โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“วัดไตรมิตร” งามวิจิตร “พระพุทธรูปทองคำ” ใหญ่ที่สุดในโลก...เมื่อทองแท้ไม่กลัวไฟ พระแท้ย่อมไม่กลัวคำครหาเท็จ

Manager Online

เผยแพร่ 19 ก.ค. 2568 เวลา 10.14 น. • MGR Online

“วัดไตรมิตร” ที่กำลังโด่งดังในโลกโซเชียล (ช่วง 18-19 ก.ค.68) ถือเป็นอีกหนึ่งวัดดังและสถานที่ท่องเที่ยวอันโดดเด่นย่านเยาวราช เนื่องจากเป็นที่ประดิษฐานของ “พระพุทธรูปทองคำองค์ใหญ่ที่สุดในโลก” ที่สำคัญคือสร้างด้วยทองคำแท้ มีมูลค่าสูงกว่า 21 ล้านปอนด์เลยทีเดียว

วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร หรือที่คนนิยมเรียกสั้น ๆ ว่า “วัดไตรมิตร” ตั้งอยู่ที่ ถนนเจริญกรุง แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร วัดแห่งนี้เดิมชื่อว่า “วัดสามจีน” เนื่องจากเชื่อว่าผู้ที่สร้างวัดยุคแรกเริ่มเป็นชาวจีนกลุ่มแรก ๆ ที่อพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานในเมืองไทย ในจำนวนนั้นมีชาวจีน 3 คนที่สร้างเนื้อสร้างตัวจนร่ำรวยเป็นเจ้าสัว มีจิตศรัทธาร่วมใจกันสร้างวัดแห่งนี้ขึ้น จึงเรียกว่าวัดสามจีน แต่ภายหลังจากที่มีการปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่ จึงได้เปลี่ยนชื่อเป็น “วัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร”

วัดไตรมิตร เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวอันโดดเด่นแห่งย่านเยาวราช ภายในวัดมีไฮไลต์สำคัญคือ “พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร” ที่ประดิษฐานอยู่ในพระมหามณฑป ซึ่งเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปที่โดดเด่นและทรงคุณค่าในระดับโลกของบ้านเรา

พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร หรือ “พระสุโขทัยไตรมิตร” หรือที่ชาวบ้านเรียกกันว่า “หลวงพ่อทองคำ” ตามตำนานเชื่อกันว่า หลวงพ่อทองคำเป็นพระพุทธรูปที่สร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยสุโขทัย เมื่ออาณาจักรเสื่อมอำนาจลง ชาวเมืองจึงได้ลงรักและพอกปูนทับเนื้อทองคำขององค์พระพุทธรูปไว้ให้รอดพ้นจากข้าศึกศัตรู ทำให้ไม่มีใครรู้เลยว่าพระพุทธรูปองค์นี้มีเนื้อแท้เป็นทองคำ

ต่อมาในสมัยกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ ๑ โปรดเกล้าฯ ให้ชะลอพระพุทธรูปจากหัวเมืองมาประดิษฐานยังกรุงเทพฯ หลวงพ่อทองคำที่ถูกปูนพอกไว้ทั้งองค์ก็ถูกอัญเชิญมาด้วยเช่นกัน โดยตอนแรกได้ไปประดิษฐานอยู่ที่วัดพระยาไกรอยู่นาน จนเมื่อปี พ.ศ.2478 จึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดไตรมิตรวิทยารามซึ่งในขณะนั้นชื่อว่าวัดสามจีน

อย่างไรก็ดีกว่าที่คนทั่วไปจะได้รู้ว่าพระพุทธรูปองค์นี้เป็นทองคำก็ต่อมาอีก 20 ปี เมื่อมีการประกอบพิธีอัญเชิญพระพุทธรูปมาประดิษฐานบน พระวิหาร ก็ได้เกิดอุบัติเหตุเชือกที่ยกองค์พระขาดลง ทำให้พระพุทธรูปตกลงมากระแทกพื้นอย่างแรงจนปูนที่พอกไว้กะเทาะออกบางส่วน และเมื่อกะเทาะปูนและล้างรักออก ทุกคนจึงได้ทราบว่าพระพุทธรูปองค์นี้เป็นพระพุทธรูปทองคำสุกปลั่ง อีกทั้งที่ใต้ฐานพระยังพบกุญแจที่ใช้ไของค์พระแยกออก เป็นส่วนๆ รวม 9 ส่วน ทำให้สามารถเคลื่อนย้ายองค์พระได้อย่างสะดวกราบรื่นขึ้น

จากเหตุการณ์นั้น ในหลวงรัชกาลที่ ๙ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามพระพุทธรูปทองคำองค์นี้ว่า “พระพุทธมหาสุวรรณปฏิมากร” ตามลักษณะของพระพุทธรูป

หลวงพ่อทองคำ มีขนาดหน้าตักกว้าง 6 ศอก 5 นิ้ว หรือมากกว่า 2.50 เมตร ความสูงจากพระเกตุมาลาถึงฐานทับเกษตร (ฐานที่รองรับพระพุทธรูป) 7 ศอก 1 คืบ 9 นิ้ว หรือประมาณ 3.04 เมตร 10 ฟุต น้ำหนักประมาณ 5.5 ตัน และที่สำคัญคือสร้างด้วยทองคำแท้ มีมูลค่าสูงกว่า 21 ล้านปอนด์

หลวงพ่อทองคำ วัดไตรมิตร เป็นพระพุทธรูปทองคำองค์แรกของไทยที่ได้รับการบันทึกไว้ใน The Guinness Book of World Record ปี พ.ศ.2534 ว่าเป็นพระพุทธรูปทองคำที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก

และนี่ก็คือเรื่องราวของหลวงพ่อทองคำ วัดไตรมิตร ที่ถือเป็นหนึ่งในพระพุทธรูปที่ทรงคุณค่าระดับโลกของบ้านเรา ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ให้เห็นว่า ทองแท้แม้จะถูกปูนพอกทับไว้ แต่สุดท้ายก็ย่อมเป็นทองแท้อยู่วันยังค่ำ

สำหรับเรื่องราวของพระผู้ใหญ่หลายรูปกับสีกากอล์ฟที่เป็นข่าวฉาวในบ้านเรานั้น ก็เป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นว่า แม้พระสงฆ์บางรูปจะเสื่อม แต่พระพุทธศาสนาไม่ได้เสื่อม บ้านเรายังมีพระสงฆ์ดี ๆ อีกมากมาย อย่างไรก็ดีด้วยสถานการณ์ปลาเน่าบางตัวเหม็นไปทั้งข้องก็ทำให้พระสงฆ์ดี ๆ ถูกโจมตี ด้วยข้อครหา ข้อความเท็จต่าง ๆ นานา

อย่างไรก็ดีนี่เป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ว่า

“ทองแท้ ย่อมไม่กลัวไฟฉันใด

พระแท้ ก็ย่อมไม่กลัวกับข้อครหา อันไม่จริงฉันนั้น”

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...