โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ณฐพร โตประยูร นอนคุก ศาลไม่ให้ประกันตัว คดีถูกฟ้องฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่น 249 ล้าน

Khaosod

อัพเดต 05 มิ.ย. 2568 เวลา 11.39 น. • เผยแพร่ 05 มิ.ย. 2568 เวลา 11.15 น.
ณฐพร โตประยูร นอนคุก ศาลไม่ให้ประกันตัว คดีถูกฟ้องฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่น 249 ล้าน

ณฐพร โตประยูร นอนคุก ศาลไม่ให้ประกันตัว คดีถูกฟ้องฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่น 249 ล้าน

เมื่อวันที่ 5 มิ.ย.2568 ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก พนักงานอัยการสำนักงานอัยการพิเศษฝ่ายคดีพิเศษ 4 เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายณฐพร โตประยูร อดีตที่ปรึกษาผู้ตรวจการแผ่นดิน อายุ 72 ปี นายรัฐสิทธิ์ โตประยูร บุตรชาย อายุ 50 ปี เป็นจำเลยในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันฟอกเงิน

โจทก์ยื่นฟ้องว่า สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นจำกัด มีฐานะเป็นนิติบุคคลตามกฎหมาย มีวัตถุประสงค์เป็นสหกรณ์ ที่เป็นสถาบันการเงินและสวัสดิการชุมชนส่งเสริมให้สมาชิกช่วยตัวเอง เพื่อดำเนินธุรกิจและช่วยเหลือกันและกัน ส่งเสริมการออมทรัพย์ของสมาชิก จัดหาทุนและบริการสินเชื่อเพื่อการประกอบอาชีพและการดำรงชีพ

โดยการบริหารและดำเนินการของสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น มีนายศุภชัย ศรีศุภอักษร จำเลยที่ 5 สำนวนของศาลอาญานี้ ดำรงตำแหน่งเป็นประธานกรรมการสหกรณ์ฯ

ระหว่างเดือนม.ค. 2551 ถึงธ.ค.2555 นายศุภชัยกับพวกอีกหลายคน ซึ่งดำรงตำแหน่งในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น ร่วมกันกระทำความผิดต่างกรรมต่างวาระ โดยหลอกลวงผู้อื่นด้วยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จมีลักษณะแบ่งหน้าที่การทำโดยทุจริต แสวงหาประโยชน์ที่มิควรได้

โดยร่วมกันจัดทำสัญญากู้ยืมเงินระหว่างสหกรณ์กับสมาชิกสมทบหรือผู้กู้ จำนวน 28 ราย รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 11,858,440,000 บาท โดยไม่มีการกู้ยืมเงินกันจริงและร่วมทำบันทึกรายการทางการเงินอันเป็นเท็จ โดยไม่มีการรับชำระหนี้เงินกู้ยืมและดอกเบี้ยจากลูกหนี้ที่กู้ยืมเงิน

สัญญากู้ยืมเงินเท็จดังกล่าว เพื่อปกปิดการทุจริต และมีการปรับโครงสร้างหนี้ เพื่อตกแต่งบัญชีของสหกรณ์ฯ ให้มีผลประกอบการกิจการที่มีผลกำไรสุทธิปรากฏในงบการเงินและงบดุลของสหกรณ์ฯ ทั้งที่ความจริง ผลประกอบการของสหกรณ์ฯ ขาดทุนมาตลอด ขาดสภาพคล่องอย่างรุนแรง ไม่สามารถประกอบกิจการได้และไม่สามารถจ่ายผลประโยชน์ตอบแทนได้ การขยายสาขาออกไปต่างจังหวัดนั้น ก็ไม่สามารถทำได้

การกระทำของนายศุภชัยกับพวกเป็นการกระทำไปโดยทุจริตเพื่อแสวงหาประโยชน์อันมิควรได้โดยชอบด้วยกฎหมาย มีสมาชิกได้รับความเสียหายจำนวน 2,254 ราย โดยพนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 4 ได้ยื่นฟ้อง นายศุภชัยกับพวกเป็นคดีหมายเลขดำ อ.3339/2559 ต่อศาลนี้แล้ว

ระหว่างวันที่ 15 มิ.ย. 2553 ถึงวันที่ 17 ก.ย. 2553 ต่อเนื่องกัน นายศุภชัยกับพวกซึ่งยังไม่ได้นำตัวมาฟ้องได้ร่วมกันกระทำความผิดฐานชอบกองประชาชนอันเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน

เมื่อนายศุภชัย ได้สั่งจ่ายเช็คธนาคารพาณิชย์เพื่อนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนออกจากสหกรณ์ฯเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารพาณิชย์ ซึ่งเป็นบัญชีของผู้มีชื่อ อันเป็นการสมทบกันฟอกเงิน เปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่ได้ที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดอย่างที่มาของทรัพย์สินนั้น เพื่อปกปิดหรือเพื่ออำพรางลักษณะที่แท้จริงการได้มาแหล่ง ที่การจำหน่าย การโอน การได้สิทธิ์ใดๆ ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดฐานฟอกเงิน

ต่อมาคณะพนักงานสืบสวนกรมสอบสวนคดีพิเศษและเจ้าหน้าที่ปปง. มีความเห็นว่าพฤติการณ์ของนายศุภชัยกับพวก เป็นการกระทำความผิดมูลฐานตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 ก่อนมีคำสั่งให้อายัดที่ดิน 36 แปลง ที่เกี่ยวข้องกับการร่วมกันฉ้อโกงประชาชน

และแต่งตั้งคณะทำงานประสานงาน ดำเนินการคุ้มครองสิทธิของผู้เสียหายเพื่อดำเนินการคุ้มครองสิทธิ์ของผู้เสียหาย และมีมติให้นำที่ดินดังกล่าวออกขายเพื่อนำเงินคืนสหกรณ์ฯและเยียวยาความเสียหายแก่สหกรณ์ฯโดยด่วน

จำเลยที่ 1 เป็นเจ้าพนักงานหรือหน่วยงานของรัฐและนายศุภชัย และนายโชคอนันต์ ช้อยสุชาติ จำเลยที่ 2 ในคดีอาญาหมายเลขดำ ฟ.10/2562ของศาลนี้ ซึ่งศาลอาญาได้มีคำพิพากษาให้ลงโทษแล้วได้ร่วมกันสมคบกันตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน โดยจำเลยทั้งสองได้ร่วมกันวางแผนสมคบกัน

โดยนายศุภชัยและนายโชคอนันต์ โอนเงินจำนวน 249,784,489 บาท ที่ได้รับแคชเชียร์เช็คมาจากผู้ซื้อที่ดินโดยโอนเงินผ่านระบบธนาคารโอนเข้าบัญชีนายศุภชัย ก่อนโอนเงินผ่านระบบธนาคารเพื่อนำเงินที่ได้จากการกระทำความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน โอนเข้าบัญชีเงินฝากธนาคารของจำเลยทั้งสองกับพวกหรือให้จำเลยทั้งสองกับพวก รับเงินสดหรือรับโอนเงินไปอันเป็นการสมคบการฟอกเงิน

ก่อนที่จำเลยทั้งสองจะโอนเงินให้แก่พวกของจำเลยทั้งสอง ซึ่งยังหลบหนีไม่ได้นำตัวมาฟ้อง จึงเป็นการร่วมกันโอนหรือเปลี่ยนสภาพทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพื่อซุกซ่อนหรือปกปิดแหล่งที่มาของทรัพย์สินนั้น หรือจะทำการด้วยประการใดๆ เพื่อปกปิดหรืออำพรางลักษณะที่แท้จริง การได้มาแหล่งที่ตั้ง การจำหน่าย การโอน การได้สิทธิ์ใดๆ ซึ่งทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดมูลฐานนั้นอันเป็นความผิดฐานร่วมกันฟอกเงิน

เหตุเกิดที่แขวงคลองจั่น เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ ตำบลลาดบัวขาว และตำบลใดไม่ปรากฏชัด อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และตำบล อำเภอ จังหวัดใดไม่ปรากฏชัดของประเทศไทยเกี่ยวพันกัน ชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ

การกระทำของจำเลยตามข้อความที่กล่าวมาในคำฟ้องเป็นความผิดต่อพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542 มาตรา 3,5,9 ,10, 60 พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2558 มาตรา 10 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 91 พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 และขอให้เพิ่มโทษจำเลยที่ 1 สองเท่าตามกฎหมายด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณฐพร และนายรัฐสิทธิ์ ยื่นหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราว แต่ศาลพิจารณาแล้ว มีคำสั่งยกคำร้องของทั้งคู่ ก่อนส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพทันที

ศาลพิเคราะห์ความหนักเบาแห่งข้อหา คดีมีอัตราโทษสูง พฤติการณ์ของจำเลยทั้งสองกับพวกแบ่งหน้าที่กันทำ กระทบต่อความมั่นคงในทางเศรษฐกิจ ก่อให้เกิดความเสียหายแก่ประชาชนในวงกว้าง กรณีเป็นเรื่องร้ายแรง หากอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวมีเหตุอันควรเชื่อว่าจำเลยทั้งสองจะหลบหนีจึงไม่อนุญาต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ณฐพร โตประยูร นอนคุก ศาลไม่ให้ประกันตัว คดีถูกฟ้องฟอกเงินสหกรณ์คลองจั่น 249 ล้าน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...