์บอน และคาดว่าจะเสร็จสิ้นภายในปี 2568 โดยจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าได้อีก 2.89 ล้านกิโลวัตต์ชั่วโมง/ปี และลดแกสคาร์บอนไดออกไซด์ได้อีก 1,200 ตัน/ปี เสริมสร้างการพึ่งพาตนเองด้านพลังงานของโรงงานให้เข้มแข็งมากขึ้น

แม้แต่การออกแบบอาคารของบริษัทก็ได้นำเอาแนวคิดนี้มาใช้แบบบูรณาการ โดยสำนักงานใหญ่ Torre 1963 ซึ่งเปิดตัวในปี 2560 ได้รับมาตรฐาน LEED Platinum ด้วยคะแนนสูงสุดเป็นประวัติการณ์ของประเทศอิตาลีที่ 92/100

ในอีกด้านหนึ่ง สำหรับการใช้พลังงานจากแกสธรรมชาติ บริษัทฯ ได้ติดตั้งระบบผลิตพลังงานแบบทไรเจเนอเรชันในปี 2558 และ 2560 ซึ่งสามารถผลิตพลังงานไฟฟ้า พลังงานความร้อน และพลังงานความเย็นได้ในกระบวนการเดียว ช่วยลดการปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 1,000 ตัน/ปี Lamborghini ยังเป็นผู้ผลิตยานยนต์รายแรกในประเทศอิตาลี ที่ใช้ระบบทำความร้อนจากแกสชีวภาพเมื่อปี 2558 สามารถผลิตพลังงานความร้อนได้ 3,000 เมกะวัตต์ชั่วโมง/ปี และลดการปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์ได้อีก 500 ตัน

ในปี 2565 บริษัทฯ ยังได้จัดตั้งคณะทำงานด้านประสิทธิภาพพลังงาน (Energy Efficiency Task Force) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในขอบเขตงานที่ใช้พลังงานสูง พร้อมยกระดับประสิทธิภาพโดยรวมของโรงงานผลิตอย่างต่อเนื่อง

รานิเอรี นิคโคลี ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการผลิต Automobili Lamborghini กล่าวว่า โรงงานแห่งนี้ คือ เครื่องพิสูจน์ที่ชัดเจนว่าความเป็นเลิศด้านการผลิต และความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมสามารถเดินทางควบคู่ไปด้วยกันได้ ทุกๆ การดำเนินงานของเราสะท้อนถึงวิสัยทัศน์แบบองค์รวมที่ให้ความสำคัญกับประสิทธิภาพ นวัตกรรม และความยั่งยืนเป็นหัวใจหลัก

Automobili Lamborghini ยังได้นำระบบบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม และพลังงานตามมาตรฐานสากล ISO 14001:2015 และ ISO 50001:2018 มาใช้เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้ทรัพยากร และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รับการรับรองมาตรฐาน EMAS (Eco-Management and Audit Scheme) ครั้งแรกในปี 2552 และมีการตรวจวัดการปล่อยคาร์บอนตามมาตรฐาน ISO 14064-1:2018 ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการสื่อสารอย่างโปร่งใส และควบคุมผลกระทบอย่างเคร่งครัดของบริษัทฯ

แนวทางการลดคาร์บอนจึงถูกต่อยอดสู่ทุกขอบเขตการทำงานที่มีการปล่อยคาร์บอน (Scope 1, 2 และ 3) ตลอดทั้งห่วงโซ่มูลค่า นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้าสู่อนาคตด้วยการกำหนดกลยุทธ์ในแผน “Direzione Cor Tauri” โดยมีเป้าหมายเพื่อการสร้างสมดุลระหว่างความเป็นเลิศด้านวิศวกรรมกับความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม

*การปล่อยคาร์บอนของโรงงานผลิต และโครงการชดเชยในขอบเขตงาน
ในปี 2567 ปริมาณการปล่อยแกสคาร์บอนไดออกไซด์ของโรงงานผลิต (Scope 1 และ 2) อยู่ที่ 29,849 ตัน ซึ่ง Lamborghini ตั้งเป้าหมายที่จะลดลงให้มากที่สุด โดยส่วนที่ยังหลีกเลี่ยงไม่ได้จะถูกชดเชยด้วยคาร์บอนเครดิทที่ผ่านการรับรอง

Automobili Lamborghini เริ่มต้นเส้นทางนี้ในปี 2558 ด้วยการลงทุนในโครงการที่สร้างผลกระทบเชิงบวกในระดับท้องถิ่น โดยเป็นโครงการที่สามารถสร้างผลประโยชน์ที่เป็นรูปธรรมทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม และสำหรับชุมชนที่เกี่ยวข้อง เช่น แผนส่งเสริมการใช้จักรยานในเมืองโบโลนญา และโครงการดักจับคาร์บอนในบริเวณลากูนาของเวนิศ ซึ่งใช้ระบบกรองธรรมชาติจากพืช และความเค็มของน้ำทะเลที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อดูดซับ และกักเก็บแกสคาร์บอนไดออกไซด์ในบรรยากาศ

นับตั้งแต่ปี 2565 Lamborghini ได้คัดเลือกเฉพาะคาร์บอนเครดิทที่ผ่านการรับรองขั้นสูงสุดในระดับสากล เช่น Gold Standard และ Verra ซึ่งให้ความสำคัญกับโครงการผลิตพลังงานหมุนเวียน และสอดคล้องกับค่านิยมของแบรนด์ที่ให้ความสำคัญกับความยั่งยืนที่เป็นรูปธรรม และมีความโปร่งใสอย่างแท้จริง

รายงานความยั่งยืนฉบับแรกกำลังจะเกิดขึ้น
ปี 2568 ไม่เพียงเป็นวาระครบรอบ 10 ปี บนเส้นทางสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนของโรงงานซันตากาตา โบโลนเญสเท่านั้น หากยังเป็นจุดเริ่มต้นของกลยุทธ์ด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล (ESG) ของ Automobili Lamborghini โดยจะมีการจัดทำรายงานความยั่งยืน (Sustainability Report) ฉบับแรกในประวิติศาสตร์บริษัทฯ

รายงานฉบับนี้ไม่ใช่แค่เอกสารเปิดเผยข้อมูลเท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องมือเพื่อการกำกับดูแลที่ออกแบบมาเพื่อนำเสนอผลลัพธ์ที่เกิดขึ้น แผนงานที่กำลังดำเนินการ และเป้าหมายในอนาคต อย่างเป็นระบบ และโปร่งใส รายงานนี้ยังช่วยให้หน่วยงานสามารถรวบรวมการติดตามผลการปฏิบัติงานด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และการกำกับดูแลภายในองค์กร และในขณะเดียวกัน ก็ช่วยยกระดับการสื่อสารกับผู้ถือประโยชน์ทุกฝ่ายอีกด้วย

นับตั้งแต่แนวทางการลดคาร์บอน ไปสู่การดูแลสุขภาวะของบุคลากร ตั้งแต่การบริหารทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ ไปจนถึงการมีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่น รายงานฉบับนี้จะเชื่อมโยงความมุ่งมั่นของ Lamborghini ไปสู่การเป็นองค์กรที่มีความรับผิดชอบ และความยั่งยืนอย่างแท้จริงในทุกมิติของการดำเนินงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...