โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

UTA เจรจาอีอีซีปรับสัญญาลดสเกลลงทุนขยายสนามบินอู่ตะเภาเฟส 1 เหลือ 3 ล้านคน

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 19 ก.ค. 2568 เวลา 23.22 น. • เผยแพร่ 20 ก.ค. 2568 เวลา 19.07 น.

ความล่าช้าในการลงทุนโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง-สุวรรณภูมิ-อู่ตะเภา) ของบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด (ซี.พี.) ส่งผลกระทบต่อโครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา และเมืองการบินภาคตะวันออก ทำให้จนถึงวันนี้สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก หรือ EEC ก็ยังไม่สามารถออก Notice to Proceed หรือ NTP ซึ่งเป็นเอกสารที่จะออกให้แก่ผู้รับเหมา เพื่อแจ้งให้ทราบถึงการเริ่มต้นโครงการก่อสร้างอย่างเป็นทางการให้กับ บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่นจำกัด (UTA)ได้ แม้จะผ่านมา 5 ปีแล้ว

ขณะนี้แม้ UTA ในฐานะผู้ได้รับสัมปทานในโครงการนี้ จะออกมาประกาศแล้วว่า จะไม่รอโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน แต่การเจรจาระหว่าง UTA และอีอีซี ภายใต้เงื่อนไขให้ก่อสร้างไปก่อน โดยที่ยังไม่มีไฮสปีดเทรน 3 สนามบินก็ยังไม่ได้ข้อยุติ ทำให้ที่ผ่านมามีการเลื่อนออก NTP มาเป็นระยะ จากเดิมวางไว้ว่าจะเป็นวันที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา จนล่าสุดวางไว้เมื่อวันที่ 15 กรกฏาคม 2568 ก็ยังไม่สามารถออก NTP ได้ ต้องขยายกำหนดออกไปอีก ทั้งๆตามสัญญากำหนดไว้ว่าหลังลงนามสัญญาจะต้องเริ่มดำเนินการก่อสร้างภายใน 5 ปี

นายจุฬา สุขมานพ เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) หรือ อีซีซี กล่าวว่า การเจรจากับ บริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่นจำกัด (UTA) ผู้รับสัมปทานฯ ในเงื่อนไขให้ก่อสร้างไปก่อน บนสมมุติฐานที่ยังไม่มีรถไฟความเร็วสูงยังไม่จบ เนื่องจากติดปัญหาในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน) เบื้องต้นอีอีซีอยู่ระหว่างเจรจากับเอกชน เพื่อปรับสัญญา โดยให้ UTA สามารถเดินหน้าลงทุนต่อได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องแก้ไขสัญญาสัมปทาน เนื่องจากสัญญานี้สามารถแก้ไขข้อความในสัญญาเพิ่มเติมได้ โดยสิทธิประโยชน์ในการลงทุนโครงการฯยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

UTA เจรจาอีอีซีลดสเกลลงทุนขยายสนามบินอู่ตะเภาเฟส 1

ก่อนหน้านี้มีการเจรจาปรับแผนการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก จาก 4 ระยะ เป็น 6 ระยะ แล้ว แต่เมื่อยังไม่มีรถไฟความเร็วสูง UTA จึงมีการเสนอที่จะปรับแผนการลงทุนในระยะที่ 1 ลงเพื่อให้เหมาะสมกับจำนวนผู้โดยสารในปัจจุบัน เช่น การก่อสร้างอาคารผู้โดยสาร ในเฟส 1 ที่เจรจากำหนดที่ 6 ล้านคน ก็อาจจะเริ่มต้นที่ 3 ล้านคนก่อน ซึ่งจะทำให้ค่าบำรุงรักษาลดลงด้วย แล้วค่อยพัฒนาให้เต็มเฟสเมื่อมีรถไฟความเร็วสูงเข้ามา และเมื่อมีผู้โดยสารใช้บริการถึงระดับ 80% ของขีดความสามารถระยะแรก หรือมีจำนวน 2.4 ล้านคน จึงดำเนินการพัฒนาในระยะที่ 2 และเฟสต่อๆไป จนรองรับผู้โดยสาร 60 ล้านคนตามเป้าหมาย

ทั้งนี้เป็นข้อเสนอเพิ่มเติม ที่ยังอยู่ระหว่างการเจรจา เพราะหากไม่มีรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน ผู้โดยสารก็จะไม่เป็นไปตามคาดหมาย ขณะที่การพัฒนาสนามบิน กรณีทำเล็กเกินไป ก็เป็นอีกปัจจัยที่อาจจะไม่ดึงดูดให้สายการบินและผู้โดยสารมาใช้บริการได้เช่นกัน จึงต้องคิดในหลายๆ มุม ซึ่งการก่อสร้างสนามบินอู่ตะเภาและเมืองการบินภาคตะวันออก

