โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์: วัคซีนโควิด-19 ทำให้เด็กข้ามเพศ จริงหรือ?

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 18 มิ.ย. 2568 เวลา 05.09 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 22.09 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

18 มิถุนายน 2568
แปลและเรียบเรียงบทความ : อดิศร สุขสมอรรถ
ตรวจทานและพิสูจน์อักษร : คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ข้อมูลน่าสงสัย :

มีข้อมูลเท็จเกี่ยวกับความหลากหลายทางเพศเผยแพร่ทางสื่อสังคมออนไลน์ในต่างประเทศ เมื่อมีการเผยแพร่ความเชื่อว่า สาเหตุที่ประชากรหลากหลายทางเพศและคนข้ามเพศเพิ่มขึ้นในสังคม เป็นผลจากการรณรงค์ฉีดวัคซีนโควิด-19 เนื่องจากวัคซีนโควิด-19 ชนิด mRNA พัฒนาจากเซลล์ตัวอ่อนมนุษย์ เมื่อฉีดเข้าไปแล้วดีเอ็นเอของตัวอ่อนมนุษย์ซึ่งมีเพศที่แตกต่างจากเพศของผู้รับวัคซีน จะเข้าไปเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมของผู้รับวัคซีน ทำให้ผู้รับวัคซีนมีพฤติกรรมทางเพศเบี่ยงเบนในที่สุด

รวมถึงข้ออ้างที่ว่าวัคซีนจะเข้าไปกระตุ้นยีนเกย์ที่ซ่อนอยู่ในตัวผู้รับวัคซีนซึ่งถ่ายทอดทางพันธุกรรมมาจากพ่อแม่ ทำให้ผู้รับวัคซีนมีพฤติกรรมทางเพศเบี่ยงเบนเช่นกัน

ซึ่งการกล่าวอ้างทั้งหมด ได้รับการยืนยันจากผู้เชี่ยวชาญว่าไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย

บทสรุป :

1.มนุษย์ไม่มียีนเกย์
2.ความเบี่ยงเบนทางเพศเริ่มตั้งแต่เป็นตัวอ่อน
3.วัคซีนโควิด-19 เปลี่ยนแปลงพันธุกรรมไม่ได้

FACT CHECK : ตรวจสอบข้อเท็จจริง :

วัคซีนโควิด-19 เปลี่ยนแปลงพันธุกรรมไม่ได้

ดร.พอล ออฟฟิต แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านวัคซีนและกุมารเวชศาสตร์ โรงพยาบาล Children’s Hospital of Philadelphia อธิบายว่า เซลล์ตัวอ่อนมนุษย์ถูกนำมาใช้เพาะเลี้ยงเชื้อไวรัสเพื่อการพัฒนาวัคซีนหลายชนิด ทั้งวัคซีนไวรัสตับอักเสบเอ วัคซีนอีสุกอีใส หรือหัดเยอรมัน

โอกาสที่ดีเอ็นเอตกค้างจากวัคซีนจะส่งผลต่อพันธุกรรมของผู้รับวัคซีนแทบเป็นไปไม่ได้ เนื่องจากก่อนจะนำมาฉีดให้กับประชาชน จะต้องผ่านกระบวนการทำให้วัคซีนมีความบริสุทธิ์ ซึ่งปริมาณดีเอ็นเอตกค้างจากเซลล์ตัวอ่อนมนุษย์ที่หลงเหลืออยู่ในวัคซีนมีขนาดเล็กมาก หรือประมาณพิโกกรัมหรือ 1 ในล้านล้านกรัม

นอกจากนี้ หากเข้าสู่ร่างกาย ดีเอ็นเอตกค้างเหล่านั้นก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมของผู้รับวัคซีน เนื่องจากเป็นเพียงชิ้นส่วนของรหัสพันธุกรรม ไม่ใช่ดีเอ็นเอที่สมบูรณ์ หรือต่อให้เป็นดีเอ็นเอที่สมบูรณ์ การจะเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมของผู้รับวัคซีน ดีเอ็นเอดังกล่าวต้องเข้าไปยังนิวเคลียสของเซลล์ ซึ่งดีเอ็นเอเหล่านั้นไม่มีปัจจัยใด ๆ ที่จะสามารถเข้าไปยังนิวเคลียสของเซลล์ของผู้รับวัคซีนได้

ฟรานซิสโก ซานเซส ศาสตราจารย์มหาวิทยาลัยแอริโซนาสเตต ยืนยันว่า แนวคิดว่าดีเอ็นเอแปลกปลอมจากวัคซีนจะเปลี่ยนแปลงพันธุกรรมมนุษย์และทำให้เบี่ยงเบนทางเพศเป็นข้ออ้างที่ไร้สาระมาก เพราะมนุษย์ได้รับดีเอ็นเอแปลกปลอมเข้าสู่ร่างกายตลอดเวลา ตั้งแต่การกินอาหารจนถึงการสัมผัสสารคัดหลั่งระหว่างการมีเพศสัมพันธ์

