โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กองกำลังบูรพา ผ่อนผันรถขนส่งสินค้าตกค้าง ผ่าน 3 ด่านสระแก้ว เข้า-ออก 7 วัน

Thairath - ไทยรัฐออนไลน์

อัพเดต 29 มิ.ย. 2568 เวลา 07.02 น. • เผยแพร่ 29 มิ.ย. 2568 เวลา 07.02 น.
ภาพไฮไลต์

กองกำลังบูรพา ประกาศผ่อนผันรถขนส่งสินค้าไทยตกค้างเข้า-ออก 7 วัน ขณะที่ทางฝั่งกัมพูชายังไม่อนุญาตให้รถไทยเดินทางข้ามแดน ทำให้รถบรรทุกยังคงต้องจอดรออยู่ในพื้นที่

วันที่ 29 มิถุนายน 2568 มีรายงานว่า กองกำลังบูรพา ประกาศเรื่องการขอผ่อนผันให้รถขนส่งสินค้าไทยข้ามไปยังกัมพูชา และกลับเข้ามายังราชอาณาจักรไทย

โดยระบุว่า ตามที่นายกรัฐมนตรีได้เดินทางมาตรวจราชการ และประชุมหารือประเด็นผลกระทบมาตรการการควบคุมด่านชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2568 โดยให้หน่วยงานความมั่นคงได้ประชุมหารือกับส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ในการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากมาตรการการควบคุมชายแดน และที่ประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา

ได้มีมติเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน 2568 ให้มีการผ่อนผันให้รถขนส่งสินค้าไทยที่ตกค้าง และรถขนส่งสินค้าตามใบขนสินค้าขาออกหรือใบขนสินค้าผ่านแดน ที่ได้ส่งข้อมูลเข้ามาในระบบคอมพิวเตอร์ของกรมศุลกากร ก่อนวันที่ 25 มิถุนายน 2568 ข้ามไปยังกัมพูชาและกลับเข้ามายังราชอาณาจักรไทย เพื่อเป็นการลดผลกระทบความเดือดร้อนของประชาชนตามหลักมนุษยธรรม และเพื่อให้การปฏิบัติการควบคุมสอดคล้องกับการดำเนินการ กองกำลังบูรพา จึงขอประสานให้หน่วยที่เกี่ยวข้องดำเนินการ ดังนี้

1. ให้ผ่านเข้า-ออก ณ จุดผ่านแดนถาวรสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา บ้านหนองเอี่ยน-สตึงบท ได้วันละไม่เกิน 50 คันต่อวัน (ขาออก 50 คัน, ขาเข้า 50 คัน) ตั้งแต่ 08.00 – 16.00 นาฬิกา

2. ให้ผ่านเข้า-ออก ณ จุดผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน ได้วันละไม่เกิน 50 คันต่อวัน (ขาออก 50 คัน, ขาเข้า 50 คัน) ตั้งแต่ 08.00 – 16.00 นาฬิกา

3. ให้ผ่านออกทางจุดผ่อนปรนการค้าบ้านหนองปรือ ได้วันละไม่เกิน 20 คันต่อวัน (ขาออก 20 คัน, ขาเข้า 20 คัน) ตั้งแต่ 08.00 – 12.00 นาฬิกา

4. รถขนส่งสินค้าที่ได้ออกไปขนส่งสินค้าตามข้อ 1 ถึง 3 และรถขนส่งสินค้าที่ยังมิได้กลับเข้ามานับตั้งแต่วันที่ 23 มิถุนายน 2568 ให้กลับเข้ามาในราชอาณาจักรได้ โดยต้องไม่มีสินค้าบรรทุกกลับเข้ามาด้วย

ทั้งนี้ ให้หน่วยที่รับผิดชอบเริ่มดำเนินการตามข้อ 3 ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป โดยให้แล้วเสร็จภายใน 7 วัน

