อ่านแลกเลื่อนชั้น-ลดโทษ เปิดหน้าชีวิตใหม่ด้วยตัวเอง
"ทีมข่าวอาชญากรรม" ติดตามความคืบหน้าโครงการ ณ ปัจจุบันกับ ดร.วริศรา ศิริสุทธิเดชา ผอ.กองพัฒนาพฤตินิสัย กรมราชทัณฑ์ เผยว่า ได้ดำเนินการอ่านหนังสือประกอบการพิจารณาเลื่อนชั้นเป็นลำดับแรก ควบคู่กับการแก้ไข พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 เพื่อให้การอ่านสามารถลดวันต้องโทษจำคุก ขณะนี้กองกฎหมายอยู่ระหว่างพิจารณารายละเอียดการทบทวนหรือแก้ไข พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. ….
รอบเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา มีผู้ต้องขังเข้าร่วมการอ่านเลื่อนชั้น 1,059 คน ผ่านการประเมิน 970 คน หรือ ร้อยละ 91.60 จากเรือนจำ/ทัณฑสถานนำร่อง 21 แห่ง ทั้งหมดเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาด โทษจำคุกต่ำกว่า 3 ปี
ส่วนการ "อ่านลดวันต้องโทษ" ยังอยู่ระหว่างขั้นตอนแก้ไข พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ. 2560 ตามหลักเกณฑ์ซึ่งผู้ต้องขังสามารถอ่านหนังสือได้เดือนละ 1 เล่ม และได้รับการลดวันต้องโทษ 4 วัน ใน 1 ปี ผู้ต้องขังสามารถอ่านหนังสือได้ 12 เล่ม และได้รับการลดวันต้องโทษ 48 วัน
การอ่านเลื่อนชั้น ผู้ต้องขังต้องอ่านหนังสือ 2 เล่ม เป็นหนังสือประเภทบังคับ 1 เล่ม และหนังสือประเภทเสรี 1 เล่ม ก่อนเข้าสู่การประเมิน หากผ่านจะได้รับประกาศนียบัตร เพื่อนำไปใช้พิจารณาประกอบการเลื่อนชั้น
สำหรับกลุ่มหนังสือประเภทบังคับ คณะกรรมการที่กรมราชทัณฑ์แต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิ นักเขียน นักวิชาการ มีการพิจารณาคัดเลือกไว้ (เบื้องต้น) 71 เล่ม พบว่าผู้ต้องขังเลือกอ่านหลากหลาย 54 ชื่อเรื่อง ส่วนประเภทเสรีนิยมอ่านหมวดวรรณกรรม นวนิยาย สารคดี และธรรมะ 813 ชื่อเรื่อง
ดร.วริศรา ระบุ การอ่านเลื่อนชั้นเป็นหนึ่งแนวทางส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาศักยภาพแม้อยู่ภายใต้ข้อจำกัดด้านเสรีภาพ เดือน เม.ย. 68 ที่ผลการประเมินมีผู้ต้องขังผ่านถึงร้อยละ 91.60 สะท้อนให้เห็นความตั้งใจและมุ่งมั่นในการเรียนรู้และพัฒนาตัวเองผ่านการอ่าน ทั้งยังเตรียมความพร้อมยกระดับหลังพ้นโทษ เป็นอีกมาตรการฟื้นฟูและพัฒนาพฤตินิสัยที่เป็นรูปธรรม
จากข้อมูลกรมราชทัณฑ์ ในส่วนของทัณฑสถานหญิงกลาง รอบเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา มีผู้ต้องขังที่มีคุณสมบัติและความสนใจเข้าร่วมโครงการ 22 ราย หนึ่งความรู้สึกจากผู้ต้องขังหญิงที่เข้าร่วมโครงการ มองการอ่านเลื่อนชั้นลดวันต้องโทษเป็นเรื่องดี ที่ทำให้ผู้ต้องขังมีโอกาสใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์และยังได้เลื่อนชั้น สามารถกลับบ้านได้เร็วขึ้น
หนังสือประเภทบังคับที่เลือกอ่านชื่อว่า “เมื่อสวรรค์ให้รางวัลผม” ที่เลือกอ่านเรื่องนี้เพราะเป็นหนังสือเกี่ยวกับคน ๆ หนึ่งที่สามารถกลับมาแก้ตัวอีกครั้ง ซึ่งจะกลับมาในร่างของคนที่กำลังจะฆ่าตัวตาย และมีปัญหาในชีวิต ทำให้ตนได้เห็นพลังบวกของคนที่มีปัญหา แต่พยายามแก้ไขและเดินหน้าต่อไป
ผู้ต้องขังหญิงอีกราย ชาวเวียดนาม เล่าว่า ที่เข้าร่วมโครงการเพราะภูมิใจที่ได้อ่านหนังสือ ได้พัฒนาตัวเองแม้จะเป็นผู้ต้องขัง หนังสือที่เลือกอ่านเล่มแรกชื่อ “Job interview” เป็นหนังสือเกี่ยวกับการสัมภาษณ์งาน พร้อมให้เคล็ดลับการสัมภาษณ์ ช่วยให้ตนได้ฝึกการตอบคำถามต่าง ๆ ทำให้มีความมั่นใจที่จะสัมภาษณ์งานมากยิ่งขึ้น
อีกรายเป็นความรู้สึกจากผู้ต้องขังหญิง เรือนจำกลางระยอง สะท้อนว่าส่วนตัวเป็นคนไม่ค่อยชอบอ่านหนังสือ แต่ชอบใช้ไอแพดและโทรศัพท์ สาเหตุที่เข้าร่วมโครงการเพราะถูกตัดสินจำคุก 50 ปี ซึ่งเป็นโทษสูง เลยมาใช้ชีวิตอยู่ในห้องสมุดของเรือนจำบ่อยขึ้น ค่อย ๆ จับหนังสือทีละเล่มแล้วเริ่มอ่านจริงจังทีละหมวด จนกลายเป็นคนชอบอ่านหนังสือ
หนังสือที่เลือกอ่านมีทั้งเกี่ยวกับชีวจิต เป็นเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพการรับประทานอาหารอย่างไรให้มีอายุยืนยาว และหนังสือชื่อ “ความสุขอัดเม็ด” ที่ช่วยผ่อนคลายความเครียด ทำให้เข้าใจภาพรวมของเพื่อนมนุษย์ มีการเปรียบเทียบว่าคนเหมือนกันทุกคนแต่ก็แตกต่างกันไป ตนมองเป็นหนังสือน่าสนใจ ทำให้วันข้างหน้าหากพ้นโทษจะสามารถวางตัวในสังคมได้อย่างเหมาะสม ใช้ชีวิตไม่ประมาท
ส่วนผู้ต้องขังชาย เรือนจำกลางระยอง เล่าว่า เดิมเป็นคนชอบอ่านหนังสืออยู่แล้ว ประเภทที่ชอบอ่านคือ ชีวประวัติ และการเกษตร สาเหตุที่เข้าร่วมโครงการเพราะอ่านแล้วได้ลดวันต้องโทษ และคิดว่าจะมีหนังสือใหม่ ๆ มาให้ได้อ่านมากขึ้น หนังสือที่ตนอ่านมี 2 เรื่อง คือ1.สับปะรดสุดยอดผลไม้ไทย และ 2.สูตรสำเร็จสร้างความร่ำรวยของน้ำผลไม้ปั่น หากพ้นโทษไปแล้วจะนำความรู้ที่ได้ไปต่อยอดสร้างเป็นธุรกิจที่ใช้ต้นทุนไม่สูงมาก.
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน