สมาพันธ์สิบล้อ จับเข่าคุย กรมขนส่ง จี้ปลดล็อกสารพัดปัญหา ผู้ประกอบการไทยล่มสลาย
สมาพันธ์สิบล้อ จับเข่าคุย กรมขนส่ง จี้ปลดล็อกสารพัดปัญหา ผู้ประกอบการไทยล่มสลาย
นายทองอยู่ คงขันธ์ ประธานสหพันธ์การขนส่งทางบกแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สหพันธ์ฯร่วมประชุมหารือกับกรมการขนส่งทางบก เมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยหารือถึงปัญหาการขนส่งข้ามแดนของขนส่งไทยและร้องเรียนปัญหาขนส่งศูนย์เหรียญที่อยากให้กรมการขนส่งทางบก รวมถึงเร่งการตรวจสอบบริษัทจีนที่เข้ามาประกอบธุรกิจคลังสินค้าแบบครบวงจร ที่ได้จดทะเบียนในประเทศไทย นั้น เข้ามาขนส่งในไทยอย่างถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่
สำหรับการเตรียมความพร้อมโครงการพัฒนาความร่วมมือทางเศรษฐกิจในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง (GMS) ทางสหพันธ์การขนส่งได้มีการเสนอแนะให้กับการกรมการขนส่งทางบก ว่า เมื่อผู้ประกอบการขนส่งได้มีการจดทะเบียนใบอนุญาตการขนส่งระหว่างประเทศเรียบร้อยแล้ว ทางกระทรวงโยธาธิการและขนส่งของแต่ละประเทศ ในกรอบความร่วมมือ GMS จะต้องมีการส่งรายชื่อรถบรรทุกที่จะเข้ามาขนส่งแลกเปลี่ยนกัน รวมทั้งจะต้องส่งรายชื่อรถบรรทุกไปที่ทางเข้าหน้าด่านทุกด่าน
ซึ่งขณะนี้ ประเทศไทยได้มีการคัดเลือกไปแล้ว 11 บริษัทที่จะเข้ากรอบการขนส่ง GMS ข้ามแดน โดยทางสหพันธ์การขนส่งฯ แนะนำให้ ให้ทางกรมการขนส่งทางบก พิจารณาติดตั้งระบบ GPS เพื่อติดตามว่ารถบรรทุกที่เข้ามาวิ่งในประเทศไทยหรือรถของประเทศไทยที่ขนส่งข้ามแดนนั้น วิ่งในเส้นทางที่กำหนดหรือไม่ รวมถึงให้ขอเสนอแนะให้กรมการขนส่งทางบก คำนึงถึงเรื่องการทำประกันภัย และ แนวทางเตรียมรับมือปัญหามลภาวะ PM 2.5 ที่จะเกิดขึ้นหากมีรถบรรทุกเข้ามาเป็นจำนวนมาก
นายทองอยู่ กล่าวว่า สหพันธ์ขนส่งทางบกฯเสนอแนะให้ทางหน่วยงานกระทรวงคมนาคมฟื้นฟูด่านภูมิภาค และเสนอการเก็บค่าด่านภูมิภาคในการขนส่งข้ามภูมิภาค หรือ ข้ามแดน ซึ่งต้องมีการเก็บค่าด่านทั้งรถบรรทุกสินค้าที่มาจากต่างประเทศ หรือ รถบรรทุกสินค้าที่มาจากประเทศไทย แต่อาจจะคิดเรทราคาการเก็บค่าด่านต่างกัน เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ ขนส่งประเทศไทย ถูกเอารัดเอาเปรียบจากนายทุนต่างชาติที่เข้ามาทำธุรกิจขนส่ง เนื่องจากที่ผ่านมา การขนส่งเข้าออกค่อนข้างง่ายและหลวมมากไป
“กรมการขนส่งทางบกได้รับเรื่องที่ทางสหพันธ์การขนส่งฯเสนอแนะดังกล่าวไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งทางคณะผู้บริหารที่รับเรื่องไปนั้น จะนำไปบันทึกพิจารณาและส่งเรื่องไปยัง นายจิรุตม์ วิศาลจิตร อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ต่อไป” นายทองอยู่ กล่าว
