โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"ตลท." มั่นใจ "หุ้นไทย" Valuation ต่ำ ปันผลสูง พร้อมเสริมศักยภาพตลาดทุนทุกมิติ

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 14 ก.ค. 2568 เวลา 04.43 น.
“ตลท.” มั่นใจ “หุ้นไทย” Valuation ต่ำ ปันผลสูง พร้อมเดินหน้าเสริมศักยภาพตลาดทุนทุกมิติ

ตลาดหลักทรัพย์ฯ มองหุ้นไทยมีเสน่ห์ดึงดูดนักลงทุน แม้เศรษฐกิจเผชิญความไม่แน่นอนจากประเด็นภาษีการค้า แต่ความน่าสนใจโดดเด่นด้วย P/E ต่ำ-Dividend Yield สูง ทำให้ Downside Risk จำกัด เตรียมดัน "New Economy" เข้าตลาด พร้อมเพิ่มสภาพคล่องรองรับนักลงทุนรายย่อย

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลาดทุนกำลังเผชิญความผันผวน โดยเฉพาะความไม่ชัดเจนของประเด็นภาษีการค้าที่อาจกดดันการเติบโตทางเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม มองว่า Valuation ของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นไทยอยู่ในระดับที่น่าสนใจ โดยมี P/E ต่ำเมื่อเทียบกับภูมิภาค และมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ค่อนข้างสูง ซึ่งทำให้ Downside Risk อยู่ในระดับต่ำ

ตลท. ตระหนักถึงผลกระทบจากประเด็นภาษีการค้าต่อบางอุตสาหกรรม และเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างลึกซึ้งในช่วงเวลาที่ตลาดผันผวนนี้ พร้อมกันนี้ ตลท. มีเป้าหมายที่จะสนับสนุนนักลงทุนด้วยข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว และชัดเจน เพื่อการตัดสินใจลงทุนที่ดี โดยจุดเด่นของตลาดหุ้นไทยในมุมมองนักลงทุน

Valuation ดึงดูด: P/E อยู่ในระดับต่ำเมื่อเทียบกับภูมิภาค

ปันผลสูง: Dividend Yield ค่อนข้างสูง ทำให้เป็นที่น่าสนใจสำหรับนักลงทุนที่ต้องการกระแสเงินสด

Downside Risk ต่ำ: ด้วย Valuation ที่น่าสนใจ และปันผลที่สูง ทำให้ความเสี่ยงขาลงของตลาดยังจำกัด

"แน่นอนว่าประเด็น Tariff ยังมีผลกระทบกับบางอุตสาหกรรม ณ วันนี้ต้องวิเคราะห์ข้อมูลให้ลึกซึ้งจากความผันผวนนี้ .. ผมว่ายังมีโอกาสอยู่ในตลาดทุนของเรา แค่จะต้องเลือก วิเคราะห์ให้ดี หน้าที่ของตลาดหลักทรัพย์ฯ ที่อยากจะช่วยเหลือทุกคนก็คือ มีข้อมูลที่ถูกต้อง รวดเร็ว และชัดเจนในการ ตัดสินใจการลงทุน"นายอัสสเดช กล่าว

ผู้จัดการ ตลท. กล่าวอีกว่า พื้นฐานของเศรษฐกิจไทยยังมีการเติบโต แม้ว่าจะเติบโตช้าลง แต่ Downside risk ค่อนข้างต่ำ ซึ่งต้องร่วมมือกันผลักดันกับทุกภาคส่วนเพื่อผลักดันเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวที่เป็นหนึ่งในปัจจัยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย แต่ปีนี้คาดว่าจำนวนนักท่องเที่ยวจะใกล้เคียงปีที่แล้วหรืออาจจะต่ำกว่าเล็กน้อย แต่ที่สำคัญรัฐบาลก็อยากดึงดูดนักท่องเที่ยวคุณภาพให้เข้ามามากขึ้น ทำให้แม้จำนวนจะลดลงแต่ยอดใช้จ่ายต่อหัวเพิ่มขึ้น ก็ช่วยธุรกิจภาคการท่องเที่ยวค่อนข้างมาก ซึ่งธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวยังเป็นกลุ่มที่มีการเติบโตแข็งแกร่ง เช่นเดียวกับกลุ่ม Healthcare

กลยุทธ์ของ ตลท. เพื่อขับเคลื่อนตลาดทุน ซึ่งนายอัสสเดช กล่าวว่า เพื่อเพิ่มความน่าสนใจและรองรับการเติบโตในอนาคต ตลท. กำลังดำเนินการหลายประการ:

ดึงดูด New Economy: ตลท. กำลังหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น ก.ล.ต. เพื่อดึงดูดบริษัทจากอุตสาหกรรมใหม่ๆ (New Economy) เข้ามาจดทะเบียนในตลาดทุนไทยมากขึ้น รวมถึงพิจารณากระดาน Livex สำหรับบริษัท Startup หรือ SME เพื่อให้ระดมทุนได้ง่ายขึ้น

เพิ่มสภาพคล่องสำหรับรายย่อย: มีการหารือกับ ก.ล.ต. เพื่อปรับแผน ขั้นตอน และกฎเกณฑ์ต่างๆ เพื่อให้นักลงทุนรายย่อยเข้าถึงตลาดได้ง่ายขึ้น และสร้างกลไกการซื้อขายที่เพิ่มสภาพคล่อง

โครงการ Jump+: ตลท. ยังคงเดินหน้าโครงการ Jump+ เพื่อสนับสนุนบริษัทจดทะเบียนในการวางแผนการเติบโตและสื่อสารศักยภาพของบริษัทให้ชัดเจนยิ่งขึ้นต่อนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนกองทุนต่างประเทศที่ต้องการเห็นการเติบโตของธุรกิจที่สูงกว่า GDP

สนับสนุน ESG: ตลท. กำลังพัฒนาแพลตฟอร์มกลางเพื่อช่วยเหลือบริษัทจดทะเบียนในการลดต้นทุนการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อม (ESG) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทั่วโลกให้ความสนใจและมีกฎเกณฑ์ที่เข้มงวดมากขึ้น เช่น มาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรป

"เท่าที่ฟังจากนักลงทุน โดยเฉพาะนักลงทุนกองทุนต่างประเทศ เขาอยากได้ความเชื่อมั่นในการเติบโตของธุรกิจ ทำยังไงให้เขาเห็นว่าธุรกิจมีศักยภพาในการเติบโตที่มากกว่า GDP ด้วยซ้ำ ก็เป็นอะไรที่อยากเชิญ บริษัทจดทะเบียนเข้ามาช่วยกันสื่อสารให้นักลงทุนทราบว่าอนาคตอันใกล้นี้ เราจะเติบโตอย่างไร"นายอัสสเดช กล่าว

แนวโน้มครึ่งปีหลังขึ้นกับการเติบโตและการกระตุ้นเศรษฐกิจ

นายอัสสเดช กล่าวว่า อ้างอิงการวิเคราะห์จากธนาคารแห่งประเทศไทย ประเด็นภาษีการค้าของสหรัฐฯ หากมีข้อตกลงที่ยุติได้ โดยไทยยังสามารถแข่งขันกับประเทศคู่แข่งทางการค้าได้ แน่นอนว่าจะสร้างความมั่นใจขึ้น ซึ่งจะมีข้อมูลว่าอุตสาหกรรมใดที่แข่งขันได้และน่าจะเติบโตไปได้ และอีกสิ่งที่อยากเห็นในช่วงครึ่งปีหลังคืองบประมาณของประเทศ ซึ่งหากงบประมาณปี 69 ผ่านสภาฯได้ มีการใช้จ่ายของภาครัฐก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยกระตุ้นเศรษฐกิจได้

รวมทั้งการสร้างความมั่นใจให้กับภาคเอกชน ทำอย่างไรให้มั่นใจว่าการลงทุนจะมีผลิตผลที่เหมาะสม เนื่องจากประเด็นภาษีการค้าที่มีความไม่แน่นอน ทำให้การลงทุนภาคเอกชนต้องชะลอตัวลง ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เช่นเดียวกันหากภาครัฐมีการลงทุน มีการเบิกจ่ายงบประมาณมันก็จะสอดคล้องกัน ทั้งการลงทุนภาครัฐและเอกชน

ขณะเดียวกัน ตลท.ก็มีมาตรการช่วยเหลือ บจ. ในการรับมือภาษีการค้าสหรัฐฯ โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อม (ESG) ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทั่วทั้วโลกจริงจังมากขึ้น ผ่านการออกกฎเกณฑ์ควบคุมที่เข้มงวด มาตรการ CBAM ของสหภาพยุโรปและจะกระทบต้นทุนทางอ้อม สิ่งที่ ตลท.ดำเนินการมาตลอดและอยากทำเพิ่มเติม คือแพลตฟอร์มกลาง เพื่อช่วยเหลือบริษัทจดทะเบียนด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินการด้านสิ่งแวดล้อมให้น้อยลง

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...