โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

“จตุพร” สั่งด่วนเร่งคลอดมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการชายแดนไทย-กัมพูชา

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 14 ก.ค. 2568 เวลา 00.12 น. • เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 06.32 น.

นายจตุพร บุรุษพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เรียกประชุมหารือแนวทางช่วยเหลือผู้ประกอบการและเกษตรกรจากสถานการณ์ชายแดนไทย–กัมพูชา โดยมีนายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ภาคเอกชนและพาณิชย์จังหวัดในพื้นที่ ทูตพาณิชย์ ณ กรุงพนมเปญ และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม นายจตุพร เปิดเผยว่า จากข้อจำกัดในการผ่านเข้าออกจุดผ่านแดนไทย-กัมพูชาในขณะนี้ กระทรวงพาณิชย์ได้ดำเนินมาตรการระยะสั้นและระยะกลางในเชิงรุกเพื่อสนับสนุนผู้ประกอบการและเกษตรกรอย่างเต็มที่ อาทิ เชื่อมโยงสินค้าสำหรับตลาดภายในประเทศเพื่อเพิ่มช่องทางจำหน่าย

โดยเปิดจุดจำหน่ายสินค้าให้แก่ผู้ประกอบการ รวมทั้งการส่งเสริมการบริโภคภายในประเทศ ตามนโยบาย “ไทยทำ ไทยใช้ ไทยช่วยไทย” และดำเนินมาตรการบริหารจัดการผลไม้ เช่น การเชื่อมโยงการรับซื้อไปยังหน่วยงานหรือองค์กรณ์ต่างๆ และการรณรงค์บริโภคผลไม้ เป็นต้น ทำให้สถานการณ์ผลไม้ในช่วงที่ผ่านมาผ่านพ้นไปได้ด้วยดี

ทั้งนี้ ด้านสภาพคล่องของผู้ประกอบการได้ประสานสถาบันการเงิน เช่น SME D Bank และธนาคารออมสิน เพื่อสนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำระยะยาว

นอกจากนี้ ได้สั่งการให้เตรียมแผนบูรณาการทุกภาคส่วน โดยมอบหมายให้พาณิชย์จังหวัดชายแดน 7 จังหวัด ได้แก่ สระแก้ว จันทบุรี ตราด สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี และบุรีรัมย์ รวบรวมข้อมูลความต้องการของผู้ประกอบการและเกษตรกรในพื้นที่ เพื่อให้ความช่วยเหลือตรงจุดและครอบคลุมกลุ่มเป้าหมายมากยิ่งขึ้น

สำหรับการขนส่งสินค้าไปยังกัมพูชาและการขนส่งผ่านแดนที่ต้องปรับเปลี่ยนเส้นทางได้มอบหมายกรมการค้าต่างประเทศหารือผู้ประกอบการโลจิสติกส์เพื่อช่วยลดต้นทุน และมอบหมายกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศส่งเสริมสินค้าไทยในกัมพูชาควบคู่ไปกับการเพิ่มศักยภาพผู้ประกอบการอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขัน ส่วนประชาชนในพื้นที่ชายแดนได้มอบหมายกรมการค้าภายในจัดคาราวานธงฟ้าราคาประหยัด ลดค่าครองชีพ

ขณะที่สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงพนมเปญ รายงานว่า แม้จะมีการระงับการนำเข้าสินค้าบางประเภทในฝั่งกัมพูชา เช่น น้ำมัน พืชผัก และผลไม้ แต่สินค้าจำเป็นอื่นๆ โดยเฉพาะสินค้าอุปโภคบริโภคยังสามารถส่งออกได้โดยขนส่งทางเรือหรือปรับเปลี่ยนเส้นทางทางบก แต่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในฝั่งกัมพูชาอาจปรับสูงขึ้น อย่างไรก็ดี จะติดตามสถานการณ์ร่วมกับภาคส่วนที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด

นายจตุพร เน้นย้ำว่า รัฐบาลไม่ได้เพิกเฉยต่อสถานการณ์ และเชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือของทุกภาคส่วน จะสามารถบริหารจัดการสถานการณ์นี้ได้โดยไม่กระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจการค้าของไทย ซึ่งยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ ในปี 2567 การค้าระหว่างไทย-กัมพูชามีมูลค่ารวม 366,730 ล้านบาท โดยการค้าชายแดนมีสัดส่วนสูงถึง 174,530 ล้านบาท ขณะที่ช่วง 5 เดือนแรกของปี 2568 การค้าระหว่างไทย-กัมพูชาขยายตัวถึง 8.5% และการค้าชายแดนขยายตัวถึง 11.2%

ด้านนายฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เสริมว่า กระทรวงพาณิชย์จะจัดกลุ่มผู้ประกอบการตามประเภทสินค้าและลักษณะของการดำเนินธุรกิจเพื่อให้ความช่วยเหลืออย่างแม่นยำ โดยให้ความสำคัญกับเรื่องโลจิสจิกส์และการหาแหล่งเงินทุนเพิ่มเติมสำหรับกลุ่มที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งกรณีที่เป็นผู้ส่งออกและนำเข้าสินค้ากรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศจะประสานธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM Bank) มาร่วมสนับสนุนด้วย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...