โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ดูแลฟันแต่ละช่วงวัย ทำได้อย่างไร

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ก.ย 2567 เวลา 07.32 น. • เผยแพร่ 12 ต.ค. 2568 เวลา 07.32 น.

คอลัมน์ : สุขภาพดีกับรามา ผู้เขียน : ทพญ.ชุติมา จรรยาธรรม ฝ่ายทันตกรรม คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล

สุขภาพฟันที่ดีไม่เพียงทำให้รู้สึกมั่นใจเวลายิ้มเท่านั้น แต่ยังทำให้ใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณภาพอีกด้วย เพราะฟันที่แข็งแรงทำให้รับประทานอาหารได้อย่างอร่อยและได้รับโภชนาการที่ดีจากอาหารเหล่านั้นด้วย การดูแลฟันจึงเป็นเรื่องที่สำคัญอย่างมาก

การดูแลฟันในวัยเด็ก เด็กแรกเกิดที่ยังไม่มีฟัน แนะนำทำความสะอาดช่องปากด้วยการใช้ผ้าสะอาดเช็ดบริเวณสันเหงือกและกระพุ้งแก้ม เมื่ออายุ 6 เดือนจะมีฟันน้ำนมซี่แรกขึ้น ทำความสะอาดโดยใช้แปรงสีฟันร่วมกับยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ เลือกใช้แปรงสีฟันและปริมาณยาสีฟันที่เหมาะสมตามคำแนะนำของทันตแพทย์

แนะนำให้เลิกขวดนมได้ตั้งแต่อายุ 1.5 ปี เพื่อลดความเสี่ยงฟันผุ เด็กจะมีฟันแท้ซี่แรกขึ้นตอนอายุ 6 ปี ช่วงอายุ 6-12 ปี จะเป็นระยะฟันผสม ควรแปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ร่วมกับยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ ลด เลี่ยงอาหารหวานเหนียวติดฟัน เพื่อป้องกันฟันผุ และพาไปพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน

การดูแลฟันในวัยรุ่น ชุดฟันจะเป็นชุดฟันแท้ทั้งหมด วัยรุ่นจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ชอบรับประทานขนม อาหารหวานบ่อย และมีกิจกรรมกับกลุ่มเพื่อนมากขึ้น จึงอาจละเลยการดูแลสุขภาพช่องปาก การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอาจทำให้มีโอกาสเกิดโรคเหงือกอักเสบได้มากขึ้น

แนะนำให้แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ร่วมกับใช้ไหมขัดฟันเพื่อป้องกันฟันผุและลดการเกิดคราบจุลินทรีย์และหินปูนที่เป็นสาเหตุของโรคเหงือกอักเสบ และพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน และฟันคุดเป็นอีกอาการหนึ่งที่พบได้บ่อยในช่วงอายุประมาณ 18 ปี

การดูแลฟันในวัยผู้ใหญ่ ปัญหาของสุขภาพฟันในช่วงวัยทำงาน ส่วนใหญ่มาจากลักษณะการใช้ชีวิตประจำวัน เช่น คนทำงานที่ต้องนั่งทำงานในออฟฟิศ มักจะมีพฤติกรรมรับประทานจุบจิบ การดื่มชา กาแฟ มีผลทำให้มีคราบสีน้ำตาลสะสมบนผิวฟัน

นอกจากนี้ ความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน อาจทำให้ละเลยต่อการดูแลสุขภาพช่องปากทำให้เกิดฟันผุ หินปูนสะสมเกิดโรคเหงือกอักเสบได้ง่าย การดูแลสุขภาพฟันในวัยนี้ แนะนำให้แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ร่วมกับการใช้ไหมขัดฟัน และพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน

การดูแลฟันในวัยชรา ปัญหาสุขภาพช่องปากที่พบจะเป็นฟันผุ ทั้งตัวฟันและรากฟันเนื่องจากมีการร่นของเหงือกร่วมด้วย การสูญเสียฟันเป็นอีกปัญหาหนึ่งที่มักพบในผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นผลจากโรคฟันผุหรือโรคปริทันต์อักเสบที่ลุกลามจนไม่สามารถรักษาได้จนต้องถอนออก ทำให้ต้องใส่ฟันปลอมทดแทนเพื่อคงสภาพฟันไม่ให้ฟันล้มเอียงและทำให้มีการบดเคี้ยวปกติ ส่งผลให้ผู้สูงอายุมีภาวะโภชนาการที่ดีได้รับสารอาหารครบถ้วน