นายทองอยู่ กล่าวว่า อีกประเด็นคือรถบรรทุกขนส่งของประเทศไทยที่ไม่สามารถผ่านแดนเข้าประเทศลาวได้ หรือได้มากสุด คือ จอดตรงสถานีท่านาแล้งนั้น ทั้งที่เมื่อก่อน รถบรรทุกจากประเทศไทยสามารถผ่านแดนเข้าไปขนส่งในประเทศลาวได้ แต่ รถบรรทุกของประเทศลาวสามารถเข้ามาในประเทศไทยได้ หรือ พอรถบรรทุกจากไทยเข้ามาในท่านาแล้ง จะมีการเปลี่ยนถ่ายสินค้าจากรถบรรทุกไทยไปยังรถบรรทุกลาว สำหรับการขนส่งในประเทศลาว มองว่า เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะถ้าเริ่มขนส่งสินค้าโดยใช้รถบรรทุกจากประเทศไหน ก็ควรใช้ของประเทศนั้น
“จึงมีการขอร้องให้กรมการขนส่งทางบก หรือ ทางรัฐบาล เข้าไปเจรจากับทาง กระทรวงโยธาธิการและขนส่งของประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อขอสาเหตุของการปิดกั้นและแนวการการแก้ไขปัญหาที่จะไม่กระทบความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างกัน โดยคาดว่าทางกรมการขนส่งทางบกจะเข้าไปเจรจาในวันที่ 1 ตุลาคม 2567” นายทองอยู่ กล่าว
สำหรับประเด็นหลักที่ทางสหพันธ์การขนส่งฯ เป็นห่วงมากที่สุดและเป็นเรื่องใหญ่ คือ ขนส่งศูนย์เหรียญ ซึ่งผู้ประกอบการขนส่งจากประเทศจีนที่เข้ามาประกอบกิจการขนส่งครบวงจรทะลักมากเกินไปจนผู้ประกอบการไทยได้รับผลกระทบ โดยในที่ประชุมทางสหพันธ์การขนส่งฯ เสนอแนะให้ทางกรมการขนส่งทางบก ไปตรวจสอบ บริษัทนอมินีจีน ที่อ้างว่ามีการจดทะเบียนใบอนุญาตประกอบการส่งในประเทศไทย ซึ่ง ทางสหพันธ์การขนส่ง มองว่า บางบริษัท ตัวใบอนุญาตยังคงเงื่อนไขแบบเดิมคือเซ็นโดยผู้ถือหุ้นชาวไทย แต่ ภายในบริษัทมีการเปลี่ยนผู้ถือหุ้นจากคนไทยเป็นชาวต่างชาติ ซึ่งถือว่าเป็นเรื่องที่ผิด เพราะผิดเงื่อนไขไปจากเดิมที่ผู้จดทะเบียนต้องเป็นนิติบุคคลในราชอาณาจักรไทย ซึ่งทางสหพันธ์การขนส่งฯ อยากให้ทางกรมการขนส่งทางบกไปตรวจสอบผู้ถือหุ้นในบริษัทนอมินีจีน ว่ามีการเข้ามาทำธุรกิจขนส่งถูกต้องหรือไม่ และ ใครเป็นผู้จดทะเบียนใบอนุญาตประกอบการขนส่ง ซึ่งเกรงว่าจะมีการจ้างคนไทยจดทะเบียน หรือ มาในลักษณะเข้าข่ายกรณีของบัญชีม้า หากทางกรมการขนส่งทางบก ตรวจสอบพบว่ามีบริษัทนอมินีจีนมีการจ้างคนไทยจดทะเบียนจริงเพื่อประกอบธุรกิจขนส่งครบวงจรในประเทศไทย ต้องมีบทลงโทษ ในการยึดใบอนุญาตประกอบการขนส่งคืน
นายทองอยู่ กล่าวว่า อีกประเด็นที่กรมการขนส่งทางบก และ กระทรวงคมนาคม ควรนำไปพิจารณาแก้ไขและเร่งเข้าไปเจรจา คือ การที่รถบรรทุกจากประเทศมาเลเซียเข้าขนส่งในประเทศไทย และ สามารถวิ่งในประเทศไทยในระยะยาวได้ แต่รถบรรทุกไทยไม่สามารถขนส่งสินค้าเข้าไปในเขตประเทศมาเลเซียได้ ตรงนี้สหพันธ์การขนส่งฯมองว่าเป็นการค้าที่เอาเปรียบมากพอสมควรและขอให้ทางกระทรวงคมนาคมและกรมการขนส่งทางบกต้องไปเจรจาใหม่กับทางขนส่งประเทศมาเลเซียเช่นกัน ไม่งั้นการขนส่งไทยก็จะเสียเปรียบต่อเนื่อง
“แผนเยียวยากลุ่มรถบรรทุกสมาชิกสหพันธ์การขนส่งฯ ที่ได้รับผลกระทบนั้นทางกรมการขนส่งทางบกได้รับทราบเรื่องเรียบร้อยแล้ว ซึ่งจะต้องมีการส่งเรื่องไปทาง อธิบดีกรมการขนส่งทางบก ก่อนโดยจะมีการหารือตรงนี้ให้ชัดเจนกันอีกครั้ง” นายทองอยู่ กล่าว
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : สมาพันธ์สิบล้อ จับเข่าคุย กรมขนส่ง จี้ปลดล็อกสารพัดปัญหา ผู้ประกอบการไทยล่มสลาย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th