โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไลฟ์สไตล์

“ดับบาวาลา” อาชีพส่งปิ่นโตในเมืองมุมไบ เก่าแก่กว่า 130 ปี ส่งแม่น ส่งไว ติดอันดับโลก

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 25 ก.ค. 2568 เวลา 17.52 น. • เผยแพร่ 25 ก.ค. 2568 เวลา 17.52 น.
ดับบาวาลาขณะปฏิบัติหน้าที่ (ภาพจาก Facebook : Mumbai Dabbawala)

ดับบาวาลา (Dabbawala) เป็นชื่อที่คนไทยอาจไม่คุ้นหูเท่าไหร่ แต่ถ้าบอกว่า “คนส่งปิ่นโต” แล้วอาจร้องอ๋อ อาชีพนี้เป็นที่รู้จักอย่างมากในเมืองมุมไบ รัฐมหาราษฏระ ประเทศอินเดีย พวกเขาทำหน้าที่ส่งความสุข ด้วยการส่งปิ่นโตเพื่อให้คนเกือบ 200,000 คน ที่กระจายตัวอยู่ทั่วมุมไบ ได้รับประทานอาหารมื้อเที่ยงแบบตรงเวลาเป๊ะ! “ดับบาวาลา คนส่งปิ่นโต” มีที่มาจากไหน ทำงานอย่างไร ถึงได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในระบบโลจิสติกส์ที่แม่นยำที่สุดในโลก

ดับบาวาลา อาชีพเก่าแก่แห่งเมืองมุมไบ

จุดเริ่มต้นของดับบาวาลา (บ้างสะกด “ฑัพพาวาลา”) อาชีพซึ่งมีจุดเด่นอยู่ที่การสวมหมวกทรงคานธี ต้องย้อนไปเมื่อ ค.ศ. 1890 (พ.ศ. 2433 ตรงกับสมัยรัชกาลที่ 5) ขณะนั้นอินเดียยังอยู่ใต้การปกครองของอังกฤษ นายธนาคารชาวปาร์ซีคนหนึ่งต้องการรับประทานอาหารที่ปรุงสดใหม่จากที่บ้าน

“ดับบาวาลา” คนแรกจึงเกิดขึ้น นำอาหารจากบ้านของนายธนาคารไปส่งให้ถึงที่ทำงาน

ผู้ที่ทำให้ดับบาวาลาเป็นอาชีพอย่างจริงจัง คือ มหาฑีโอ ฮาวาจี ภัชเช (Mahadeo Havaji Bachche) ที่เห็นโอกาสและลู่ทางในการส่งปิ่นโตให้คนที่ทำงานได้รับประทานอาหารอร่อยๆ จากบ้าน จึงเริ่มต้นธุรกิจส่งปิ่นโต มีดับบาวาลาในยุคแรกราว 100 คน

ดับบาวาลาขยายตัวเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ตามความต้องการและสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป ปัจจุบันมีอยู่ราว 5,000 คน อายุตั้งแต่ 18-65 ปี ทำหน้าที่ส่งปิ่นโตให้ลูกค้าเกือบ 200,000 คน ในเมืองมุมไบ ได้อิ่มท้องและอิ่มความสุข โดยได้ค่าตอบแทน 8,000-12,000 รูปี หรือราว 3,300-5,000 บาทต่อเดือน

ถึงจะไม่ได้รับการศึกษาขั้นสูง แต่พวกเขาล้วนเชี่ยวชาญในงานที่ทำ โดยเฉพาะการมี “ความจำ” เป็นเลิศ ซึ่งเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของดับบาวาลา

ดับบาวาลา คนส่งปิ่นโต ทำงานอย่างไร?

แม้จะถือกำเนิดมากว่า 130 ปี แต่อาชีพดับบาวาลา คนส่งปิ่นโต ก็ยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน เพราะลูกค้าส่วนใหญ่ต้องออกจากบ้านไปทำงานแต่เช้าตรู่ ไม่มีเวลาจัดเตรียมอาหาร หรือไม่สะดวกหิ้วปิ่นโตพะรุงพะรังขึ้นรถไฟเบียดเสียดกับผู้คนมหาศาล อีกทั้งการที่ต้องรับประทานอาหารตามหลักศาสนา และความต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย

ดับบาวาลา จึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ด้วยค่าบริการราว 800 รูปี หรือ 300 กว่าบาทต่อเดือนเท่านั้น

ดับบาวาลาแต่ละคนจะมีพื้นที่รับผิดชอบของตัวเอง ตอนเช้าพวกเขาจะเดินหรือปั่นจักรยานไปรวบรวมปิ่นโต จำนวนเฉลี่ยอย่างน้อย 30 เถาต่อคน จากนั้นก็ส่งไปที่สำนักงานในแต่ละพื้นที่ หรือไปยังสถานีรถไฟ เพื่อแยกเส้นทางจัดส่งทางรถไฟ เมื่อถึงสถานีที่ใกล้ที่สุดแล้ว พวกเขามีเวลาไม่ถึง 1 นาที ในการเร่งรีบเอาปิ่นโตทั้งหมดลงจากขบวน แล้วใช้จักรยานบรรทุกปิ่นโตไปส่งลูกค้าไม่เกิน 13.00 น.

