โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ฮังการี” อ่วมสุดในยุโรป เจอทั้งฝนหนัก คลื่นร้อนรุนแรง นักวิทย์ฯ ชี้นี่คือสัญญาณเตือนจากโลกร้อน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 06.30 น.
วิกฤตสภาพภูมิอากาศกำลังส่งผลกระทบกับวิถีชีวิตของประชาชนใน “ฮังการี” โดยเฉพาะในช่วงฤดูร้อนที่อุณหภูมิสูงขึ้นผิดปกติกว่าที่เคยเป็น นอกจากนี้หลายพื้นที่ยังเผชิญกับคลื่นความร้อนที่ยาวนาน ภัยแล้งที่เกิดถี่ขึ้นกว่าเดิม รวมไปถึงพายุฝนฟ้าคะนองที่รุนแรง นักวิทยาศาสตร์ระบุว่า ภัยธรรมชาติที่เกิดขึ้นในฮังการีล้วนแล้วแต่เป็นสัญญาณเตือนจากวิกฤตสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมากรุงบูดาเปสต์ของฮังการีเผชิญกับพายุฝนฟ้าคะนองอย่างรุนแรง จนทำให้สนามบินนานาชาติของฮาการีต้องปิดทำการเนื่องจากลมพายุพัดเอาเศษซากต่างๆ กระจายทั่วรันเวย์ รวมถึงอาคารผู้โดยสารบางส่วนได้รับความเสียหายจนต้องอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ ลมพายุที่รุนแรงยังพัดเอาต้นไม้หักโค่นทับบ้านเรือนประชาชนอีกจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้รับแจ้งขอความช่วยเหลือมากกว่า 12,000 จุด นอกจากนี้ความเร็วจากลมพายุ 150-170 กิโลเมตรต่อชั่วโมงยังสร้างความเสียหายต่อสายไฟบนราง กระทบต่อเครือข่ายรถไฟทั่วประเทศอีกด้วย

ฮังการีและหลายประเทศในคาบสมุทรบอลข่านได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อนเร็วกว่าพื้นที่อื่นๆ ในยุโรป รายงานการวิจัยชี้ว่า ฮังการีเผชิญกับคลื่นความร้อนที่รุนแรงขึ้นและยาวนานขึ้น ขณะเดียวกันช่วงเวลาที่เกิดภัยแล้งก็ยาวนานมากขึ้น รวมถึงความถี่ของการเกิดพายุฝนฟ้าคะนองก็เพิ่มสูงขึ้นด้วย ภัยพิบัติทางธรรมชาติยังกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรได้รับความเสียหาย เพิ่มความเสี่ยงด้านความมั่นคงทางอาหารมากขึ้น ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ระบุว่าทั้งหมดนี้ล้วนแล้วแต่เป็นผลพวงโดยตรงจากภาวะโลกร้อนทั้งสิ้น

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...