แม่ทัพภาคที่ 2 ยันมุ่งมั่นปกป้องอธิปไตยชาติ ชี้ปัญหาการเมืองเป็นเรื่องของรัฐบาล
แม่ทัพภาคที่ 2 ยันทำหน้าที่รักษาอธิปไตยเหมือนเดิม เหตุการณ์แบบนี้ถือเป็นบทเรียนที่ทุกคนได้เห็น และได้เรียนรู้ในการแก้ปัญหา ขณะที่นักเรียนเขียนความรู้สึกให้กำลังใจแม่ทัพ และกำลังพลแนวหน้า
19 มิถุนายน 2568 - เวลา 14.00 น. ที่สโมสรร่วมเริงไชย ค่ายสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 อ.เมือง จ.นครราชสีมา พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้รับมอบสิ่งของ และเครื่องอุปโภคบริโภคจากประชาชน อาทิ โรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย โรงเรียนสุรธรรมพิทักษ์ และบริษัท โชคชัยพิบูล จำกัด เพื่อนำไปมอบเป็นกำลังใจให้กับกำลังพลทหารที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาอธิปไตยของไทยตามแนวชายแดนด้าน จ.อุบลราชธานี จ.ศรีสะเกษ จ.สุรินทร์ และ จ.บุรีรัมย์ โดยมีพลตรีนรธิป โพยนอก รองแม่ทัพภาคที่ 2 พ่อค้า นักธรกิจ สถาบันการศึกษา คณะครู อาจารย์ นักเรียนร่วมในการมอบ โดยนักเรียนจากโรงเรียนราชสีมาวิทยาลัย และโรงเรียนสุรธรรมพิทักษ์ ระดับชั้น ม.5 ได้เขียนกระอาษแผ่นการ์ดให้กำลังใจแม่ทัพภาคที่ 2 และให้กำลังใจกำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในแนวหน้า โดยการ์ดมีจำนวนกว่า 50 ใบ ซึ่งทางกองทัพภาคที่ 2 จะได้จัดส่งสิ่งของและการ์ดทุกแผ่นไปอ่านเพื่อให้กำลังพลแนวหน้า เพื่อเปนขวัญกำลังใจในการปกป้องอธิปไตยของประเทศชาติ
พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวกับผู้มามอบสิ่งของให้กับกำลังพลทหารกองทัพภาคที่ 2 ว่า ตนขอยืนยันว่า กองทัพภาคที่ 2 ยังคงทำหน้าที่เหมือนเดิม ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ไม่ว่าประเทศชาติจะเป็นอย่างไรในส่วนของฝ่ายบริหารนั้นก็ให้รัฐบาลแก้ปัญหาด้านการเมืองไป ส่วนความมั่นคงของชาตินั้น ทั้ง 4 เหล่าทัพมุ่งมั่นป้องกันประเทศชาติทุกวิถีทางที่จะไม่ให้เสียดินแดน ขอให้พี่น้องประชาชนไว้วางใจ สิ่งที่ตนได้พูดไปแล้วอย่างไรก็เป็นไปตามนั้น 4 – 5 พื้นที่ที่ว่ามาไม่เกี่ยว ไม่มีทาง ถือว่าเรายึดถือเขตแดนแผนที่ของประเทศไทยเป็นหลัก ส่วนอย่างอื่นก็เป็นหน้าที่ของรัฐบาลในการเจรจาแก้ไขปัญหา ตนขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้กำลังใจทหาร ซึ่งตนยืนยันว่าพี่น้องกำลังพลทหารยังมีขวัญกำลังใจที่ดี ประเทศไทยเราไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง ยังมีความมั่นคงทุกอย่าง ทหารยังเป็นเสาหลักที่จะดูแลสถาบันของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และพี่น้องประชาชนเหมือนเดิม
ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 2 ยังได้กล่าวกับเยาวชนเด็กนักเรียนที่มาร่วมมอบสิ่งของให้กำลังใจในครั้งนี้ด้วยว่า ถึงเวลาแล้วที่พวกเราต้องสามัคคีกัน ไม่มีสี เพราะเรามีสีเดียว สีธงชาติไทยเราเท่านั้น เยาวชนทุกคนโตขึ้นก็จะเป็นกำลังหลักของประเทศชาติ เหตุการณ์แบบนี้ก็ถือเป็นบทเรียนที่พวกเราได้เห็น และได้เรียนรู้ในการช่วยกันแก้ไขปัญหา