ล่าสุด บรรยากาศบริเวณชายแดนจังหวัดสระแก้ว ณ เวลานี้ ยังคงเงียบเหงา แม้ฝ่ายไทยจะออกคำสั่งผ่อนผันให้รถขนส่งสินค้าไทยสามารถเดินทางเข้า-ออกได้ตามแนวทางที่กำหนดไว้ แต่ทางฝั่งกัมพูชายังไม่มีท่าทีอนุญาตให้รถไทยเดินทางข้ามแดน ทำให้รถบรรทุกทั้งสิบล้อและสิบแปดล้อจำนวนมากยังคงต้องจอดรออยู่ในพื้นที่บริเวณสะพานมิตรภาพไทย-กัมพูชา หนองเอียน-สตึงบท รถบรรทุกสินค้าหลายคันจอดเรียงราย บางคันบรรทุกว่างเปล่าเตรียมเดินทางกลับไทย แต่ไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ เนื่องจากฝั่งกัมพูชายังไม่เปิดด่านให้เดินทางกลับ ส่งผลให้เกิดความล่าช้าและความไม่แน่นอนในกระบวนการขนส่ง

ขณะที่ด่านผ่านแดนถาวรบ้านเขาดิน อ.คลองหาด ก็ไม่ต่างกัน บริเวณด่านแทบไม่มีการเคลื่อนไหว รถบรรทุกที่คาดว่าจะสามารถกลับเข้าประเทศได้ ยังคงจอดนิ่งอยู่ฝั่งกัมพูชา บางคันรอมาแล้วหลายวันโดยไม่มีความคืบหน้า

ผู้ประกอบการบางราย ระบุว่า ได้รับแจ้งเรื่องการผ่อนผันจากฝ่ายไทย แต่ไม่สามารถดำเนินการได้จริง เนื่องจาก “คำสั่งไทยออกมาแล้ว แต่กัมพูชายังไม่ให้ออก” ส่งผลให้ทุกอย่างต้องหยุดชะงัก และยังไม่มีกำหนดชัดเจนว่าจะสามารถกลับเข้ามาได้เมื่อใด

สถานการณ์ดังกล่าวสร้างความกังวลให้กับทั้งผู้ประกอบการและแรงงานขนส่ง โดยเฉพาะในพื้นที่แนวชายแดน ซึ่งมีรายได้หลักจากการค้าชายแดนและการขนส่งระหว่างประเทศ การรอคอยโดยไม่มีความชัดเจนอาจกระทบต่อรายได้และระบบโลจิสติกส์ของทั้งสองประเทศในระยะสั้น

นอกจากนี้ มีรายงานว่า จากประกาศข้างต้นทีมข่าว SEE TRUE ได้สอบถามข้อมูลจากกองกำลังบูรพา ให้ข้อมูลบอกว่า ประกาศฉบับนี้ถือเป็นมาตรการผ่อนปรนสำหรับผู้ประกอบการที่ได้ยื่นเอกสารต่อศุลกากรก่อนที่จะมีมาตรการควบคุมเรื่องด่านสินค้า เพราะตอนนี้มีใบสินค้าตกค้างอยู่ในระบบศุลกากรประมาณ 200 รายการ โดยมาตรการข้างต้นออกมาเพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าตกค้างเหล่านี้ โดยผู้ประกอบการสินค้าที่ได้ยื่นเอกสารกับศุลกากรแล้ว สามารถที่จะเริ่มต้นระบายสินค้าได้ภายใน 7 วัน หลังจากครบกำหนด 7 วัน มาตรการควบคุมตรงด่านสินค้าจะกลับมาควบคุมตามปกติ จึงฝากทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการที่ได้ยื่นสินค้ากับด่านศุลกากรไปแล้ว ส่วนผู้ประกอบการรายใหม่ อาจจะต้องวางแผนในการขนส่งโลจิสติกส์ผ่านช่องทางอื่นไปก่อน

