โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที

4 ประกาศใหม่คุมเข้มแพลตฟอร์มดิจิทัล สร้าง“ความปลอดภัย-เป็นธรรม”ผู้ใช้งาน

เดลินิวส์

อัพเดต 20 ก.ค. 2568 เวลา 12.17 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2568 เวลา 05.17 น. • เดลินิวส์
ปัจจุบันคนไทยทำธุรกรรมผ่านออนไลน์กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้าออนไลน์ การชำระเงิน ส่งผลให้ปัญหาเรื่องในการใช้งานแพลตฟอร์มดิจิทัล…

ปัจจุบันคนไทยทำธุรกรรมผ่านออนไลน์กันมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการซื้อสินค้าออนไลน์ การชำระเงิน ส่งผลให้ปัญหาเรื่องในการใช้งานแพลตฟอร์มดิจิทัลเกิดขึ้นตามมา

ไม่ว่าจะเป็น โฆษณาลวง ผิดกฎหมาย ของไม่ตรงปก โอนแล้วไม่ได้ของ หลอกลงทุน การใช้ภาพคนดังแอบอ้าง ไปจนถึงขายสินค้าปลอม หรือสร้างเพจปลอมเพื่อชักจูงเหยื่อ ฯลฯ ซึ่งจากข้อมูลสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ เอ็ตด้า ระบุว่า ได้สร้างความเสียหายพุ่งทะลุกว่า 19,000 ล้านบาท ภายในเวลาเพียง 1 ปีเท่านั้น

ล่าสุดทาง เอ็ตด้า ได้จัดทำ ประกาศใหม่ ซึ่งเป็น 4 กฎหมายลูก ภายใต้พระราชกฤษฎีกาการประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลที่ต้องแจ้งให้ทราบ พ.ศ. 2565 หรือที่รู้จักกันในชื่อ "กฎหมาย DPS" ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้ว

“ชัยชนะ มิตรพันธ์” ผู้อำนวยการ เอ็ตด้า บอกว่า ความสำคัญของประกาศฉบับใหม่เหล่านี้ ครอบคลุมทั้งบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทตลาดสินค้าออนไลน์ (Online Marketplace) และประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ (Ride Sharing) ซึ่งเป็นบริการที่คนไทยนิยมใช้งานในชีวิตประจำวัน เพื่อเป็นการยกระดับกลไกการกำกับดูแลธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลให้มีความโปร่งใส ปลอดภัย และเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น และสร้างมาตรการในการดูแลและเยียวยาผู้ใช้บริการ

สำหรับประกาศประกอบด้วย 1. ประกาศสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ ธพด. 4/2568 เรื่องกำหนดรายชื่อบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทตลาดสินค้าที่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 20 ของกฎหมาย DPS มีผลบังคับใช้ 9 ก.ค. 68 เป็นต้นไป ซึ่งมีกำหนดรายชื่อแพลตฟอร์มตลาดสินค้าออนไลน์ที่เข้าข่ายมีความเสี่ยงสูง และอาจส่งผลกระทบในวงกว้างต่อความมั่นคงทางการเงินและพาณิชย์ หรืออาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อสาธารณชนในระดับสูง

ซึ่งรายชื่อที่ประกาศออกมานี้ล้วนเป็นแพลตฟอร์มยอดนิยมที่คนไทยใช้งานเป็นประจำ อาทิ Shopee, Lazada, One2car.com, Grab, Kaidee.com, LINE SHOPPING, Alibaba, NocNoc, AliExpress, Thisshop, Rakmao, Taobao, SCGHome, Auction, TEMU และ eBay เป็นต้น

เนื่องจากมีมูลค่าธุรกรรมที่เกิดขึ้นบนแพลตฟอร์มจากการให้บริการเกิน 100 ล้านบาทต่อปี หรือมีจำนวนผู้ประกอบการ/ผู้ใช้บริการในไทยจำนวนมาก ซึ่งอาจเกิดการกระทำที่ไม่เหมาะสมหากไม่มีการควบคุมดูแล ซึ่งทั้ง 19 แพลตฟอร์มนี้ จะมีหน้าที่เพิ่มเติมตามมาตรา 20 ได้แก่ การประเมินและบริหารความเสี่ยง, การเก็บรวบรวมข้อมูลผู้ขายก่อนอนุญาตให้มีการขายหรือโฆษณาสินค้าให้ได้มาตรฐาน, การตรวจสอบหลักฐานที่เกี่ยวข้องและแสดงข้อมูลบนหน้าร้านค้า, การจัดให้มีกลไกแจ้งเตือนและนำออกสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน รวมถึงการกำหนดบทลงโทษต่อผู้ประกอบการที่ฝ่าฝืนข้อกำหนด นอกจากนี้ เอ็ตด้าจะมีการ "ทบทวนรายชื่อ" แพลตฟอร์มเหล่านี้เป็นประจำทุกปีรายชื่ออาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคต

ส่วน ประกาศฉบับที่ 2 คือ ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทตลาดสินค้า ที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18 (2) มีผลบังคับใช้ 31 ธ.ค. 68

