โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

33 ปี ชีวิตสีกากี (91) | ชมเชยการปฏิบัติหน้าที่

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 05 ธ.ค. 2567 เวลา 09.42 น. • เผยแพร่ 02 ต.ค. 2567 เวลา 02.43 น.

ชมเชยการปฏิบัติหน้าที่

เมื่อผมทบทวนการสอบสวนในคืนนั้น แล้วนำมาพูดถึงในเวลานี้ ในปี พ.ศ.2566 เมื่อผมอยู่ที่เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย

เหตุที่นายวิไล หรือหนู รับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เป็นเพราะผมไม่ได้ใช้กำลังกายทำการประทุษร้ายแต่อย่างใด และได้แสดงการให้เกียรติต่อศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของนายวิไล หรือหนู เมื่อทำผิดไปแล้วไม่มีการพูดทับถมซ้ำเติมให้เจ็บช้ำน้ำใจ

เมื่อมีช่องเว้นว่างของการให้เกียรติ นายวิไล หรือหนู จึงรับเกียรตินั้นด้วยการพูดความจริงออกมา (คำว่าศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ สมัยนั้น ผมยังไม่รู้จัก)

ผมจึงเปิดผ้าปิดตานายวิไลหรือหนูออก ปรับอากาศให้อุ่นขึ้น หาเครื่องดื่มให้นายวิไล หรือหนูดื่มให้ผ่อนคลาย เพื่อจะได้ให้ความร่วมมือกับผมในการสอบสวนบันทึกปากคำเป็นไปอย่างราบรื่น

และผมมั่นใจว่า นายวิไล หรือหนูมีความไว้วางใจผม และพร้อมจะพูดกับผมอย่างตรงไปตรงมา

แล้วผมก็เริ่มสอบสวนบันทึกปากคำนายวิไล หรือหนูทันที มีการบันทึกเสียงด้วยม้วนเทปที่เตรียมพร้อมไว้ ผมสอบสวนบันทึกปากคำทุกแง่ทุกมุมอย่างละเอียด ซักประวัติการมีอาชีพเป็นมือปืนรับจ้างมานานแค่ไหน เป็นมาอย่างไร วิธีการยิงเหยื่อ ยิงอย่างไร

นายวิไล หรือหนูบอกว่า เป็นมือปืนเมืองประจวบคีรีขันธ์ เมื่อมีคนมาว่าจ้างให้ไปยิงใคร คนจ้างต้องนำไปให้ดูตัวเหยื่อก่อนว่าเป็นคนนี้แน่นอน จะได้ยิงไม่ผิดตัว

เมื่อรู้จักเหยื่อ จนจำได้แม่นยำแล้ว จะวางแผนหาวิธียิง เมื่อยิงแล้วจะหลบหนีอย่างไร ดูเส้นทางหลบหนีตำรวจ จะใช้เส้นทางไหนจึงจะปลอดภัย

นายวิไล หรือหนูเป็นมือปืนที่ทำชีวิตคนหายไปหลายชีวิต ไม่เคยถูกตำรวจจับได้มาก่อน บางครั้งก่อนลงมือยิง นายวิไล หรือหนูจะเดินเข้าไปหาเหยื่อตรงๆ เพราะเหยื่อจะไม่รู้จักนายวิไล หรือหนู

จังหวะนั้น นายวิไล หรือหนูแค่เอาแขนซ้ายไปกอดคอเหยื่อ แล้วใช้มือขวาจับปืนนำขึ้นมาจ่อยิงที่ศีรษะเหยื่อแล้วลั่นไกทันที แค่นั้นเอง

ช่วงที่คนกำลังตกตะลึง นายวิไล หรือหนู ก็เดินผละจากออกมาอย่างรวดเร็วเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น นี่คือคำพูดบางส่วนของมือปืนที่นิยมใช้ 11 ม.ม.ยิงเหยื่อ

ถึงจะให้ผมซักหนักแค่ไหน นายวิไล หรือหนู ก็จะไม่หลุดปากออกมาว่า ใครเป็นคนว่าจ้าง ถือเป็นความเด็ดขาดและเฉียบขาดจริงๆ จรรยาบรรณของมือปืนรับจ้างเมืองไทย

