โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมเรดบูล เรซซิง ถึงปลด คริสเตียน ฮอร์เนอร์

THE STANDARD

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 14.51 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 14.31 น. • thestandard.co
ทำไมเรดบูล เรซซิง ถึงปลด คริสเตียน ฮอร์เนอร์

ข่าวใหญ่ในวงการมอเตอร์สปอร์ตเมื่อเย็นที่ผ่านมา (9 กรกฎาคม) และอาจจะเรียกได้ว่าเป็นข่าวใหญ่ในวงการกีฬาโลกเลยก็ว่าได้ กับการที่เรดบูล เรซซิง ตัดสินใจปลด คริสเตียน ฮอร์เนอร์ ออกจากตำแหน่งทีมบอสและ CEO ชนิดที่ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า

ฮอร์เนอร์สิ้นสุดบทบาท 20 ปีของเขาในฐานะทีมบอสในศึก F1 โดยเขาเป็นหัวหน้าทีมที่อยู่กับทีมเดียวมายาวนานที่สุดด้วย

ยังไม่มีการยืนยันที่แน่นอนว่าสาเหตุใดทำให้เรดบูลตัดสินใจแยกทางกับฮอร์เนอร์ในช่วงครึ่งทางของฤดูกาล F1 แบบนี้ แต่เหตุผลโดยรวมแล้วน่าจะมีอยู่ไม่กี่ข้อ

เรื่องแรก เป็นประเด็นอื้อฉาวส่วนตัวที่เกิดขึ้นเมื่อปีก่อน หลังจากที่เขาต้องเจอกับข้อกล่าวหาเรื่องพฤติกรรมที่ละเมิดต่อพนักงานหญิงในทีม แม้เจ้าตัวจะปฏิเสธมาตลอด และมีการสืบสวนภายในก็มีขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ 2024

ต่อมาแม้ว่าเรดบูลจะประกาศให้เขาพ้นจากข้อกล่าวหาในเดือนมีนาคมปีเดียวกัน แต่การรั่วไหลของข้อมูล รวมถึงภาพแคปหน้าจอของข้อความที่เป็นหลักฐานประกอบการกล่าวหาก็ยังคงแพร่หลาย นั่นทำให้มันกลายเป็นรอยด่างพร้อยที่ทำให้เขาเริ่มขาดความ ‘สง่างาม’ ในฐานะทีมบอสของทีมจากออสเตรีย

แต่ลำพังแค่ความไม่สง่างามในการเป็นทีมบอสก็คงจะทำอะไรเขาไม่ได้ หากไม่ได้ประกอบกับการที่เรดบูล เรซซิง ผลงานย่ำแย่ลงในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา

แม้ว่าเรดบูลจะประสบความสำเร็จอย่างมากในปี 2023 แต่ในช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา ฮอร์เนอร์ก็เผชิญหน้ากับช่วงเวลาที่ยากลำบากทั้งในและนอกสนาม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้ที่ทีมทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควร

รถ RB21 มีปัญหาด้านการควบคุมที่คาดเดาไม่ได้ และนักขับพรสวรรค์เบอร์ 1 ของทีมอย่าง แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน ก็ต้องรับบท ‘เดอะแบก’ อย่างหนัก จนคว้าชัยชนะได้เพียงแค่ 2 เรซ จากครึ่งแรกของฤดูกาลนี้เท่านั้น ซึ่งนั่นส่งผลโดยตรง ทำให้ทีมมีแนวโน้มที่จะไม่สามารถคว้าแชมป์โลกในปีนี้ และหากเกิดขึ้นจริงก็จะกลายเป็นการจบฤดูกาลด้วยมือเปล่าครั้งแรกของทีมตั้งแต่ปี 2020 ด้วย

นอกจากนี้ ฮอร์เนอร์ยังมีความสัมพันธ์ที่ย่ำแย่ลงอย่างมากกับบ้านเวอร์สแตพเพน โดยเฉพาะกับ จอส เวอร์สแตพเพน พ่อของแม็กซ์ ซึ่งเคยแสดงความกังวลว่าการเป็นผู้นำของฮอร์เนอร์อาจทำให้ทีมแตกแยก และด้วย 2 ปัจจัยข้างต้น ทำให้ข่าวลือการจากไปยังเมอร์เซเดสของนักขับชาวดัตช์ยิ่งหนาหูขึ้นทุกวัน

