"เสกสกล" ร้องนายกฯ ค้านตั้ง "พีระพันธุ์" เป็น รมต. ช่วงปรับครม.
‘เสกสกล’ ร้องนายกฯ ค้านตั้ง ‘พีระพันธุ์’ เป็น รมต. ช่วงปรับครม. ชี้ บริหารพรรคล้มเหลว-ถือหุ้นผิดกฎหมาย ยัน ต้องเปลี่ยนหัวหน้าพรรคมิเช่นนั้น ‘นายกฯ’ เดือดร้อน
วันที่ 23 มิ.ย. 2568 ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ทำเนียบรัฐบาล นายเสกสกล อัตถาวงศ์ ในฐานะผู้ก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติ ยื่นหนังสือถึง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ขอคัดค้านการแต่งตั้งนายพีระพันธ์ุ สาลีรัฐวิภาค รองนายก ฯ และ รมว.พลังงาน เป็นรัฐมนตรี ในการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.)
นายเสกสกล กล่าวว่า หลังจากที่ตนก่อตั้งพรรครวมไทยสร้างชาติมา เพื่อเป็นพรรคสำรองให้กับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายก ฯ ซึ่งนายพีระพันธ์ุ ก็ได้มาขอตนเพื่อจะใช้หาเสียงเลือกตั้ง ตนจึงยินยอมให้ แต่ 2 ปีที่ผ่านมา ตนมีเรื่องที่เป็นห่วงคือ 1.การพยายามแอบอ้างนำชื่อพลเอกประยุทธ์ ที่เป็น DNA ทำให้เสียหาย ซึ่งพล.อ.ประยุทธ์ ลาออกไป และได้เป็นองคมนตรีแล้ว ยุ่งการเมืองไม่ได้ แต่ผู้ใหญ่ในพรรคถึงเหล่าด้อมนายพีระพันธ์ุ พยายามเอา พล.อ.ประยุทธ์ มาแอบอ้างตลอดเวลา และสิ่งที่ทำให้ตนทุกข์ใจคือ หัวหน้าพรรค บริหารพรรคไม่เป็นไปตามที่ตกลงกับตนไว้ ว่าจะสร้างพรรคให้เกิดความเข้มแจ้งและเจริญรุ่งเรือง เพื่อเป็นที่พึ่งพาประชาชน แต่หัวหน้าพรรคทำให้พรรคแตกแยก แตกความสามัคคี จนหลายคนบอกตนว่าหัวหน้าพรรคเอาแต่ความคิดตัวเองเป็นหลัก หัวหน้าพรรคเอาแต่พวกตัวเอง โดยตั้งคนของตัวเองไปดำรงตำแหน่งทางการเมือง
2.นายพีระพันธ์ุ ยังไม่ลาออกจากการถือหุ้นใน 4 บริษัท และยังมีการเคลื่อนไหวของบริษัทอยู่ ซึ่งตามหลักกฏหมายแล้วไม่สามารถทำได้ การจะเป็นรัฐมนตรีจะต้องลาออก และดำเนินการตามระเบียบข้อกฎหมาย ซึ่งเรื่องนี้มีผู้ร้องเรียนหลายหน่วยงาน 3. นายพีระพันธ์ุถูกเรียกสอบในเรื่องที่นำป้ายชื่อตัวเองไปติดถุงยังชีพที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ก็ยังหลีกเลี่ยงไม่ไปชี้แจง 4. นายพีระพันธ์ุ ไม่ได้ลาออกจากตำแหน่งเลขาธิการนายก ฯ ก่อนที่จะลงสมัคร สส.บัญชีรายชื่อลำดับที่ 1 และเป็นแคนดิเดตนายก ฯ คนที่ 2 ของพรรค จากนั้นถึงลาออกย้อนหลัง 40 กว่าวัน ซึ่งผิดกฎหมายเลือกตั้งสส. ที่ผ่านมามีหลายคนยื่นเรื่องนายพีระพันธ์ุให้นายก ฯ แต่นายก ฯ ไม่ตรวจสอบ ตนมองว่านายพีระพันธ์ุหลอกนายก ฯ