ในความคิดของผม ผมมีความเห็นว่า เมื่อมือปืนพลาดถูกตำรวจจับได้ กติกาคือจะไม่ซัดทอดคนจ้าง เพราะจะเป็นหน้าที่ของคนจ้างที่ต้องดูแลมือปืนเมื่ออยู่ในเรือนจำและดูแลครอบครัวที่อยู่ข้างหลัง เป็นอย่างนี้เกือบทุกคดีที่ผมสอบสวนมา

และเมื่อเป็นเช่นนั้น ผมก็ตกลงตามที่ให้ความร่วมมือกับผม เข็มนาฬิกาหมุนเร็วมากแค่ไหนไม่รู้ แต่การสอบสวนเสร็จสิ้นภาคแรกเมื่อเป็นเช้าของวันใหม่แล้ว

คืนนั้นผมกับนายวิไล หรือหนู ไม่ได้นอนเลยทั้งคู่ แต่ผมกำลังจะอนุญาตให้นายวิไล หรือหนู กลับเข้าไปพักผ่อนในห้องขังก่อน แล้วค่อยนำตัวออกมาช่วงไปทำแผน

ส่วนผมมีภารกิจอีกมากที่ต้องเร่งทำแข่งกับเวลา

ผมรายงานผลการสอบสวนให้สารวัตรใหญ่ทราบทันที และสารวัตรใหญ่ได้รายงานไปตามลำดับชั้น จากนั้นผมได้เตรียมการ วางแผนขั้นตอนนำตัวผู้ต้องหาไปชี้ที่เกิดเหตุประกอบคำรับสารภาพ เตรียมถ่ายรูปเพื่อประกอบสำนวน

ในเวลาเดียวกัน สารวัตรใหญ่ได้จัดเตรียมเครื่องถ่ายวิดีโอ เพื่อถ่ายทำขณะที่ผู้ต้องหาไปชี้ที่เกิดเหตุและแสดงท่าทางการยิงสองสามีภรรยา บันทึกไว้เพื่อเป็นพยานหลักฐานและนำไปเปิดใช้ในห้องพิจารณาของศาลจังหวัดระนอง ถือว่าทันสมัยมากในครั้งนั้น

เวลาต่อมาผมยังได้สอบสวนบันทึกปากคำนายสมศักดิ์ หรือคต ทอดสนิท ไว้เป็นผู้ต้องหาที่ 2

ประเด็นการสอบสวนก็สอดคล้องใกล้เคียงกันแต่ไม่ได้เป็นคนลงมือยิง เป็นคนขี่รถจักรยานยนต์

และทั้งนายวิไล หรือหนู กับนายสมศักดิ์ หรือคต ได้ดูรถจักรยานยนต์ที่ยึดจากสวนยางพารา ยอมรับว่าเป็นรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในวันเกิดเหตุ

ในการทำแผนวันนั้น พล.ต.ต.สุเทพ จันทนะ ผู้บังคับการตำรวจภูธร 10 ได้นั่งเฮลิคอปเตอร์จากจังหวัดสุราษฎร์ธานี มาร่วมกับผู้ว่าราชการจังหวัดระนอง ผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดระนอง ดูการทำแผนประกอบคำรับสารภาพของนายวิไล หรือหนู ช้างสาร มือปืนที่ยิงนายวิสูตรและนางจริยา จันทโรทัย จนเสร็จเรียบร้อย ทุกคนต่างเดินทางกลับ

แต่สำหรับผมต้องเร่งทำการสอบสวนเพิ่มเติมนายวิไล หรือหนู เป็นภาคที่ 2 เกี่ยวกับรายละเอียดในการไปชี้ที่เกิดเหตุในครั้งนี้ประกอบในสำนวนการสอบสวน และรีบไปล้างฟิล์มถ่ายรูป นำรูปมาติดสำนวนการสอบสวน และได้ร่วมกันปรึกษาผู้บังคับบัญชาทุกระดับ

และตัดสินใจกันตัวนายสมศักดิ์ หรือคต ทอดสนิท ผู้ต้องหาที่จับกุมมาไว้เป็นพยาน เนื่องจากเกรงจะมีปัญหาในชั้นศาล จึงต้องเพิ่มน้ำหนักพยานให้ศาลรับฟังและรีบดำเนินการสั่งไม่ฟ้องนายสมศักดิ์ หรือคต ปล่อยตัว จากนั้นจึงนำมาสอบสวนเป็นพยาน

