โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปลดหนี้แบบ 4U2 ด้วยกลยุทธ์รื้อหลังบ้าน สู่แบรนด์บิวตี้ไทย 1,500 ล้าน

THE STANDARD

อัพเดต 05 ก.ค. 2568 เวลา 03.53 น. • เผยแพร่ 05 ก.ค. 2568 เวลา 02.59 น. • thestandard.co
ปลดหนี้แบบ 4U2 ด้วยกลยุทธ์รื้อหลังบ้าน สู่แบรนด์บิวตี้ไทย 1,500 ล้าน

จากบริษัทที่เคยติดหนี้สูงถึง 46 ล้านบาท สู่การเป็นบิวตี้แบรนด์ไทยที่สร้างรายได้กว่า 1,500 ล้านบาทในปีที่ผ่านมา และยังส่งออกสินค้าไกลถึง 11 ประเทศทั่วโลก

เรื่องราวของ 4U2 คือบทพิสูจน์การทำงานหนัก กล้าได้กล้าเสีย และกลยุทธ์การทำความเข้าใจตลาดอย่างลึกซึ้ง เพื่อพลิกธุรกิจในภาวะวิกฤตให้กลับมามีชีวิตชีวาได้อีกครั้ง

🟡 จุดสตาร์ตเกมปลดหนี้ คือการรื้อระบบหลังบ้าน

“ถ้าธุรกิจเราไม่มีกำไร ให้ดูหลังบ้านก่อนอันดับแรก”

เมื่อราว 14 ปีก่อน 4U2 อยู่ในภาวะวิกฤตหนี้สินสะสมถึง 46 ล้านบาท และภาพลักษณ์แบรนด์ถูกมองว่า ‘ดูก๊องแก๊ง’ ไม่น่าซื้อ สินค้ามักถูกจัดวางอยู่ส่วนหลังสุดของร้านค้าโมเดิร์นเทรด และพนักงานขายขาดคุณภาพ

บทเรียนแรกและสำคัญที่สุดในการแก้หนี้ไม่ใช่การเพิ่มยอดขาย แต่เป็นการ ‘รื้อระบบหลังบ้าน’ ไล่ดูบัญชีเพื่อค้นหาสาเหตุที่ทำให้บริษัทขาดทุน สิ่งที่พบคือโครงสร้างต้นทุนภายในสูงเกินไป จึงลงมือลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและเริ่มกระบวนการลีนองค์กร

นอกจากนั้น ยังต้องยอมล้างเลือดเสีย ปรับลดพนักงานที่ไม่ซื่อสัตย์ออกไปจนเหลือทีมงานหลักเพียง 3-4 คน การตัดสินใจที่เด็ดขาดนี้ทำให้บริษัทเริ่มเห็นกำไรได้ทันที ทั้งๆ ที่ยอดขายยังเท่าเดิม

🟡 ทุ่มพัฒนาคน สร้างทีมขายหัวใจเพชร

เมื่อหลังบ้านเริ่มเข้าที่ สิ่งสำคัญถัดมาคือเรื่องของ ‘คน’

4U2 เริ่มต้นด้วยการลงพื้นที่ขายของเพื่อทำความเข้าใจลูกค้า จากนั้นจึงเริ่มเฟ้นหาพนักงานขายที่มีแววจากร้านค้าปลีกทั่วไปมาฝึกอบรมด้วยตนเอง กลยุทธ์สำคัญคือการสร้างแรงจูงใจด้วยระบบค่าตอบแทนที่ให้ค่าคอมมิชชันสูงมาก

กลยุทธ์นี้คือการสร้างความรู้สึกเป็นเจ้าของ (Ownership) และทำให้ทีมขายกลายเป็นหนึ่งใน Growth Engine ที่สำคัญที่สุดของแบรนด์

🟡กลยุทธ์สวยง่ายจ่ายไม่แพง ด้วย ‘ลิปสติก 99 บาท’

เมื่อ 14 ปีก่อน เป็นยุคทองของเคาน์เตอร์แบรนด์จากอเมริกาและญี่ปุ่นที่ครองตลาด ซึ่งนอกจากราคาที่อาจสูงเกินเอื้อม สีและเนื้อของโปรดักต์หลายตัวก็ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อความงามแบบคนไทย

กลยุทธ์สำคัญที่ทำให้ 4U2 แจ้งเกิดในตลาดวงกว้างคือการสร้าง ‘โปรดักต์แชมเปี้ยน’ จากการสังเกตว่าผู้หญิงเปลี่ยนลิปสติกบ่อยกว่าเครื่องสำอางชิ้นอื่น 4U2 จึงตัดสินใจทุ่มเทให้กับตลาดลิปสติก ภายใต้แนวคิด ‘ของดี ราคาเข้าถึงได้’