ดังนั้น นอกจากจะทำความสะอาดฟันธรรมชาติแล้ว ต้องทำความสะอาดฟันปลอมให้ดีด้วย ในผู้สูงอายุอาจพบอาการปากแห้ง น้ำลายน้อย เนื้อเยื่อในช่องปากบางลงมีโอกาสเกิดแผลในช่องปากได้ง่าย การดูแลสุขภาพฟันในวัยนี้ แนะนำให้แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง ร่วมกับการใช้ไหมขัดฟัน และพบทันตแพทย์เพื่อตรวจสุขภาพฟันทุก 6 เดือน

5 ความเชื่อ เรื่องการดูแลฟัน

ความเชื่อที่ 1 ฟันน้ำนมไม่ต้องดูแลมาก เพราะเดี๋ยวก็หลุด ความเชื่อนี้ไม่จริง เพราะฟันน้ำนมมีความสำคัญเช่นเดียวกับฟันแท้ เด็กใช้ฟันน้ำนมในการบดเคี้ยวอาหารเพื่อนำสารอาหารเข้าสู่ร่างกาย นอกจากนี้ ฟันน้ำนมยังช่วยให้เด็กออกเสียงพูดได้ชัดเจนด้วย

โดยปกติฟันน้ำนมซี่แรกมักขึ้นเมื่ออายุ 6 เดือน เด็กจะใช้งานฟันน้ำนมไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งซี่สุดท้ายหลุดเมื่ออายุ 12 ปี หากฟันน้ำนมผุและถูกถอนออกไปก่อนฟันแท้จะขึ้น ฟันแท้ที่ขึ้นมาใหม่มักมีโอกาสซ้อน เก หรือขึ้นไม่ได้

ความเชื่อที่ 2 ฟันหลุดให้โยนขึ้นหลังคาบ้าน ความเชื่อนี้ไม่จริง เราอาจเคยได้ยินว่าถ้าฟันน้ำนมซี่บนหลุดให้โยนลงข้างล่าง แต่ถ้าฟันซี่ล่างหลุดให้โยนขึ้นข้างบน แต่หากฟันแท้หลุดแล้วโยนในลักษณะนี้ เราอาจสูญเสียฟันซี่นั้นไป เนื่องจากปัจจุบันมีวิธีการดูแลรักษาฟันแท้ที่หลุดออกมาได้แล้ว

ความเชื่อที่ 3 ฟันผุอมน้ำเกลือช่วยได้ ความเชื่อนี้ไม่จริง น้ำเกลือไม่ได้ช่วยให้ฟันหายผุ แต่อาจช่วยบรรเทาอาการปวดได้บ้าง เพราะน้ำเกลือทำให้เศษอาหารที่ติดอยู่ในรูฟันผุหลุดออกมาได้ จึงบรรเทาอาการปวดได้ระยะหนึ่ง หากมีฟันผุควรมาพบทันตแพทย์เพื่อกรอเอาฟันผุออก แล้วอุดฟันใหม่

ความเชื่อที่ 4 ขูดหินปูนบ่อย ๆ ทำให้ฟันโยก รากฟันไม่แข็งแรง ความเชื่อนี้ไม่จริง เครื่องมือที่ทันแพทย์ใช้ขูดหินปูนจะใช้การสั่นสะเทือนไปกระเทาะหินปูนให้หลุดออกมา ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวฟันและรากฟัน แต่หากคนไข้มีหินปูนเยอะ หินปูนจะยึดฟันไว้แน่น เมื่อขูดออกอาจรู้สึกว่ามีฟันโยก แต่อาการฟันโยกนั้นมักเกิดจากโรคปริทันต์อักเสบ หรือโรครำมะนาด

ความเชื่อที่ 5 ฟันโยกให้ใช้เส้นด้ายดึงออกมา ความเชื่อนี้ไม่จริง โดยปกติฟันน้ำนมที่โยกจะมีรากฟันละลายออกมาด้วย แต่หากฟันแท้โยกมักมีสาเหตุจากโรคปริทันต์อักเสบ รากฟันจึงไม่ได้ละลายออกมา แต่ยังอยู่กับเหงือกที่มีเส้นประสาท เมื่อดึงออกคนไข้จึงรู้สึกเจ็บมาก เพราะฉะนั้น หากมีฟันโยก ควรมาพบทันตแพทย์เพื่อถอนฟันอย่างถูกวิธี

โดยปกติทันตแพทย์แนะนำให้ตรวจสุขภาพช่องปากทุก 6 เดือน แต่ถ้าสังเกตเห็นฟันผุ ฟันมีรู เป็นจุดดำ มีเหงือกอักเสบ บวมแดง มีเลือดออกตามไรฟัน มีกลิ่นปาก หรือมีอาการปวดฟัน เสียวฟัน ควรมาพบทันตแพทย์เพื่อหาสาเหตุและทำการรักษาเพื่อดูแลฟันต่อไป

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ดูแลฟันแต่ละช่วงวัย ทำได้อย่างไร

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...