คืนนั้นผมทำงานต่อเนื่องจนรุ่งเช้า ไม่ได้นอนติดต่อกันเป็นคืนที่ 2 ผมทำสำนวนการสอบสวนจนเสร็จเรียบร้อย แล้วนำเสนอผู้บังคับบัญชาเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2528 รวมเวลาแค่ 5 วันหลังจับกุมตัวผู้ต้องหาได้

ต่อมาได้เสนอพนักงานอัยการจังหวัดระนองเพื่อสั่งฟ้อง และศาลจังหวัดระนอง ได้นั่งพิจารณาคดีทันที มีคำพิพากษาให้ลงโทษประหารชีวิต แต่จำเลยรับสารภาพจึงลดโทษเหลือจำคุกตลอดชีวิต

ในระหว่างการพิจารณา ผมต้องนำพยานที่เป็นผู้หญิงที่พบรถจักรยานยนต์ในสวนยางพารามาดูแล เพราะเป็นแม่ลูกอ่อน และต้องหานมสำหรับเด็กเล็กให้อีกด้วย มีงานสารพัดที่ต้องทำ

เมื่อการทำงานบรรลุผลสำเร็จตั้งแต่วันเกิดเหตุ สืบสวนจนจับกุมตัวคนร้ายได้ นำตัวมาฟ้อง จนศาลมีคำพิพากษา ถือเป็นผลสำเร็จของทุกฝ่าย ทำให้ผู้บังคับบัญชาโล่งใจ

ต่อมาได้มีประกาศกองบัญชาการตำรวจภูธร 4 เรื่อง ชมเชยการปฏิบัติหน้าที่ของข้าราชการตำรวจ

โดยอ้างถึงวันที่ 28 มีนาคม 2528 คนร้าย 2 คน ใช้อาวุธปืนขนาด 11 ม.ม. ยิงนายวิสูตร จันทวิโรทัย กับนางจริยา จันทวิโรทัย ถึงแก่ความตาย ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ร่วมกันสืบสวนติดตามจับกุมคนร้าย จนกระทั่งวันที่ 31 มีนาคม 2528 เวลาประมาณ 11.00 น. ทำการจับกุมตัวนายวิไล หรือหนู ช้างสาร กับนายสมศักดิ์ หรือคต ทอดสนิท ผู้ต้องหาได้ 2 คน พร้อมด้วยรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการกระทำผิด 1 คัน

นับตั้งแต่วันเกิดเหตุจนกระทั่งวันจับกุม ถือเป็นการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความเอาใจใส่ มีความอุตสาหะ วิริยะ โดยไม่เห็นแก่ความเหนื่อยยากลำบาก

ผลการสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ และศาลจังหวัดระนองได้พิจารณาผู้ต้องหาถูกลงโทษตามโทษานุโทษแล้ว

กองบัญชาการตำรวจภูธร 4 ได้พิจารณาแล้วเห็นว่า การปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ ทำให้เกิดผลดีต่อทางราชการ และประชาชน ควรแก่การยกย่องยิ่ง จึงประกาศขอชมเชยมา และเพื่อทราบทั่วกัน

เจ้าหน้าที่ตำรวจประกอบด้วย

1. พ.ต.อ.ปรีชา แสงวรรณ ผกก.ภ.จ.ระนอง

2. พ.ต.ท.หวล กลิ่นหอม รอง ผกก.ภ.จ.ระนอง

3. พ.ต.ท.เสถียร จันทร์สว่าง สวญ.สภ.อ.เมืองระนอง

4. พ.ต.ท.ชั้น กาญจนี สวส.สภ.อ.เมืองระนอง

5. พ.ต.ต.ไทยชนะ ทองคำมา สวป.สภ.อ.เมืองระนอง

6. พ.ต.ต.ประเสริฐ ริยาพันธ์ สวส.สภ.อ.กะเปอร์ จ.ระนอง

7. ร.ต.ท.ปวีณ พงศ์สิรินทร์ รอง สวส.สภ.อ.เมืองระนอง

8. ร.ต.ท.อนุชน ชามาตย์ รอง สวป.สภ.อ.เมืองระนอง

9. ร.ต.ท.เดช เริงนิสัย หน.นปพ.กก.ภ.จ.ระนอง

10. ร.ต.ต.วิทยา พูนวิทย์ รอง สวส.สภ.อ.เมืองระนอง

11. ร.ต.ต.นริศ สุนทรโรจน์ รอง สวป.สภ.อ.เมืองระนอง

ประกาศ ณ วันที่ 10 พฤษภาคม 2528

(ลงชื่อ) พล.ต.ท.ลินพิชญ์ สัจจพันธุ์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธร 4