นายเสกสกล กล่าวว่า สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ทำให้เห็นว่านายพีระพันธ์ุซึ่งเป็นหัวหน้าพรรค พยายามที่ใช้อำนาจครอบงำพรรคโดยไม่เป็นประชาธิปไตย เรื่องนี้ตนเคยคุยกับ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.อุตสาหกรรม ในฐานะเลขาพรรคแล้ว ว่าหัวหน้าพรรคไม่ฟังใครเลย พยายามโหนกระแส พล.อ.ประยุทธ์ ซึ่งด้อมนายพีระพันธ์ุไปเลียนแบบด้อมพรรคส้มมาซึ่งไม่ควรทำ ตนได้คุยกับนายเอกนัฏแล้ว ส่วนตัวของตนนั้นใจยากเชียร์นายเอกนัฏเป็นหัวหน้าพรรคแทน ซึ่งเดิมทีเคยมีข่าวว่านายพีระพันธ์ุจะปลดนายเอกนัฏออกจากเลขาพรรค แต่ตัวนายเอกนัฏเป็นสส.รุ่นใหม่ ไม่อยากมีปัญหาจึงปรับตัวจนสามารถทำงานให้พรรคได้
ทั้งนี้ ตนยังมองอีกว่า คนในพรรคอย่างนายเอกนัฏ และนายสุชาติ ชมกลิ่น รมช.พาณิชย์ และนายจุติ ไกรฤกษ์ สส.บัญชีรายชื่อ ในฐานะรองหัวหน้าพรรค ที่มีศักยภาพพร้อมสามารถเป็นหัวหน้าพรรคได้ โดยในวันที่มีการแถลงข่าวที่พรรค ในกรณีจุดยืนของพรรคว่าจะร่วมรัฐบาลหรือไม่ เห็นได้ชัดเจนว่าให้นักข่าวไปรอถึง 2 ชม. รวมถึงมติพรรค หัวหน้าพรรคก็ไม่ได้มีการแถลง แต่ให้ 2 คนคือนายวิทยา แก้วภราดัย รองหัวหน้าพรรค และนายจุติ มาให้สัมภาษณ์แทน ว่าให้หัวหน้าพรรคไปเจรจากับนายก ฯก่อน โดยให้นายก ฯลาออกและให้คนอื่นเป็นแทน จึงจะยอมร่วมรัฐบาล แต่กลับมีข่าวต่อมาว่า นายก ฯต่อรองขอให้ พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) งบประมาณวาระที่ 2 และ 3 อีก 3 เดือนก่อน เดี๋ยวจะลาออกให้
อีกทั้งยังมีข่าวว่านายเนวิน ชิดชอบ ประธานบุรีรัมย์ ยูไนเต็ดและนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตแกนนำคณะกรรมการประชาชนเพื่อการเปลี่ยนแปลงปฏิรูปประเทศไทยให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แบบอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (กปปส.) สนับสนุนนายพีระพันธุ์เป็นนายก ฯ หากน.ส.แพทองธาร ไปต่อไม่ได้ และที่ให้โฆษกพรรคออกมาพูดว่า สิ่งที่นายวิทยาและนายจุติ ออกมาบอกไม่ใช่มติพรรค อำนาจผู้บอกมติพรรคเป็นนายพีระพันธุ์เท่านั้น จึงมองว่าพรรคเผด็จการใช่หรือไม่ เมื่อการให้ข่าวของนายวิทยา และนายจุตินั้น ไม่ตรงกับที่หัวหน้าพรรคต้องเอาปี๊ปคุมหัว หรือไม่ก็ต้องลาออกจาก สส.
นายเสกสกล กล่าวต่อว่า วันนี้ตนจึงมายื่นหนังสือถึงนายก ฯ ว่า ต้องพึงระวังว่ามีบุคคลที่เคยกระทำผิด ที่จะถูกแต่งตั้งเสนอชื่อเป็นรัฐมนตรี ขณะนี้องค์กรอิสระกำลังไต่สวนอยู่ โดยเรื่องจะไปถึงศาลรัฐธรรมนูญ หากตรวจสอบแล้วพบว่านายพีระพันธุ์มีความผิด ก็จะมีคนไปร้องเรียนท่านนายกฯให้พ้นตำแหน่ง เหมือนกรณีนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายก ฯ อีกทั้งตนห่วงใยพรรค และต้องการเปลี่ยนหัวหน้าพรรค จึงอยากเตือนนายก ฯ ว่าการปรับครม. ในครั้งนี้ อยากให้ปรับนายพีระพันธุ์ออกจากตำแหน่งรองนายก ฯ และรมว.พลังงาน ก่อนที่นายก ฯ จะเดือดร้อน