โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

ช่องโหว่อาณาจักรผลประโยชน์ หัก ‘หัวคิว’ต่อใบอนุญาตต่างด้าว

เดลินิวส์

อัพเดต 13 ก.ค. 2568 เวลา 11.14 น. • เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 04.00 น. • เดลินิวส์
หลังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดปฏิบัติการเช็กบิลบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งย่านคลองสามวา กทม. ที่มีพฤติการณ์ให้คำปรึกษาต่อใบอนุญาตแรงงานต่างด้าวที่เข้าข่ายฟอกเงินผ่านเจ้าหน้าที่กัมพูชา

ประเด็นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นช่องโหว่การหักหัวคิว เอาเปรียบแรงงาน ซ้ำอาจกระทบนายจ้างและระบบเศรษฐกิจภาพรวม

“ทีมข่าวอาชญากรรม” สอบถามมุมมองพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกดีเอสไอ ถึงช่องโหว่การเปิดให้ต่อใบอนุญาตแรงงานต่างด้าวผ่านระบบออนไลน์ จนเกิดกระบวนการเรียกรับผลประโยชน์ รวมถึงวิธีปฏิบัติของนายจ้างที่ต้องรู้เท่าทัน ไม่ให้ถูกขูดรีด

พ.ต.ต.วรณัน มองแรงงานต่างด้าวจำเป็นต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจและแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานไทย โดยแรงงานต่างด้าวที่ลงทะเบียนทำงานในไทยหลายสัญชาติรวมกันหลายล้านคน ประกอบกับปัจจุบันเป็นยุคของการใช้เทคโนโลยีลดขั้นตอนทำงาน โดยหลักการที่ให้ต่อใบอนุญาตผ่านระบบออนไลน์ถือว่าเหมาะสมและทันสมัย ลดการให้แรงงานต้องมาติดต่อผ่านเจ้าหน้าที่ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากบางขั้นตอนที่จะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น กรมการจัดหางาน จึงจำเป็นต้องมี “คนกลาง” ช่วยดำเนินการ เพื่อลดปัญหาด้านการสื่อสารและปริมาณของผู้ที่มาติดต่อ

“เมื่อเกี่ยวข้องกับการอนุมัติ หรืออนุญาต ที่กระทบต่อสิทธิต่าง ๆ ตามกฎหมาย จึงกลายเป็นช่องทางให้คนบางกลุ่มกระทำการทุจริตคอร์รัปชั่น และใช้บัญชีม้าเป็นจุดรับและกระจายเงิน เพื่อปกปิดการกระทำผิด จนเกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นข้ามชาติระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยและเจ้าหน้าที่ของประเทศต้นทางของแรงงาน โดยมีเอกชนทั้งสองฝ่ายเป็นตัวกลาง ทำกันเป็นขบวนการ เป็นการซ้ำเติมทั้งนายจ้างฝ่ายไทยและแรงงานต่าง”

สำหรับการขึ้นทะเบียนหรือต่ออายุใบอนุญาตแรงงานต่างด้าว แม้จะมีระบบลงทะเบียนออนไลน์ แต่ความแตกต่างเรื่องภาษาและระบบราชการที่มีจำนวนมาก ทำให้ยังต้องมีผู้ได้รับอนุญาตให้นำพาคนต่างด้าวมาทำงานที่ได้รับมอบอำนาจจากนายจ้าง คือ กลุ่มนายหน้าจัดหางาน มาทำหน้าที่แทนนายจ้างไทย ซึ่งเปิดช่องให้เกิดการทุจริตเรียกรับผลประโยชน์โดยง่าย

พ.ต.ต.วรณัน ระบุ นี่ถือเป็นจุดรั่วไหลทางการเงินไปสู่วงจรเงินนอกระบบ และเนื่องจากจำนวนแรงงานต่างด้าวที่มีจำนวนมาก โดยเฉพาะ 4 ประเทศหลัก ลาว เวียดนาม เมียนมา และกัมพูชา มีรวมกันถึง 2.4 ล้านคน หากเกิดขบวนการทุจริตครบทุกสัญชาติ จะมีเงินนอกระบบหมุนเวียนถึงปีละ 6,000 ล้านบาท สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไม่แตกต่างจากอาชญากรรมอื่น เช่น การพนันออนไลน์ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นต้น

“ช่องโหว่สำคัญที่เห็น คือ ระบบการอนุมัติ/อนุญาต ขาดกระบวนการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ เพราะหากมีการควบคุมตรวจสอบให้ดำเนินการเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด และชี้แจงเหตุที่อนุมัติ/ไม่อนุมัติตามหลักเกณฑ์ ส่วนตัวเชื่อว่าย่อมไม่มีเหตุผลที่จะต้องจ่ายเงินนอกระบบเพิ่ม เพื่อให้กับเจ้าหน้าที่รัฐอีก”

ทั้งนี้ หากมองตามความเป็นจริง กรณีที่ดีเอสไอรับสืบสวนอยู่ถือเป็นกรณีสมประโยชน์หลายฝ่าย เพราะกระบวนการร้องเรียนโดยผู้เสียหายเกิดขึ้นได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากถ้าไม่ดำเนินการตามที่เรียกเก็บก็อาจถูกกลั่นแกล้งในการพิจารณาที่ล่าช้าหรือไม่อนุมัติ ซึ่งส่วนนี้หน่วยงานจะต้องมีกลไกตรวจสอบภายใน พร้อมเปิดช่องทางให้ติดตาม รับเรื่องร้องเรียน และการส่งข้อมูลให้กับหน่วยงานตรวจสอบ เช่น ดีเอสไอ หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้ดำเนินคดีอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดผลทั้งด้านคดีที่สอบสวนและเกิดผลในเชิงป้องปรามการกระทำผิดที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย

พ.ต.ต.วรณัน ชี้ว่าประเทศไทยมีกฎหมายสำคัญฉบับหนึ่งคือ พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558 ทีมีเป้าหมายป้องกันการทุจริตในกระบวนการอนุมัติหรืออนุญาตของราชการ ที่หน่วยงานต้องมีคู่มือดำเนินการเรื่องนั้น ๆ หากไม่ทำภายในระยะเวลาที่กำหนดจะมีกลไกตรวจสอบเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งบางกรณีจะมีโทษทางวินัยและอาญา ผู้ได้รับความเดือดร้อนสามารถใช้กลไกดังกล่าวตรวจสอบและติดตามการอนุญาตได้

ส่วนคำถามว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นล้วนเกี่ยวโยงกับเจ้าหน้าที่ พ.ต.ต.วรณัน ทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันระบบควบคุมตรวจสอบมีความเข้มแข็งกว่าอดีต เพราะมีหน่วยงานทำหน้าที่ปราบปรามหลายหน่วย ที่สำคัญคือพฤติกรรมดังกล่าวยังเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน

“ซึ่งนอกจากบทลงโทษสูงถึงจำคุกแล้ว ยังเสียอนาคตกับชีวิตราชการ เสียชื่อเสียงและวงศ์ตระกูล รวมถึงการถูกยึดทรัพย์ให้ตกเป็นของแผ่นดินด้วย”.

ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...