การส่งปิ่นโตเป็นงานที่ต้องแข่งกับเวลาอย่างแท้จริง ทั้งยังเสี่ยงต่อความผิดพลาดที่อาจเกิดขึ้นได้ง่ายมาก แต่พวกเขามีวิธี นั่นคือ ใช้ “รหัส” ที่ประกอบด้วยตัวอักษร ตัวเลข และสี เป็นตัวแบ่งพื้นที่รับส่งปิ่นโตให้ถึงมือลูกค้า ซึ่งเมื่อดับบาวาลาทุกคนเห็นแล้วก็จะเข้าใจตรงกันว่าต้องไปส่งที่ไหน

หลังจากมื้อเที่ยงแสนอร่อยของผู้คนนับแสนผ่านพ้น ก็ถึงเวลาที่ต้องทำหน้าที่อีกครั้ง คือ การเก็บปิ่นโตไปส่งคืนยังต้นทางที่รับมา

ส่งแม่น-ส่งไว จนคนดังระดับโลกขอดูงาน

การส่งปิ่นโตได้อย่างรวดเร็ว ถูกที่ และตรงเวลา ไม่ได้เป็นผลจากการพึ่งพาเทคโนโลยี แต่มาจากการศึกษาเส้นทางและวางระบบการขนส่งอย่างมีประสิทธิภาพ จนได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในระบบขนส่งที่มีประสิทธิภาพมากสุดในโลก

ฮาร์วาร์ด บิสเนส สกูล (Harvard Business School) ศึกษาระบบขนส่งของดับบาวาลา และให้คะแนนระดับ “ซิกซ์ ซิกมา” (Six Sigma) หมายความว่า ในการส่งปิ่นโต 1 ล้านครั้ง เกิดข้อผิดพลาดขึ้นเพียง 3.4 ครั้งเท่านั้น

ความยอดเยี่ยมในการขนส่งและความทุ่มเทของเหล่าดับบาวาลา ทำให้มีคนดังระดับโลกมาเยี่ยมเยียนดูงานอยู่เนืองๆ เช่น สมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 แห่งสหราชอาณาจักร เมื่อครั้งที่ยังทรงเป็นเจ้าฟ้าชายชาร์ลส์ ริชาร์ด แบรนสัน (Richard Branson) ผู้ก่อตั้ง เวอร์จิน กรุ๊ป (Virgin Group) กระทั่งบริษัทโลจิสติกส์ระดับโลกอย่าง FedEx ก็ยังส่งพนักงานมาดูงาน

ถึงจะเลื่องชื่อลือชาเรื่องความตรงต่อเวลา แต่ก็มีบางครั้งที่การส่งปิ่นโตของดับบาวาลาต้องสะดุด เช่น เมื่อครั้งมุมไบต้องเผชิญพายุฝนครั้งใหญ่ในปี 2005 ทำให้ไม่สามารถฝ่าพายุออกไปปฏิบัติภารกิจได้ หรือช่วงโควิด-19 ที่อินเดียเป็นประเทศที่มีมาตรการล็อกดาวน์เข้มงวดมากสุดแห่งหนึ่ง ทำให้พวกเขาต้องยุติการส่งปิ่นโตชั่วคราว

ปรับตัวตามโลก

เช่นเดียวกับหลายแห่งในโลก อินเดียก็เป็นประเทศหนึ่งที่มีธุรกิจดิลิเวอรีให้บริการ โดยเฉพาะการส่งอาหาร กระทบอาชีพของดับบาวาลาเข้าเต็มๆ แต่พวกเขาก็ฮึดปรับตัวสู้ไม่ถอย

ดับบาวาลาพัฒนาแอปพลิเคชันเข้าสู้ มอบบริการและมองหาตลาดใหม่ๆ อย่างการส่งอาหารในช่วงเวลาอื่น บริการส่งของชำและของใช้จำเป็น โดยใช้เส้นทางในฐานข้อมูลที่มีอยู่แล้ว และใช้จุดเด่นข้อที่ว่า ในขณะที่แอปดิลิเวอรีรับส่งอาหารให้ลูกค้าได้ทีละราย แต่ดับบาวาลาสามารถรับส่งอาหารในคราวเดียวได้หลายราย และในค่าบริการที่ถูกกว่า

สัญชัย ดัตต์ (Sanjay Dutt) กรรมการผู้จัดการและซีอีโอของ ทาทา รีลตี แอนด์ อินฟราสตรักเจอร์ (Tata Realty & Infrastructure) ซึ่งมีสำนักงานในมุมไบ บอกว่า

“ดับบาวาลาหาตลาดทางเลือกใหม่ๆ เช่น การส่งของชำและของใช้จำเป็น ซึ่งทำให้พวกเขามีรายได้ที่แน่นอน และสร้างฐานลูกค้าใหม่ไปด้วย และด้วยแผนที่ในโลกดิจิทัลและการบริหารคำสั่งซื้อ พวกเขาก็สามารถปรับปรุงพัฒนาประสิทธิภาพของตัวเองขึ้นไปได้มากขึ้น ประกอบกับความสามารถในการลดต้นทุน ทำให้สามารถแข่งขันกับบริษัทดิลิเวอรีเจ้าใหญ่ได้”

ดับบาวาลา คนส่งปิ่นโต จึงยังมีความสำคัญในสังคมอินเดีย โดยเฉพาะต่อชาวมุมไบมาอย่างต่อเนื่องนับร้อยปี

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

https://mumbaidabbawala.in/about-us/ เข้าถึงเมื่อ 19 สิงหาคม 2567.

Stephen Cousins. “Mumbai’s dabbawalas: leaders in last mile logistics” . Accessed 19 August 2024.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 19 สิงหาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : “ดับบาวาลา” อาชีพส่งปิ่นโตในเมืองมุมไบ เก่าแก่กว่า 130 ปี ส่งแม่น ส่งไว ติดอันดับโลก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...