หากข้ออ้างดังกล่าวเป็นจริง จะต้องเห็นปรากฏการณ์ดังกล่าวในกลุ่มผู้รับบริจาคเลือดและอวัยวะ และจะทำให้การคัดกรองผู้บริจาคเลือดและอวัยวะมีความซับซ้อนมากกว่านี้ ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่เกิดขึ้น

มนุษย์ไม่มียีนเกย์

แม้จะมีการค้นหายีนจำเพาะที่เชื่อว่าอยู่เบื้องหลังการข้ามเพศในมนุษย์ แต่การศึกษาหลายทศวรรษก็ไม่พบว่ามียีนดังกล่าวแต่อย่างใด

ดร.เดวิด เวอร์โฮเวน ผู้เชี่ยวชาญด้านไวรัส และศาสตราจารย์ภาควิชาจุลชีววิทยาสัตวแพทย์และเวชศาสตร์ป้องกัน มหาวิทยาลัยไอโฮวาสเตต ยืนยันว่าในร่างกายมนุษย์ไม่มียีนเกย์แต่อย่างใด สิ่งเดียวที่วัคซีนเข้าไปกระตุ้นการทำงานของร่างกายคือการสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคต่าง ๆ เท่านั้น

ดร.เดวิด เวอร์โฮเวน มองว่าปัญหาการโต้แย้งประเด็นความหลากหลายทางเพศในสังคม สามารถแก้ได้ด้วยการให้สังคมหยุดมองว่าการเป็นคนข้ามเพศเป็นความผิดปกติหรือเป็นโรคติดต่อที่จำเป็นต้องป้องกันหรือหาทางรักษา และหันมายอมรับในความหลากหลาย ซึ่งน่าจะสร้างประโยชน์ให้กับสังคมโดยรวมได้มากกว่า

ความเบี่ยงเบนทางเพศเริ่มตั้งแต่เป็นตัวอ่อน

ราเชล เลวิน นักชีววิทยาและประสาทวิทยา มหาวิทยาลัยโพโมนาคอลเลจ อธิบายว่า ไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ใด ๆ พิสูจน์ได้ว่าการเบี่ยงเบนทางเพศจะเกิดขึ้นหลังบุคคลนั้น ๆ ลืมตาดูโลก เพราะเป็นกระบวนการที่น่าจะเริ่มขึ้นตั้งแต่บุคคลนั้น ๆ ยังเป็นตัวอ่อนในครรภ์มารดา

งานวิจัยหลายชิ้นต่างอ้างสมมติฐาน Prenatal Androgen Hypothesis ที่คาดว่าการได้รับฮอร์โมนเพศชายชนิดแอนโดรเจนในระหว่างที่ตัวอ่อนกำลังพัฒนาสมอง ซึ่งเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นหลังการพัฒนาอวัยวะสืบพันธุ์ภายนอก อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่อยู่เบื้องหลังการเบี่ยงเบนทางเพศ

ราเชล เลวิน อธิบายถึงความเป็นไปได้ว่า หญิงข้ามเพศอาจเกิดจากการได้รับฮอร์โมนแอนโดรเจนน้อยเกินไประหว่างการพัฒนาสมองของตัวอ่อน ส่วนชายข้ามเพศอาจเกิดจากการได้รับฮอร์โมนแอนโดรเจนมากเกินไประหว่างการพัฒนาสมองของตัวอ่อน

นอกจากปริมาณของฮอร์โมน ปัจจัยยังมาจากการทำงานของตัวรับฮอร์โมนในเซลล์

ชายที่กลายเป็นหญิงข้ามเพศ อาจไม่ได้เกิดจากได้รับปริมาณฮอร์โมนแอนโดรเจนไม่เพียงพอ แต่อาจเป็นเพราะการทำงานของตัวรับฮอร์โมนแอนโดรเจนในสมองทำงานผิดปกติก็เป็นได้

ราเชล เลวิน ย้ำว่ากระบวนการทั้งหมด เกิดขึ้นก่อนที่มนุษย์จะลืมตาดูโลก ดังนั้นต่อให้ผู้หญิงได้รับฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนจำนวนมาก ก็จะไม่ทำให้เธอกลายเป็นชายข้ามเพศ หรือผู้ชายที่มีภาวะขาดแคลนฮอร์โมนเทสโทสเตอโรน ก็ไม่ทำให้พวกเขากลายเป็นหญิงข้ามเพศเช่นกัน

ข้อมูลอ้างอิง :

https://www.factcheck.org/2023/06/scicheck-posts-make-false-claim-about-cause-of-gender-dysphoria/
https://www.businessinsider.com/qanon-conspiracy-theory-covid-19-vaccines-turn-kids-trans-gay-2021-2

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...