ในส่วนของเอกชน มีการลงทุนหลายส่วน ไม่ใช่แค่อาคารผู้โดยสาร แต่ยังมีเมืองการบิน ที่มีธุรกิจเกี่ยวเนื่องอีก เพื่อยกระดับสนามบินอู่ตะเภาให้เป็นศูนย์กลางการขนส่งทางอากาศอีกแห่งของกรุงเทพอีกด้วย

ขณะที่แผนพัฒนาเมืองการบินอู่ตะเภา สกพอ.ได้เตรียมจัดสรรสิทธิประโยชน์การลงทุนในพื้นที่ให้กับ UTA รวมไปถึงผู้ประกอบการรายกิจการที่จะเข้ามาพัฒนาโครงการในพื้นที่เมืองการบิน เพื่ออำนวยความสะดวกในการดำเนินธุรกิจ อาทิ สิทธิประโยชน์ด้านภาษีและอากร โดย สกพอ.กำหนดให้ผู้ประกอบการสามารถยื่นรับการพิจารณาสิทธิยกเว้นภาษีเงินได้นิติบุคคลสูงสุด 15 ปี และสิทธิได้รับลดหย่อยภาษีเงินได้นิติบุคคล ไม่เกิน 50% ของอัตราปกติสูงสุด 10 ปี

นอกจากนี้ยังได้สิทธิในการยกเว้น/ลดหย่อนจากการปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยศุลกากร สิทธิประโยชน์เช่นเดียวกับผู้ประกอบกิจการในเขตปลอดอากร คลังสินค้าทัณฑ์บน หรือเขตประกอบการเสรี รวมทั้งถึงสิทธิในการนำคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่อาศัยในราชอาณาจักร และสิทธิในการได้รับ Work Permit เป็นต้น

“สิทธิประโยชน์ด้านภาษีและส่งเสริมการลงทุนนั้น ปัจจุบันอยู่ระหว่างรอกระทรวงการคลังออกกฎหมายเพื่อให้อีอีซีสามารถดำเนินการเรื่องเหล่านี้ได้ แต่เบื้องต้นทาง UTA สามารถไปโรดโชว์ดึงดูดนักลงทุนด้วยเงื่อนไขสิทธิประโยชน์เหล่านี้ และมายื่นเพื่อเตรียมขอรับสิทธิประโยชน์ต่างๆ ได้ ซึ่งอีอีซีจะพิจารณาเป็นแพ็คเกจภาพรวมในเมืองการบิน พร้อมทั้งพิจารณาเป็นรายกิจการที่อาจได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มเติม”

นายจุฬา กล่าวต่อว่า ส่วนความคืบหน้าในการก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 2 หรือรันเวย์ 2 สนามบินอู่ตะเภา กองทัพเรือ (ทร.) ได้สรุปผลการประมูลคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างทางวิ่งเส้นที่ 2 หรือ รันเวย์ 2 และทางขับ (แท็กซี่เวย์) ซึ่งดำเนินการโดย บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD ที่ผ่านมาได้ผ่านความเห็นชอบจากครม.แล้ว คาดว่าจะได้ข้อสรุปและลงนามสัญญากับผู้รับจ้างก่อสร้างและที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้างภายในเดือนกรกฏาคมนี้

ด้านนายพุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ผู้ถือหุ้นบริษัท อู่ตะเภา อินเตอร์เนชั่นแนล เอวิเอชั่น จำกัด หรือ UTA กล่าวว่า โครงการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ล่าสุด UTA เสนอไปยังอีอีซี ที่จะขอลดสเกลการลงทุนในเฟส 1 อยู่ที่ 3 ล้านคน เนื่องจากโครงการตอนนี้ยังไม่มีรถไฟความเร็วสูง 3 สนามบินเชื่อมเข้ามา การลงทุนขยายสนามบินสุวรรณภูมิเต็มเฟส ผลกระทบจากโควิด-19 ซึ่งไม่สอดรับการขยายตัวของผู้โดยสารที่ทำไว้แต่แรก

พุฒิพงศ์ ปราสาททองโอสถ

ดังนั้นเราจึงต้องปรับการลงทุนให้เหมาะสม เพื่อรอผู้โดยสารให้ปรับตัวขึ้น โดยในเฟสแรกเรามองการลงทุนรับผู้โดยสารที่ 3 ล้านคนก่อน ซึ่งทางอีอีซีก็รับทราบแล้ว โดยเราคาดว่าน่าจะเริ่มก่อสร้างได้ในปีหน้าและจะทยอยก่อสร้างต่อเนื่อง เพื่อให้เป็นไปตามแผนสุดท้ายที่จะทำให้สนามบินอู่ตะเภารองรับผู้โดยสารได้ 60 ล้านคนภายใน 50 ปี รวมทั้งภายในสนามบินก็จะมีการสร้างอุโมงค์เพื่อรอรถไฟความเร็วสูงเข้ามาในสนามบินตามแผนด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...