โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

ทรัมป์ส่งจดหมายแจ้งคู่ค้ารอบแรก ผลักดันข้อตกลงภาษีก่อนเส้นตายใหม่ 1 สิงหาคม

ไทยโพสต์

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 06.11 น. • เผยแพร่ 07 ก.ค. 2568 เวลา 22.50 น.

โดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศขึ้นภาษีนำเข้าจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ 25% ส่งผลให้พันธมิตรสำคัญ 2 ประเทศของสหรัฐฯ และอีกกว่า 12 ประเทศมีแรงกดดันมากขึ้นในการบรรลุข้อตกลงการค้ากับรัฐบาลวอชิงตันก่อนเส้นตายใหม่วันที่ 1 สิงหาคม

แคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว ถือสำเนาจดหมายถึงญี่ปุ่นซึ่งลงนามโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐ เกี่ยวกับการประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้า 25% เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม ในระหว่างการแถลงข่าวประจำวันในห้องแถลงข่าว ของทำเนียบขาว เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม (Photo by Andrew Harnik / GETTY IMAGES NORTH AMERICA / Getty Images via AFP)

จดหมาย 2 ฉบับที่โพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social ของโดนัลด์ ทรัมป์ ถึงประเทศไทย เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม (Photo Source : Donald J. Trump via Truth Social)

เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันอังคารที่ 8 กรกฎาคม 2568 กล่าวว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ส่งจดหมายแจ้งการขึ้นภาษีนำเข้าต่อญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ที่อัตรา 25% แม้ทั้งสองประเทศเป็นพันธมิตรสำคัญของสหรัฐฯก็ตาม

ทรัมป์ยังได้ออกจดหมายลักษณะเดียวกันนี้ไปยังประเทศคู่ค้าอีกกว่าสิบราย รวมทั้งอินโดนีเซีย, บังกลาเทศ, กัมพูชา, ไทย, แอฟริกาใต้ และมาเลเซีย โดยระบุว่าเขาจะขึ้นภาษีสินค้าของประเทศเหล่านี้ในอัตรา 25-40%

เดิมทีมาตรการภาษีทรัมป์กำหนดจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 9 กรกฎาคม แต่กระบวนการใหม่ของทรัมป์ได้ยืดเวลาขึ้นภาษีสินค้านำเข้าออกไปเป็นวันที่ 1 สิงหาคม เพื่อให้เกิดช่องว่างในการเจรจาครั้งใหม่กับบางประเทศ และครั้งแรกกับหลายประเทศ ซึ่งทรัมป์ได้ลงนามในคำสั่งดังกล่าวแล้วตามการระบุของแคโรไลน์ ลีวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว

ในจดหมายที่ส่งไปยังผู้นำญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ซึ่งมีถ้อยคำเกือบจะเหมือนกัน ทรัมป์กล่าวว่าการขึ้นภาษีดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างสองชาติเอเชียกับสหรัฐฯนั้นไม่เป็นไปตามข้อตกลงร่วมกันอย่างน่าเสียดาย

เขาเตือนว่าอาจเกิดความตึงเครียดมากขึ้นหากประเทศต่างๆ ตอบโต้การขึ้นภาษีดังกล่าว

ปัจจุบัน คู่ค้าที่ได้รับผลกระทบถูกเรียกเก็บภาษี 10% เป็นอัตราตั้งต้นอยู่แล้ว แต่ประธานาธิบดีทรัมป์กล่าวว่าเขาพร้อมที่จะลดระดับภาษีใหม่นี้ลงหากประเทศอื่นๆ เปลี่ยนนโยบายการค้า

นายกรัฐมนตรีชิเงรุ อิชิบะ ของญี่ปุ่นเคยกล่าวเมื่อไม่นานมานี้ว่า เขาจะไม่ยอมประนีประนอมง่ายๆในการเจรจาการค้ากับรัฐบาลวอชิงตัน

ตามรายละเอียดจดหมายที่โพสต์บนแพลตฟอร์ม Truth Social ของทรัมป์ สินค้าจากอินโดนีเซียจะถูกเรียกเก็บภาษี 32%, บังกลาเทศจะถูกเรียกเก็บ 35%, กัมพูชาและไทยจะถูกเรียกเก็บ 36%