สำหรับคดีใช้จ้างวาน สนับสนุนให้ผู้อื่นฆ่านายวิสูตร จันทวิโรทัย ผมได้มอบสำนวนการสอบสวนให้ พ.ต.ท.ชั้น กาญจนี สวส. สภ.อ.เมืองระนอง รับไปดำเนินการสืบสวนสอบสวนต่อไป

และผมทราบมาเพียงว่า คดีนี้เกี่ยวข้องกับนักการเมืองใหญ่ จนมีผู้ใหญ่ระดับสูงต้องเจรจาตกลงกัน รายละเอียดและข้อเท็จจริงผมรู้ไม่มากไปกว่านี้ เพราะผมแค่ยศร้อยตำรวจโท

ความไว้วางใจที่นายวิไล หรือหนู ช้างสาร มีต่อผมนั้น แสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจน เมื่อเวลาผ่านไปนานจนเกือบลืม เพราะมีคดีอื่นเกิดขึ้นตลอด นายวิไล หรือหนู เขียนจดหมายมาถึงผมเพื่อขอให้ผมช่วยเหลือบางอย่างขณะอยู่ในเรือนจำบางขวาง เนื่องจากมีอัตราโทษสูงจึงย้ายเรือนจำไปบางขวาง หากไม่มั่นใจหรือโกรธแค้นผม คงไม่ลงทุนขอความช่วยเหลือจากผม

แต่ผมแปลกใจทำไมคนใช้จ้างวานให้ยิงไม่ดูแลแล้วหรือ ถ้าผมอยู่ไม่ไกลและมีเวลามากพอ ผมจะย้อนกลับไปหาคำตอบจากปากมือปืนคนนี้

เดือนกรกฎาคม 2528 ร.ต.ท.อนุชน ชามาตย์ ก็ย้ายสลับกับ ร.ต.ท.เดชา บุตรน้ำเพชร

ร.ต.ท.อนุชน ย้ายไปดำรงตำแหน่งรอง สวป. สภ.อ.เมืองสตูล และ ร.ต.ท.เดชา บุตรน้ำเพชร มาทำหน้าที่ รอง สวป. สภ.อ.เมืองระนอง ทั้งคู่เป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับผม

ร.ต.ท.เดชามาอยู่ระนอง ด้วยรถยนต์เก๋งบีเอ็มดับเบิลยู สีดำคันหรู เป็นเรื่องฮือฮามาก

สำหรับ ร.ต.ท.อนุชน เป็นเพื่อนที่ทำงานด้วยกันกับผม นอนโรงพักเดียวกัน กินข้าวหม้อเดียวกันบนโรงพักกับเพื่อนนานหลายปี เป็นนายตำรวจที่มีฝีมือในการปราบปรามมาก ผมมั่นใจอนุชนเสมอเมื่อทำงานด้วยกัน เป็นของจริง และยังเป็นมือวิสามัญที่ยิงคนร้ายตายที่ระนอง ในขณะที่คนร้ายกำลังปล้นรถบรรทุกสิบล้อ ระหว่างขับผ่านภูเขาอันคดเคี้ยวก่อนถึงน้ำตกปุญญบาล

ผมเคารพและนับถือเพื่อนของผมคนนี้ตลอดกาล

วันที่ 14 พฤษภาคม 2528 ผมได้พบกับ พ.อ.ประยูร สุวรรณแสง และนายทหารยศพันโท ตำแหน่ง ผบ.ศปศ.41 พร้อมกับนายกมล อุชุปาละพันธุ์ นายอำเภอกระบุรี ร.ต.อ.พยุง ล่วงลือ สวป. สภ.อ.กระบุรี ทั้งนายอำเภอกระบุรี และ สวป. สภ.อ.กระบุรี แจ้งให้ผมทราบว่า ที่ประชุมจังหวัดระนอง กล่าวชมเชยการทำงานของผมว่ามีอุดมคติ และมีความเป็นธรรม

