โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นไทยใครได้-ใครเสีย รับไฟสงครามตะวันออกกลาง

Share2Trade

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 04.49 น. • เผยแพร่ 18 มิ.ย. 2568 เวลา 07.00 น. • Share2Trade

นอกจากมาตรการภาษีของทรัมป์ที่คอยกดดันตลาดทุนทั่วโลกมาตลอดในปีนี้ แต่ก็ยังประเด็นของสงครามตะวันออกกลางสร้างความกังวลให้นักลงทุนมาอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน โดยสถานการณ์ล่าสุดก็ได้เริ่มส่งสัญญาณบางอย่างขึ้น ซึ่งในวันนี้ทางสำนักข่าว Share2Trade จึงอยากจะหยิบมุมมองการลงทุนที่น่าสนใจมาแบ่งปัน

หุ้นไทยใครได้-ใครเสีย_S2T-(เว็บ).jpg

โดยนักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มุมมองว่าสมรภูมิตะวันออกกลางเดือด โดยในวันที่ 13 มิ.ย. 68 อิสราเอลได้โจมตีเป้าหมายในอิหร่าน เช่น โรงงานอาวุธนิวเคลียร์ โดยอิสราเอลให้เหตุผลถึงความจำเป็นในการตัดกำลังอาวุธนิวเคลียร์ ส่วนอิหร่านได้ระดมโจมตีตอบโต้เช่นกัน

และแม้ในวันที่ 16 มิ.ย.68 อิหร่านจะส่งสัญญาณว่าต้องการยุติสงคราม แต่สงครามข้างต้นยังถือว่ามีความไม่แน่นอนว่าจะจบลงหรือไม่ หลังเช้าวันที่ 17 มิ.ย. 68 ประธานาธิบดีทรัมป์ระบุว่า “ทุกคนควรออกจากเตหะราน (เมืองหลวงของอิหร่าน) ในทันที” ท่าทีสหรัฐยืนกรานว่าตนไม่เกี่ยวข้องกับสงครามครั้งนี้

พร้อมแสดงจุดยืนว่าถ้าหากสหรัฐฯ ถูกโจมตีโดยอิหร่าน อิหร่านจะเผชิญการโจมตีจากสหรัฐในระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ด้านจีนและสหราชอาณาจักร ยืนอยู่ข้างอิหร่านโดยให้ความเห็นว่าการโจมตีของอิสราเอลเป็นการละเมิดอธิปไตยของอิหร่าน และให้ยุติการกระทำก่อนสถานการณ์จะลุกลามบานปลาย

ดังนั้น ทิศทางสงครามมีท่าทีว่าจะยังรุนแรงต่อเนื่องตลอดสัปดาห์ มองตลาดมีแนวโน้มตอบรับต่อข่าวดังกล่าวเช่นกัน โดยทางฝ่ายมอง ราคาน้ำมัน และ ทองคำมีโอกาสตอบรับเชิงบวก

สำหรับผลด้านบวกต่อหุ้นไทย กลุ่มพลังงานเกี่ยวกับน้ำมันต้นน้ำได้ประโยชน์ ทั้งนี้ปัจจุบันราคาน้ำมันปรับตัวเพิ่มขึ้นมาพอสมควร มอง PTTEP ยังน่าสนใจเทรดเก็งกำไร ทั้งนี้กลุ่มโรงกลั่น TOP BCP SPRC มองว่าน่าสนใจรองลงมา เนื่องจากคาดจะได้ประโยชน์จากกำไรสต๊อกน้ำมัน(stock gain)

แต่มียังมีความเสี่ยงด้านต้นทุนน้ำมันเช่นกัน หากมีช่องแคบ Hormuz มีปัญหา กลุ่มค้าปลีกน้ำมันมองเป็นกลาง แม้ราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น แต่เนื่องจากฐานะเงินกองทุนน้ำมันปรับตัวดีขึ้นน่าจะประครองค่าการตลาดได้ระยะหนึ่ง

ส่วนผลด้านลบต่อหุ้นไทย กลุ่มโรงไฟฟ้า มีแนวโน้มได้รับผลกระทบจากราคาก๊าซธรรมชาติในตลาดโลกที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น กรณีที่สถานการณ์ไม่คลี่คลายและราคาก๊าซสูงต่อเนื่อง อาจจะมีผลในช่วง 1-2 ไตรมาสข้างหน้า โดยโรงไฟฟ้าที่มีผลกระทบหลักจะเป็น BGRIM และ GPSC

เช่นเดียวกันกับ กลุ่มปิโตรเคมีจะได้รับผลกระทบทางลบหากน้ำมันปรับขึ้นสูง เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบจะสูงขึ้น แม้มีประเด็นด้านจีนและสหรัฐที่คลี่คลายช่วยหนุนก่อนหน้า แต่ระยะสั้นเนื่องจากราคาน้ำมันปรับขึ้นแรง น่าจะเป็น sentiment ลบต่อทั้งกลุ่ม

กลุ่มโรงแรม จากประเด็นสงคราม อิสราเอล-อิหร่าน คาดจำนวนนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางมีแนวโน้มลดลงเล็กน้อย จากการชะลอการตัดสินใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในไทย โดยจำนวนนักท่องเที่ยวตะวันออกกลางสะสม เดือน ม.ค.-พ.ค. ปี 68 มีสัดส่วนเพียง 1.4% ของนักท่องเที่ยวต่างชาติ จากสัดส่วนข้างต้นหุ้นในกลุ่มโรงแรมรับผลกระทบเล็กน้อย แต่คาด MINT CENTEL ERW SPAได้รับ sentiment เชิงลบในระยะสั้น เนื่องจากกลุ่มลูกค้าเป็นชาวจีน ยุโรปเป็นหลัก

สุดท้ายกลุ่มโรงพยาบาล จากประเด็นสงคราม อิสราเอล-อิหร่าน คาดจำนวนผู้ป่วยตะวันออกกลางมีแนวโน้มลดลง จากการชะลอการตัดสินใจเดินทางเข้ามารักษา (fiy in) หรือการส่งผู้ป่วยของรัฐบาลของประเทศในแถบตะวันออกกลาง สำหรับหุ้นที่คาดว่าอาจได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว จากการมีสัดส่วนผู้ป่วยเป็นชาวตะวันออกกลาง

โดยเรียงจากมากไปน้อย ได้แก่ PR 9 สัดส่วนผู้ป่วยชาวตะวันออกกลาง ประมาณ 30% ของรายได้รวม, BH สัดส่วนผู้ป่วยชาวตะวันออกกลาง ประมาณ 25% ของรายได้รวม, BDMS สัดส่วนผู้ป่วยชาวตะวันออกกลาง ประมาณ 16% ของรายได้รวม และ BCH สัดส่วนผู้ป่วยชาวตะวันออกกลาง ประมาณ 13% ของรายได้รวม

หุ้นไทยใครได้-ใครเสีย.jpg
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...