ทรัมป์ประกาศกำหนดภาษีศุลกากรครั้งใหญ่ต่อเศรษฐกิจโลกครั้งแรกในวันที่ 2 เมษายน ซึ่งเขาเรียกว่า "วันปลดปล่อย" โดยอ้างว่าสหรัฐถูกฉ้อโกงและเอาเปรียบ

ท่ามกลางความปั่นป่วนในตลาดโลกจากการกระทำดังกล่าว ทรัมป์จึงได้ระงับการเรียกเก็บภาษีศุลกากรที่สูงขึ้นที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจหลายสิบแห่งเป็นเวลา 90 วัน โดยกำหนดเส้นตายดังกล่าวจะสิ้นสุดลงในวันที่ 9 กรกฎาคม หากไม่ได้ขยายเวลาออกไป

เดิมที ประเทศต่างๆ ที่ได้รับจดหมายแจ้งรอบแรกนั้น ถูกกำหนดให้เผชิญกับภาษีศุลกากรที่เข้มงวดกว่าคู่ค้าอื่นๆ

แม้ว่ารัฐบาลทรัมป์จะส่งสัญญาณถึงความหวังในการบรรลุข้อตกลงหลายสิบฉบับภายในเดือนกรกฎาคม แต่จนถึงขณะนี้ ผลลัพธ์ที่ได้กลับปรากฏอย่างจำกัดในทางปฏิบัติ

รัฐบาลวอชิงตันได้เปิดเผยการบรรลุข้อตกลงกับอังกฤษและเวียดนามเพียงเท่านั้น ในขณะที่สหรัฐอเมริกาและจีนตกลงที่จะลดระดับภาษีศุลกากรของสินค้าของกันและกันชั่วคราว จากช่วงก่อนหน้านี้ที่เคยพุ่งแตะระดับสามหลัก

เวนดี้ คัตเลอร์ รองประธานสถาบันนโยบายสังคมเอเชีย กล่าวว่า "การประกาศครั้งนี้ของทรัมป์จะส่งข้อความที่น่ากลัวไปยังประเทศอื่นๆ โดยใช้กรณีปฏิบัติต่อรัฐบาลโตเกียวและโซล แม้ทั้งสองเป็นหุ้นส่วนที่ใกล้ชิดในประเด็นความมั่นคงทางเศรษฐกิจ ขณะที่บริษัทจากญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ได้ลงทุนด้านการผลิตจำนวนมากในสหรัฐฯ ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา"

สก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีคลังสหรัฐกล่าวว่าจะมีข้อตกลงเพิ่มเติมอีกหลายข้อรอการประกาศภายใน 48 ชั่วโมงข้างหน้า

"มีคนจำนวนมากเปลี่ยนใจเกี่ยวกับการเจรจา ดังนั้นเมื่อคืนนี้ กล่องจดหมายของผมจึงเต็มไปหมดด้วยข้อเสนอใหม่ๆ มากมาย" เบสเซนต์กล่าวกับผู้สื่อข่าว และเสริมว่าเขามีกำหนดหารืออีกครั้งกับจีนในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

จนถึงขณะนี้ ทั้งสองฝ่ายได้มีการเจรจาระดับสูงที่เจนีวาและลอนดอน แต่การหยุดชะงักของรัฐบาลวอชิงตันและปักกิ่งในการเก็บภาษีตอบโต้จะสิ้นสุดลงในช่วงกลางเดือนสิงหาคมตามที่ตกลงกันไว้

นอกจากนี้ ทรัมป์ยังขู่ที่จะขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากกลุ่มประเทศ BRICS อีก 10% โดยกล่าวหาว่าประเทศเหล่านี้มี "นโยบายต่อต้านอเมริกา"

ขณะที่บรรดาประเทศพันธมิตรยังคงเร่งรีบที่จะหลีกเลี่ยงการขึ้นภาษีของทรัมป์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งอีกหนึ่งคู่ค้าคู่แข่งอย่างสหภาพยุโรป ซึ่งได้รายงานว่าการหารือล่าสุดระหว่างโดนัลด์ ทรัมป์ กับเออร์ซูลา ฟอน เดอร์ เลเยน ประธานคณะกรรมาธิการยุโรปนั้นเป็นไปในทิศทางบวก.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...