โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

IMF เตือน “สงครามการค้าทรัมป์” สร้างแรงสั่นสะเทือนใหม่ ตลาดเกิดใหม่รับศึกหนักกว่ายุคโควิด

การเงินธนาคาร

อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 11.45 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 04.17 น.

IMF ชี้ "สงครามการค้าทรัมป์" สร้างความไม่แน่นอนให้กับตลาดโลก รุนแรงและซับซ้อนกว่าวิกฤตโควิด ส่งผลให้ธนาคารกลางในประเทศตลาดเกิดใหม่เผชิญทางเลือกจำกัดในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ท่ามกลางภาวะเงินทุนผันผวน

วันที่ 5 มิถุนายน 2568 เวลา 10.26 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า กิตา โกปินาถ (Gita Gopinath) รองกรรมการผู้จัดการคนแรกของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ระบุว่า สงครามการค้าของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ สร้างความท้าทายแก่ผู้กำหนดนโยบายในประเทศตลาดเกิดใหม่อย่างรุนแรงกว่าวิกฤตโควิดเมื่อ 5 ปีก่อน โดยผลกระทบของภาษีศุลกากรต่อประเทศกำลังพัฒนาและตลาดโลกมีความไม่แน่นอนสูง ทำให้ธนาคารกลางของประเทศเหล่านี้ประสบความยากลำบากในการประคับประคองเศรษฐกิจ

“ตอนเริ่มต้นของการระบาดโควิด ธนาคารกลางทั่วโลกต่างผ่อนคลายนโยบายการเงินพร้อมกันอย่างรวดเร็ว แต่รอบนี้แรงกระแทกกลับส่งผลไม่เท่ากัน …ครั้งนี้จึงท้าทายยิ่งกว่าวิกฤตโควิดเสียอีก”

ในขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ยังไม่พร้อมลดดอกเบี้ยจนกว่าจะมั่นใจว่าภาษีจะไม่ซ้ำเติมเงินเฟ้อ ประเทศตลาดเกิดใหม่ที่เผชิญกำแพงภาษีจากสหรัฐกลับเจอกับช็อกทางฝั่งอุปสงค์ ซึ่งหมายถึงเงินเฟ้อและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอลง สถานการณ์นี้แตกต่างจากช่วงเริ่มต้นการระบาดของโควิด เมื่อธนาคารกลางทั่วโลกพากันลดดอกเบี้ยหรือใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจ

“เมื่อเกิดความแตกต่างเช่นนี้ สถานการณ์อาจนำไปสู่ภาวะการเงินโลกที่ตึงตัว ซึ่งประเทศตลาดเกิดใหม่ไวต่อแรงกระเพื่อมเช่นนี้เป็นพิเศษ”

อย่างไรก็ตามในช่วง 2 เดือนหลังจากที่ทรัมป์ประกาศเก็บภาษี “ตอบโต้แบบทวิภาคี” (reciprocal tariffs) ตลาดหุ้นและค่าเงินของประเทศตลาดเกิดใหม่ได้ฟื้นตัวกลับมาบ้าง นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางของประเทศเหล่านี้ยังพอมีอิสระในการกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้จะเผชิญกับแรงดูดทุนจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นในประเทศพัฒนาแล้ว

ดัชนี MSCI ของตลาดเกิดใหม่ (ยกเว้นจีน) พุ่งขึ้นเกือบ 20% นับจากจุดต่ำสุดหลังจากวันที่ 2 เมษายนที่เรียกว่าวันปลดแอก (liberation day) สกุลเงินเปโซของเม็กซิโก วอนของเกาหลีใต้ และแรนด์ของแอฟริกาใต้ ต่างก็แข็งค่าขึ้นกว่า 5% เมื่อเทียบกับดอลลาร์

แต่อย่างไรก็ตามรายงานขององค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ระบุว่า “ความเสี่ยงของการไหลออกของเงินทุนในตลาดเกิดใหม่กำลังเพิ่มสูงขึ้น” โดยเตือนว่าแม้ค่าเงินของหลายประเทศแข็งค่าขึ้นจากการที่นักลงทุนลดการถือครองดอลลาร์สหรัฐ แต่สถานการณ์ยังคงเปราะบาง

“หลายประเทศตลาดเกิดใหม่ยังเสี่ยงต่อการไหลออกของเงินทุน หากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกหรือความเชื่อมั่นเปลี่ยนแปลง ซึ่งอาจทำให้ค่าเงินอ่อนค่าและต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น”

โกปินาถกล่าวว่า ประเทศตลาดเกิดใหม่กำลังนำทางท่ามกลางหมอกหนา เพราะความไม่แน่นอนจากนโยบายการค้าของทรัมป์ ทำให้สถานการณ์ยิ่งน่าเป็นห่วง แม้ว่าสหรัฐและจีนตกลงลดภาษีชั่วคราวจากการเจรจาในกรุงเจนีวาเมื่อเดือนก่อน ทรัมป์ก็กล่าวหาจีนว่าผิดข้อตกลงในเวลาต่อมา และล่าสุดได้ประกาศจะขึ้นภาษีเหล็กและอะลูมิเนียมเป็น 50% ที่งานปราศรัยในเพนซิลเวเนีย

ด้านนักเศรษฐศาสตร์แสดงความกังวลว่า อุปสงค์จากสหรัฐที่ลดลง และภาษีศุลกากรที่สูงขึ้น อาจกระทบต่อการส่งออกของประเทศตลาดเกิดใหม่ ในขณะที่อัตราดอกเบี้ยในสหรัฐยังคงอยู่ในระดับสูง

อลิเซีย การ์เซีย เอร์เรโร หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ภาคพื้นเอเชียของธนาคารฝรั่งเศส Natixis ว่า “ปกติแล้วเมื่อดอลลาร์อ่อนลง ตลาดเกิดใหม่จะได้ประโยชน์จากต้นทุนการกู้ที่ถูกลง แม้ส่งออกจะลดลง …แต่ตอนนี้กลับมีทั้งการส่งออกที่ลดลง และต้นทุนการกู้ยืมที่ยังสูงอยู่”

โกปินาถยังกล่าวถึงความเปราะบางของเศรษฐกิจตลาดเกิดใหม่ ที่พึ่งพาเงินทุนจากนอกระบบธนาคาร (non-bank financial flows) และการเติบโตอย่างรวดเร็วของคริปโตเคอเรนซี

โกปินาถกล่าวว่า “เรากำลังเห็นการเติบโตของคริปโตในบางประเทศตลาดเกิดใหม่อย่างรวดเร็ว แม้จะยังอยู่ในช่วงตั้งต้นก็ตาม” โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Stablecoins ที่ผูกกับดอลลาร์หรือสินทรัพย์อื่น อาจนำไปสู่การทดแทนสกุลเงินท้องถิ่น และทำให้ธนาคารพาณิชย์สูญเสียบทบาทในระบบการเงิน

“ธนาคารกลางของประเทศตลาดเกิดใหม่หลายแห่งสร้างความน่าเชื่อถือได้มากขึ้นในช่วงหลัง และได้นำกรอบเป้าหมายเงินเฟ้อมาใช้ ซึ่งถือเป็นเรื่องดี”

อย่างไรก็ตามเธอเตือนว่าปัจจัยภายนอกยังมีอิทธิพลต่อประเทศเหล่านี้มากกว่าประเทศพัฒนาแล้ว ดังนั้นการเปลี่ยนแปลงทางนโยบายเศรษฐกิจโลก รวมถึงความไม่แน่นอนในอนาคต ย่อมเป็นความท้าทายใหญ่ที่รออยู่

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...