ประกาศฉบับนี้ลงรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหน้าที่ที่แพลตฟอร์มตลาดสินค้าออนไลน์ซึ่งมีความเสี่ยงสูงตามมาตรา 18 (2) จะต้องปฏิบัติ โดยมุ่งเน้นไปที่การสร้างความโปร่งใสและตรวจสอบย้อนกลับได้มากขึ้น เช่น การเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าและผู้ประกอบการบนแพลตฟอร์มอย่างครบถ้วนและชัดเจน, การเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อลงทะเบียนเป็นผู้ประกอบการ, การตรวจสอบการขายหรือการโฆษณาสินค้าที่ต้องมีมาตรฐาน, การแจ้งเตือนผู้ประกอบการที่ขายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน และลบ ระงับ หรือปิดกั้นสินค้าเหล่านั้น เป็นต้น

นอกจากนี้ยังกำหนดให้ แสดงข้อมูลสินค้าอย่างละเอียด พร้อมทั้งใบการรับรองมาตรฐานจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง (เช่น สมอ. อย.) และรายงานผลการดำเนินการต่อหน่วยงานรัฐ ที่สำคัญคือต้อง จัดให้มีการแจ้งเตือนและนำออก (Notice and Take down) ที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการตรวจสอบข้อมูลและแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องภายใน 3 วัน และมีมาตรการดูแลเยียวยาผู้เสียหายและบทลงโทษในกรณีที่แพลตฟอร์มฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไข

มาต่อที่ ประกาศฉบับที่ 3 ที่เกี่ยวข้องกับแอป เรียกรถ คือ ประกาศคณะกรรมการธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่อง การดำเนินการอื่นสำหรับผู้ประกอบธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัล ประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะ ที่มีลักษณะเฉพาะตามมาตรา 18 (3) ของกฎหมาย DPSมีผลบังคับใช้ 2 ต..68

ประกาศฉบับนี้ได้กำหนดหน้าที่เพิ่มเติมที่ต้องปฏิบัตินอกเหนือจากหน้าที่ทั่วไปตามกฎหมาย เพื่อยกระดับความปลอดภัยและคุณภาพการบริการให้แก่ผู้โดยสาร โดยมีประเด็นสำคัญ เช่น แพลตฟอร์มต้องจัดให้ผู้ขับรถบริการด้วยรถที่จดทะเบียนเป็นรถสาธารณะ และต้องมีใบอนุญาตขับรถสาธารณะ ตามเงื่อนไขของกรมการขนส่งทางบกอย่างเคร่งครัด การจัดเก็บค่าบริการต้องเป็นไปตามอัตราที่กฎหมายกำหนด, แพลตฟอร์มจะต้องมีระบบ การตรวจสอบผู้ขับ, จัดเก็บข้อมูล, และพิสูจน์ยืนยันตัวตนผู้ขับรถบริการ (เช่น ชื่อ-นามสกุล, เลขประจำตัว, หมายเลขใบอนุญาตขับรถสาธารณะ, เลขทะเบียนรถ

นอกจากนี้ แพลตฟอร์มต้องมีการยืนยันตัวตนคนขับทุกครั้งที่ใช้งาน เมื่อให้บริการต้องแสดงข้อมูล เช่น ชื่อคนขับ, เลขใบอนุญาตขับรถสาธารณะ, ข้อมูลรถ, ตำแหน่ง GPS ของรถที่ให้บริการ เมื่อผู้ใช้เรียกรถ แพลตฟอร์มต้องแสดงข้อมูล ตำแหน่งสถานที่รับส่ง, ระยะทาง, เส้นทาง, ระยะเวลาเดินทาง และอัตราค่าโดยสาร อย่างชัดเจน ผู้ขับต้องสามารถเลือกรับงาน ยกเลิกงาน และต้องมี ช่องทางในการขอความช่วยเหลือหรือแจ้งเหตุฉุกเฉินไปยังแพลตฟอร์มได้ทันที

รวมถึงช่องทางให้ความช่วยเหลือและระงับข้อพิพาทการให้บริการ และต้องมีมาตรการกำกับดูแลผู้ขับให้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการใช้รถสาธารณะ เช่น ให้บริการในพื้นที่กำหนด ไม่นำบัญชีผู้ใช้บริการไปให้ผู้อื่น และต้องมีการตรวจสอบ ติดตามผู้ขับที่กระทำความผิดเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย พร้อมมีมาตรการลงโทษที่ และป้องกันไม่ให้กระทำผิดซ้ำ ฯลฯ

ส่วนประกาศฉบับที่ 4 คือ ประกาศสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ ธพด. 2/2568 เรื่องกำหนดบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลประเภทบริการรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์รับจ้างโดยสารสาธารณะที่ต้องปฏิบัติตามมาตรา 21 ของ กฎหมาย DPS มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 4 ก.ค. 68

ประกาศฉบับนี้ระบุให้แพลตฟอร์ม Ride Sharing ที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงของรัฐ, สุขภาพอนามัย, สิ่งแวดล้อม, พลังงาน, การสื่อสารและโทรคมนาคม, การขนส่งและโลจิสติกส์, และสาธารณูปโภคต้องปฏิบัติตามหน้าที่เพิ่มเติมตามมาตรา 21 โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การประเมินความเสี่ยงและมีมาตรการบริหารความเสี่ยงดังกล่าว เป็นต้น

การประกาศใช้กฎหมายทั้ง 4 ฉบับนี้ เป็นการกำกับดูแล เพื่อให้ธุรกิจบริการแพลตฟอร์มดิจิทัลในประเทศไทยเติบโตอย่างยั่งยืนและมีธรรมาภิบาล และสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ใช้บริการ เพื่อนำไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศไทย

จิราวัฒน์ จารุพันธ์

ภาพ pixabay.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...