โปรดักต์แชมเปี้ยนเปิดตัวด้วยราคาเพียง 99 บาท ด้วยสูตรการผลิตที่เทียบเท่าเคาน์เตอร์แบรนด์ดัง มีสีให้เลือกหลากหลาย และราคาที่แทบไม่มีคู่แข่งในตลาด ณ เวลานั้นทำให้ได้ใจลูกค้าไปเต็มๆ และกลายเป็นจุดเริ่มต้นของการเติบโตแบบก้าวกระโดด

🟡Economy of Scale ในแวดวงไทยบิวตี้

เบื้องหลังการตั้งราคาที่เข้าถึงได้ คือความเข้าใจในหลักการผลิตและธรรมชาติของสินค้าอย่างลึกซึ้ง

4U2 เริ่มสั่งผลิตลิปสติกครั้งละ 10,000 ชิ้นต่อสี เป็นครั้งแรก จากเดิมที่เคยสั่งเพียง 500 ชิ้น แม้จะมีความเสี่ยงสูง แต่เพราะต้นทุนต่อหน่วยลดลงมาก ทำให้สามารถส่งต่อราคาที่คุ้มค่าไปถึงผู้บริโภคได้

นอกจากนั้นคือการปรับแพ็คเกจจิ้งให้ราคาถูกลง แต่ยังมีคุณภาพแบบคุ้มราคา เพราะอย่างไรความสำคัญของลิปสติกก็คือสีที่ทาลงบนปาก ซึ่งไม่สามารถแยกแยะด้วยตาเปล่าได้

🟡 บุกเบิก Influencer Marketing

ในยุคที่ยังไม่มีงบจ้างดาราหรือทำโฆษณาในสื่อกระแสหลัก 4U2 ได้เลือกใช้กลยุทธ์ที่ล้ำหน้ากว่าใครในสมัยนั้น คือการทำงานร่วมกับบล็อกเกอร์และอินฟลูเอนเซอร์ โดยเป็นการติดต่อโดยตรงด้วยทีม In House ไม่ผ่านเอเจนซี่

จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อบล็อกเกอร์ชื่อดังได้รีวิวลิปสติกและทำให้สินค้าขายหมดสต็อก 10,000 แท่งภายในหนึ่งสัปดาห์ ความสำเร็จนี้ทำให้ 4U2 ยึดมั่นในกลยุทธ์เน้นความจริงใจของคอนเทนต์ และเน้นโฆษณาผ่านสื่อออนไลน์มากกว่าสื่อออฟไลน์มาโดยตลอด

🟡กลยุทธ์ส่งออกที่ไม่เหมือนใคร

ปัจจุบันแบรนด์ได้ส่งออกสินค้าไปแล้วกว่า 11 ประเทศทั่วโลก โดยเฉพาะญี่ปุ่นที่มีสาขาถึง 2,000 แห่ง และเป็นแบรนด์ไทยแบรนด์แรกที่เข้าไปขายในร้านค้าออฟไลน์ที่ประเทศจีน

จุดเริ่มต้นการขยายตลาดต่างประเทศเกิดขึ้นแบบออร์แกนิก จากตัวแทนจำหน่าย (Distributor) ในประเทศนั้นๆ มาเที่ยวเมืองไทยแล้วประทับใจในคุณภาพสินค้าและบริการ จนติดต่อขอเป็นตัวแทนนำไปจำหน่ายเอง

ความแตกต่างคือ 4U2 มีเงื่อนไขการทำธุรกิจที่ชัดเจนว่า Distributor ต่างประเทศต้องจ่ายเงินล่วงหน้า 60 วัน ก่อนส่งของเท่านั้น ซึ่งสะท้อนถึงความแข็งแกร่งของแบรนด์ที่ทำให้คู่ค้าทั่วโลกยอมรับและไว้วางใจ

ในปีที่ผ่านมา 4U2 มีรายได้สูงถึง 1,500 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีพนักงานเพียงประมาณ 70 คน และมีพนักงานขาย (BA) คุณภาพสูงถึง 400 คน

ความสำเร็จของ 4U2 คือบทเรียนล้ำค่าที่เน้นย้ำถึงความสำคัญของการวางรากฐานที่มั่นคงให้กับธุรกิจ หากอยากฝ่าวิกฤตต้องยอมหยุดพักมองตัวเองสักครู่ เพื่อประเมินปัญหาภายในและหาทางแก้ไขอย่างมีระบบ

ปัจจุบัน 4U2 จึงไม่เพียงแต่รอดพ้นจากวิกฤต แต่ยังก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแบรนด์ความงามแถวหน้าของไทยที่พร้อมจะเติบโตต่อไปในระดับโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...