ยิ่งไปกว่านั้น ตลอดช่วง 18 เดือนที่ผ่านมา ภายใต้การทำงานของฮอร์เนอร์ ทีมยังสูญเสียกำลังสำคัญไปอีกหลายคน โดยหนึ่งในนั้นคือ เอเดรียน นิวอี นักออกแบบระดับตำนานที่ย้ายไปร่วมงานกับแอสตันมาร์ติน รวมไปถึง โจนาธาน วีตลีย์ ผู้อำนวยการกีฬาที่ไปทำงานกับทีมเซาเบอร์ด้วย

หากข้างบนนั้นคิดว่าสถานการณ์ของฮอร์เนอร์ย่ำแย่แล้ว แต่ตะปูตอกฝาโลงตัวสุดท้ายกลับเป็นชื่อที่คนไทยส่วนมากรู้จักกันดี นั่นคือ ‘เฉลิม อยู่วิทยา’ หรือเจ้าพ่อกระทิงแดงนั่นเอง

เกร็ก สเลเตอร์ ผู้สื่อข่าวของ Sky Sports รายงานว่า สาเหตุสำคัญที่ฮอร์เนอร์หลุดออกจากตำแหน่งทีมบอสและ CEO ของเรดบูล เรซซิง เป็นเพราะเขาสูญเสียการสนับสนุนจาก เฉลิม อยู่วิทยา ถือหุ้นใหญ่ 51% ของเรดบูล ซึ่งก่อนหน้านี้เคยเป็นพันธมิตรคนสำคัญของเขา และยืนเคียงข้างเขาผ่านปัญหาต่างๆ

การสูญเสียการสนับสนุนนี้ทำให้ฮอร์เนอร์ตกอยู่ในสถานะที่เปราะบาง ประกอบกับความแตกแยกภายในทีมเรดบูลที่มีมาสักระยะหนึ่งแล้ว โดยเฉพาะระหว่างฝ่ายผู้ถือหุ้นชาวออสเตรีย ซึ่งคือครอบครัวมาเตชิตซ์ที่ถือหุ้น 49% กับฝ่ายผู้ถือหุ้นชาวไทย ทำให้สถานะของฮอร์เนอร์พร้อมจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ถ้าไม่มีคนหนุนหลัง และสุดท้ายมันก็เกิดขึ้น

การปลด คริสเตียน ฮอร์เนอร์ ในช่วงกลางฤดูกาลเป็นเรื่องที่น่าประหลาดใจ และอาจทำให้ทีมเผชิญกับความท้าทายในระยะสั้น

มีบทวิเคราะห์มองว่า เรดบูลพร้อมที่จะทิ้งอีกครึ่งฤดูกาลที่เหลือ เพื่อดำรงรักษาตำแหน่งของ แม็กซ์ เวอร์สแตพเพน เอาไว้กับทีมต่อไป เพราะอย่างที่ทราบกันดีว่า จอส พ่อของแม็กซ์ ไม่พอใจฮอร์เนอร์พอสมควร แต่เมื่อไม่มีฮอร์เนอร์แล้ว หลายอย่างอาจจะเปลี่ยนไป

ประกอบกับทิศทางการตอบคำถามสื่อของฮอร์เนอร์ที่เหมือนจะปล่อยแม็กซ์ไปจากทีมหากจำเป็น ทำให้ฝ่ายบริหารของเรดบูลอาจจะอยากต้องการเก็บนักขับดีกรีแชมป์โลก 4 สมัยไว้มากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในฤดูกาลหน้า เป็นฤดูกาลที่ F1 มีความเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

เวลาราว 6 เดือน อาจจะมากพอสำหรับที่จะให้ใครก็ตามที่มารับงานต่อจากเขา (ซึ่งปัจจุบันเป็น ลอเรนต์ แมกีส์ จากเรซซิงบูลส์ที่ได้รับการโปรโมตขึ้นมา) มีเวลาในการปรับตัวกับทีมเพื่อเตรียมรับความเปลี่ยนแปลงที่จะมาถึง

