โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

KTC รูดติดฟลอร์! กังวลฟอร์ซเซล หลักประกันบัญชีมาร์จิ้น 16.30% โบรกย้ำพื้นฐานแกร่ง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 23 มิ.ย. 2568 เวลา 04.36 น. • เผยแพร่ 23 มิ.ย. 2568 เวลา 04.31 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน (23 มิ.ย.68) ณ เวลา 10:57 น. บริษัท บัตรกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTC อยู่ที่ระดับ 29.75 บาท ลบ 5.00 บาท หรือ 14.39% สูงสุดที่ระดับ 34.25 บาท ต่ำสุดที่ระดับ 29.75 บาท ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 512.79 ล้านบาท ติดฟลอร์ตามเกณฑ์ชั่วคราวของตลาดหลักทรัพย์

สำหรับราคาหุ้นของ KTC ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงจนติดฟลอร์ ท่ามกลางกระแสคาดการณ์จากนักลงทุนว่าอาจเกิดการบังคับขายหลักทรัพย์ (Forced Sale) ในบัญชีมาร์จิ้น

ทั้งนี้ หากพิจารณาข้อมูลจากรายงานสรุปหลักทรัพย์ที่ใช้เป็นหลักประกันการชำระหนี้ในบัญชีมาร์จิ้นของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ณ เดือนพฤษภาคม 2568 พบว่า มีการนำหุ้น KTC มาใช้เป็นหลักประกันจำนวน 420,204,381 หุ้น หรือคิดเป็นสัดส่วน 16.30% ของหุ้นทั้งหมด ซึ่งถือเป็นระดับที่สูงพอสมควร

สถานการณ์ดังกล่าวจึงอาจสะท้อนถึงแรงขายจากบัญชีมาร์จิ้นที่กดดันราคาหุ้น และเป็นปัจจัยหนึ่งที่นักลงทุนควรจับตาอย่างใกล้ชิด

ด้านบล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ราคาหุ้นของ KTC ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรงในช่วงเช้าวันนี้ (23 มิถุนายน 2568) แตะระดับราคาต่ำสุด (Floor) ที่ 29.75 บาท ลดลง 15% จากราคาปิดก่อนหน้า

ทั้งนี้ UOBKH ได้ตรวจสอบกับทางบริษัทฯ แล้ว และได้รับการยืนยันว่า ไม่มีปัจจัยพื้นฐานสำคัญใดเปลี่ยนแปลง โดย KTC ระบุว่าไม่ทราบสาเหตุของการปรับตัวลดลงดังกล่าว

ในช่วงเช้าวันเดียวกัน มีรายการซื้อขายแบบ Big Lot หุ้น KTC จำนวน 1 ล้านหุ้น ที่ราคา 34.75 บาท มูลค่ารวม 34.75 ล้านบาท ซึ่งราคาดังกล่าวต่ำกว่าราคาปิดเมื่อวันศุกร์เพียงเล็กน้อย จึงประเมินว่ารายการนี้ไม่น่าจะเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้นอย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับการถูกถอดออกจากดัชนี MSCI Global Index ซึ่งมีผลตั้งแต่วันที่ 30 พฤษภาคม 2568 นั้น ทางบล.ยูโอบีฯ มองว่า ตลาดได้รับรู้และตอบรับไปแล้วก่อนหน้านี้ จึงไม่น่าจะเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อราคาหุ้นในวันนี้

UOBKH ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” หุ้น KTC ให้ราคาเป้าหมาย 58 บาท โดยระบุว่าจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดเพื่อรอข้อมูลหรือปัจจัยใหม่เพิ่มเติม

ด้านบล.เอสบีไอ ไทย ออนไลน์ ประเมินว่า ผลประกอบการไตรมาส 1/2568 ของ KTC ยังเติบโตได้ โดยมีกำไรสุทธิ 1,861 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ตามการขยายตัวของพอร์ตสินเชื่อส่วนบุคคล รายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น และการลดลงของผลขาดทุนด้านเครดิต

ทั้งนี้ รายได้รวมอยู่ที่ 6,832 ล้านบาท เติบโต 1.0% จากรายได้ดอกเบี้ยลูกหนี้สินเชื่อส่วนบุคคลที่เพิ่มขึ้น 3.4% และรายได้ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิตที่เพิ่มขึ้น 7.25% จากการเติบโตของปริมาณธุรกรรม

ผลขาดทุนด้านเครดิตในไตรมาสนี้อยู่ที่ 1,594 ล้านบาท ลดลง 5.3% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน สะท้อนถึงการบริหารความเสี่ยงที่มีประสิทธิภาพ

สำหรับแนวโน้มไตรมาส 2/2568 คาดว่ากำไรจะยังเติบโตในระดับเลขหลักเดียว (Low Single Digit) เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยได้รับแรงหนุนจากพอร์ตสินเชื่อที่เติบโต และการควบคุมคุณภาพสินทรัพย์ที่ดี โดยยังคงเป้าหมาย NPL ต่ำกว่า 2%

ทั้งนี้ แม้ภาพรวมเศรษฐกิจไทยจะชะลอตัวกว่าที่คาด แต่ KTC ยังสามารถดำเนินกลยุทธ์ทางธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคาดกำไรสุทธิทั้งปี 2568 จะมากกว่า 7,437 ล้านบาท การใช้จ่ายผ่านบัตรเติบโต 10% และพอร์ตสินเชื่อรวมขยายตัวประมาณ 4-5% ขณะที่ NPL รวมยังอยู่ในกรอบไม่เกิน 2%

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...