ช่องโหว่อาณาจักรผลประโยชน์ หัก ‘หัวคิว’ต่อใบอนุญาตต่างด้าว
ประเด็นดังกล่าวสะท้อนให้เห็นช่องโหว่การหักหัวคิว เอาเปรียบแรงงาน ซ้ำอาจกระทบนายจ้างและระบบเศรษฐกิจภาพรวม
“ทีมข่าวอาชญากรรม” สอบถามมุมมองพ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกดีเอสไอ ถึงช่องโหว่การเปิดให้ต่อใบอนุญาตแรงงานต่างด้าวผ่านระบบออนไลน์ จนเกิดกระบวนการเรียกรับผลประโยชน์ รวมถึงวิธีปฏิบัติของนายจ้างที่ต้องรู้เท่าทัน ไม่ให้ถูกขูดรีด
พ.ต.ต.วรณัน มองแรงงานต่างด้าวจำเป็นต่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจและแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานไทย โดยแรงงานต่างด้าวที่ลงทะเบียนทำงานในไทยหลายสัญชาติรวมกันหลายล้านคน ประกอบกับปัจจุบันเป็นยุคของการใช้เทคโนโลยีลดขั้นตอนทำงาน โดยหลักการที่ให้ต่อใบอนุญาตผ่านระบบออนไลน์ถือว่าเหมาะสมและทันสมัย ลดการให้แรงงานต้องมาติดต่อผ่านเจ้าหน้าที่ แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นส่วนหนึ่งมาจากบางขั้นตอนที่จะต้องติดต่อเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น กรมการจัดหางาน จึงจำเป็นต้องมี “คนกลาง” ช่วยดำเนินการ เพื่อลดปัญหาด้านการสื่อสารและปริมาณของผู้ที่มาติดต่อ
“เมื่อเกี่ยวข้องกับการอนุมัติ หรืออนุญาต ที่กระทบต่อสิทธิต่าง ๆ ตามกฎหมาย จึงกลายเป็นช่องทางให้คนบางกลุ่มกระทำการทุจริตคอร์รัปชั่น และใช้บัญชีม้าเป็นจุดรับและกระจายเงิน เพื่อปกปิดการกระทำผิด จนเกิดการทุจริตคอร์รัปชั่นข้ามชาติระหว่างเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยและเจ้าหน้าที่ของประเทศต้นทางของแรงงาน โดยมีเอกชนทั้งสองฝ่ายเป็นตัวกลาง ทำกันเป็นขบวนการ เป็นการซ้ำเติมทั้งนายจ้างฝ่ายไทยและแรงงานต่าง”
สำหรับการขึ้นทะเบียนหรือต่ออายุใบอนุญาตแรงงานต่างด้าว แม้จะมีระบบลงทะเบียนออนไลน์ แต่ความแตกต่างเรื่องภาษาและระบบราชการที่มีจำนวนมาก ทำให้ยังต้องมีผู้ได้รับอนุญาตให้นำพาคนต่างด้าวมาทำงานที่ได้รับมอบอำนาจจากนายจ้าง คือ กลุ่มนายหน้าจัดหางาน มาทำหน้าที่แทนนายจ้างไทย ซึ่งเปิดช่องให้เกิดการทุจริตเรียกรับผลประโยชน์โดยง่าย
พ.ต.ต.วรณัน ระบุ นี่ถือเป็นจุดรั่วไหลทางการเงินไปสู่วงจรเงินนอกระบบ และเนื่องจากจำนวนแรงงานต่างด้าวที่มีจำนวนมาก โดยเฉพาะ 4 ประเทศหลัก ลาว เวียดนาม เมียนมา และกัมพูชา มีรวมกันถึง 2.4 ล้านคน หากเกิดขบวนการทุจริตครบทุกสัญชาติ จะมีเงินนอกระบบหมุนเวียนถึงปีละ 6,000 ล้านบาท สร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศไม่แตกต่างจากอาชญากรรมอื่น เช่น การพนันออนไลน์ หรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เป็นต้น
“ช่องโหว่สำคัญที่เห็น คือ ระบบการอนุมัติ/อนุญาต ขาดกระบวนการควบคุมภายในที่มีประสิทธิภาพ เพราะหากมีการควบคุมตรวจสอบให้ดำเนินการเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด และชี้แจงเหตุที่อนุมัติ/ไม่อนุมัติตามหลักเกณฑ์ ส่วนตัวเชื่อว่าย่อมไม่มีเหตุผลที่จะต้องจ่ายเงินนอกระบบเพิ่ม เพื่อให้กับเจ้าหน้าที่รัฐอีก”
ทั้งนี้ หากมองตามความเป็นจริง กรณีที่ดีเอสไอรับสืบสวนอยู่ถือเป็นกรณีสมประโยชน์หลายฝ่าย เพราะกระบวนการร้องเรียนโดยผู้เสียหายเกิดขึ้นได้ค่อนข้างยาก เนื่องจากถ้าไม่ดำเนินการตามที่เรียกเก็บก็อาจถูกกลั่นแกล้งในการพิจารณาที่ล่าช้าหรือไม่อนุมัติ ซึ่งส่วนนี้หน่วยงานจะต้องมีกลไกตรวจสอบภายใน พร้อมเปิดช่องทางให้ติดตาม รับเรื่องร้องเรียน และการส่งข้อมูลให้กับหน่วยงานตรวจสอบ เช่น ดีเอสไอ หรือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะได้ดำเนินคดีอย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดผลทั้งด้านคดีที่สอบสวนและเกิดผลในเชิงป้องปรามการกระทำผิดที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคตด้วย
พ.ต.ต.วรณัน ชี้ว่าประเทศไทยมีกฎหมายสำคัญฉบับหนึ่งคือ พ.ร.บ.อำนวยความสะดวกในการพิจารณาอนุญาตของทางราชการ พ.ศ.2558 ทีมีเป้าหมายป้องกันการทุจริตในกระบวนการอนุมัติหรืออนุญาตของราชการ ที่หน่วยงานต้องมีคู่มือดำเนินการเรื่องนั้น ๆ หากไม่ทำภายในระยะเวลาที่กำหนดจะมีกลไกตรวจสอบเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ ซึ่งบางกรณีจะมีโทษทางวินัยและอาญา ผู้ได้รับความเดือดร้อนสามารถใช้กลไกดังกล่าวตรวจสอบและติดตามการอนุญาตได้
ส่วนคำถามว่าการทุจริตคอร์รัปชั่นล้วนเกี่ยวโยงกับเจ้าหน้าที่ พ.ต.ต.วรณัน ทิ้งท้ายว่า ปัจจุบันระบบควบคุมตรวจสอบมีความเข้มแข็งกว่าอดีต เพราะมีหน่วยงานทำหน้าที่ปราบปรามหลายหน่วย ที่สำคัญคือพฤติกรรมดังกล่าวยังเป็นความผิดมูลฐานตามกฎหมายฟอกเงิน
“ซึ่งนอกจากบทลงโทษสูงถึงจำคุกแล้ว ยังเสียอนาคตกับชีวิตราชการ เสียชื่อเสียงและวงศ์ตระกูล รวมถึงการถูกยึดทรัพย์ให้ตกเป็นของแผ่นดินด้วย”.
ทีมข่าวอาชญากรรม รายงาน