ขณะที่บางสื่อก็เชื่อว่า การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้มีเรื่องราวการเมืองภายในเรดบูลเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย เพราะหลังการจากไปของ ดีทริช มาเตชิตซ์ เรดบูลต้องการบริหารงานอย่างเป็นมืออาชีพมากขึ้น ทำให้องค์กรเรดบูลค่อยๆ เปลี่ยนแปลงภายในจนกลายเป็นปรากฏการณ์โดมิโน ที่แต่ละตัวค่อยๆ ล้มหายตายจาก จนสุดท้ายก็มาถึงฮอร์เนอร์ในที่สุด

อย่างไรก็ตาม ปฏิเสธไม่ได้ว่าตลอด 20 ปีที่ฮอร์เนอร์ดูแลเรดบูล เรซซิงมา เขาสร้างทีมแห่งนี้ให้เป็นหนึ่งในทีมที่ประสบความสำเร็จและน่าสนใจที่สุดใน F1

เรดบูลได้แชมป์โลกทีมผู้ผลิต 6 สมัย และแชมป์โลกประเภทบุคคลอีก 8 สมัย คว้าชัยไปได้ 124 ครั้ง และขึ้นโพเดียมไปถึง 284 ครั้ง

เขาเป็นผู้ที่เปลี่ยนจากทีมจากัวร์ที่ไม่มีชีวิตชีวาให้กลายเป็นเรดบูลที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลัง และเป็นผู้สร้าง งมหาอำนาจ F1 ทีมใหม่ง อย่างแท้จริง

ดังนั้น เรดบูล เรซซิง ในยุคที่ไร้ชายที่ชื่อ คริสเตียน ฮอร์เนอร์ อาจจะต้องเจอกับความยากลำบากจากความเปลี่ยนแปลงไม่มากก็น้อย ซึ่งนั่นขึ้นอยู่กับว่า ลอเรนต์ แมกีส์ จะทำหน้าที่ของเขาได้ดีแค่ไหน

ส่วนเรดบูลอาจจะได้ในสิ่งที่พวกเขาคาดหวัง คือการรักษาแม็กซ์ไว้กับทีมได้ต่อไป หรืออาจจะไม่ก็ได้ เพราะรายงานล่าสุดทางเมอร์เซเดสก็อนุมัติให้ทีมล่าลายเซ็นเขาได้อย่างเต็มที่เช่นกัน

หนึ่งในบทวิเคราะห์ที่น่าสนใจมาจาก มาร์ก ฮิวจ์ กูรูจากมอเตอร์สปอร์ตแมกกาซีน ที่มองว่าในดีลนี้อาจจะไม่มีผู้ชนะในเรดบูลเลยก็ได้

สถานการณ์ที่ฮิวจ์หมายถึงคือ ทีมผลงานแย่กว่าเดิมในฤดูกาลนี้ แถมฤดูกาล 2026 ก็ยังล้มเหลวเพราะไม่มีคนอย่างฮอร์เนอร์ ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญและประสบการณ์ในช่วงเปลี่ยนผ่านคอยประคอง ซ้ำร้ายแม็กซ์ก็อาจจะไปจากเรดบูลอยู่ดี

ซึ่งแน่นอนว่าผลลัพธ์แบบนี้เป็นผลลัพธ์ที่เรดบูลคงไม่อยากให้เกิดขึ้นที่สุด แต่ก็อาจจะเกิดขึ้นได้ก็ได้

แม้การตัดสินใจของเรดบูลครั้งนี้มาในช่วงเวลาที่แปลก เพราะมันเกิดขึ้นในช่วงกลางฤดูกาล สุดท้ายก่อนจะเข้าสู่กติกาใหม่ปี 2026 แต่แน่นอนว่ากีฬาอย่าง F1 ไม่มีพื้นที่ให้การตัดสินใจช้า แค่การตัดสินใจเร็วในบางครั้งก็ไม่ถูกเสมอไป

สิ่งเดียวที่จะให้คำตอบได้คือ…เวลาเท่านั้น

ป.ล. สำหรับ คริสเตียน ฮอร์เนอร์ ไม่ต้องไปห่วงเขาหรอก เพราะจากโปรไฟล์แล้ว หากเขายังอยากทำงานใน F1 ต่อไป คาดว่าจะมีหลายทีมมาต่อแถวรอขอสัมภาษณ์เขาอย่างแน่นอน โดยเฉพาะทีมใหม่จากสหรัฐอเมริกา เพราะหลังมีข่าวปลดเขาไม่กี่ชั่วโมง ข่าวลือก็มาเต็มแล้ว!

ภาพ: Red Bull Media House

อ้างอิง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...