จากการสอบถาม ผู้ประกอบการรายย่อยในพื้นที่อำเภออรัญประเทศ ใกล้กับด่านพรมแดนถาวรบ้านคลองลึก ผู้ประกอบการรายนี้จำหน่ายน้ำดื่มเป็นแพ็ค เขาเป็นคนสัญชาติกัมพูชา แต่มาได้ภรรยาอยู่ที่ไทย จดทะเบียนสมรสถูกต้องตามกฎหมาย เล่าให้ฟังว่า หลังจากมีมาตรการเรื่องการข้ามแดนทำให้ผู้ประกอบการในพื้นที่ได้รับผลกระทบกันเยอะมาก ยอดขายตกไปกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งปกติช่วงที่อยู่ในสภาวะปกติตัวเองได้ขายน้ำดื่มให้กับชาวกัมพูชาที่อยู่ริมชายแดนทั้งไทยแล้วก็กัมพูชาบ้าง แต่ตอนนี้ไม่สามารถที่จะขายได้เลย

เมื่อถามว่าจากมาตรการในการควบคุมการนำเข้าสินค้าจะส่งผลกระทบต่อกัมพูชาหรือไม่ ผู้ประกอบการรายนี้ บอกว่าส่วนตัวคิดว่าไม่น่าจะส่งผลกระทบ เพราะกัมพูชาก็มีตลาดนำเข้าสินค้าจากประเทศจีนและเวียดนาม ส่วนน้ำดื่มกัมพูชาก็ไม่น่าจะขาดแคลนเช่นกัน เพราะในกัมพูชามีโรงงานผลิตน้ำดื่มอยู่หลายเจ้า สิ่งที่จะกระทบตอนนี้ดูเหมือนจะเป็นผู้ประกอบการริมชายแดนในพื้นที่อรัญประเทศนี่แหละ น่าจะได้รับผลกระทบมากกว่า จึงอยากให้มีการเร่งหามาตรการช่วยเหลือภาคธุรกิจในพื้นที่

ด้าน นายศรัณยู ประยงค์ ผู้ประสานแรงงานต่างด้าว จ.สระแก้ว เปิดเผยว่า หลังจากมีมาตรการการนำเข้าสินค้าจากไทยไปกัมพูชา ทำให้ผู้ประกอบการฝั่งไทยได้รับผลกระทบสูญเงินวันละประมาณ 3-4 ล้านบาท ถ้านำมาคูณ 1 เดือน มูลค่าคงจะมากกว่า 100 ล้าน เพราะ 80% ของผู้ประกอบการริมชายแดนจะจำหน่ายสินค้าไปยังประเทศกัมพูชา ซึ่งสินค้าที่ส่งออกส่วนใหญ่จะเป็นสินค้าอุปโภคบริโภค รองลงมาคือสินค้าอุตสาหกรรม การก่อสร้าง และสินค้าภาคการเกษตร ซึ่งจากมาตรการควบคุมด่านสินค้าทำให้ผู้ประกอบการมีสินค้าตกค้างพอสมควร

เมื่อถามว่าคนกัมพูชานิยมบริโภคหรือใช้สินค้าไทยมากน้อยแค่ไหน นายศรัณยู บอกว่าส่วนใหญ่ชาวกัมพูชาก็นิยมใช้สินค้าไทย เนื่องจากสินค้าไทยมีคุณภาพ แต่ปัจจุบันมีตลาดนำเข้าสินค้าจากประเทศอื่นเข้ามาเพิ่มเติม จึงทำให้ตลาดการค้าในกัมพูชาบางส่วนก็รับมาจากประเทศอื่นด้วย เช่น ประเทศจีนและเวียดนาม

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กองกำลังบูรพา ผ่อนผันรถขนส่งสินค้าตกค้าง ผ่าน 3 ด่านสระแก้ว เข้า-ออก 7 วัน

ข่าวอื่นที่เกี่ยวข้อง

ตามข่าวก่อนใครได้ที่
- Website : www.thairath.co.th
- LINE Official : Thairath

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...