วันนี้ผมได้รับเงินเดือนตกเบิก 2 ขั้น รวม 7 เดือน เดือนละ 210 บาท รวม 1,470 บาท และเงินเดือนผมเพิ่มจาก 3,535 บาท เป็น 3,745 บาทแล้ว

ในเดือนพฤษภาคม 2528 พ.ต.อ.ปรีชา แสงวรรณ ผกก.ภ.จว.ระนอง ได้จัดให้มีการประชุมประจำเดือนตามปกติ นายตำรวจแต่ละโรงพักระดับตั้งแต่สารวัตรใหญ่ สารวัตร และรองสารวัตรที่ไม่ได้ปฏิบัติหน้าที่ ต้องเข้าประชุม หัวข้อในการประชุมจะพูดถึงเหตุการณ์คดีที่เกิดขึ้นที่ผ่านมา ปัญหามีอะไร จะแก้ไขอย่างไร และคาดการณ์ในวันข้างหน้าจะลดสถิติอาชญากรรมอย่างไร

ยิ่งเป็นคดีอุกฉกรรจ์จะต้องลดลงให้ได้ และส่วนใหญ่ทุกครั้งจะย้ำให้มีการจับกุมยาเสพติด การพนัน การพกพาอาวุธ เพิ่มขึ้น การจัดสายตรวจให้ทั่วถึง แล้วนำข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชาระดับกรมตำรวจมาแจ้งให้ที่ประชุมรับทราบ

เช่น พล.ต.ท.สุทัศน์ สุขุมวาท รองอธิบดีกรมตำรวจ สั่งจัดทำข้อมูลท้องถิ่นให้เป็นปัจจุบัน คดีอุกฉกรรจ์ต้องลดลงมา ให้ตำรวจมีความรู้ในการรักษาสถานที่เกิดเหตุ มีประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวน แสวงหาความร่วมมือกับประชาชน

พล.ต.ท.ประเนตร ฤทธิ์ลือชา ผู้ช่วยอธิบดีกรมตำรวจ สั่งให้รายงานเรื่องกิจการพิเศษให้รวดเร็ว โดยเฉพาะรายงานทันที กรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจตายในหน้าที่ และกรณีเจ้าหน้าที่ตำรวจถูกจับกุม ให้สนใจงาน อพป.เพื่อเกิดประโยชน์ในข่ายงาน กวดขันระเบียบวินัย การตรวจราชการประจำปีทำทุกระดับและไปตรวจเป็นหลักฐาน

ส่วนข้อสั่งการโดยรวมมีดังนี้

คดีอาชญากรรม ทุกหน่วยต้องควบคุมคดี และเพิ่มการจับกุม

โดยกระทรวงมหาดไทย กำหนดประชากร 100,000 คนเกิดคดีไม่เกิน 24 ราย (ปี พ.ศ.2528) การจับกุมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 37 ของคดีที่เกิด

คดีประทุษร้ายต่อร่างกายและเสรีภาพ 53 รายต่อประชากร 100,000 คน การจับกุมไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60

คดีประทุษร้ายต่อทรัพย์ 90 รายต่อประชากร 100,000 คน การจับกุมร้อยละ 55

แล้วเป็นข้อสั่งการของผู้บัญชาการตำรวจภูธร 4 ที่สั่งตำรวจทั้ง 14 จังหวัดภาคใต้ ซึ่งก็คล้ายกับที่กล่าวมา

ทั้งหมดเป็นข้อที่สั่งการจากเบื้องบนลงมายังข้างล่าง ทุกคำสั่งจากกรมตำรวจ กองบัญชาการ กองบังคับการ กองกำกับการ ไล่ลงมาเป็นทอดๆ ผู้ที่รับไปปฏิบัติทั้งหมด คือโรงพัก งานทุกชนิดทุกประเภท มากองรวมกันอยู่ที่โรงพัก กลายเป็นที่พักความทุกข์ทุกอย่าง

แต่ไม่มีการพูดถึงเงิน อุปกรณ์ที่จะทำให้ข้อสั่งการที่สั่งลงมาทั้งหมดสำเร็จ หรือเกิดประโยชน์ต่อประชาชน โรงพักก็มีปัญหาขาดแคลนอัตรากำลังเจ้าหน้าที่ ยานพาหนะเก่าชำรุด น้ำมันเชื้อเพลิงไม่พอ วิทยุสื่อสารมีไม่ครบ อาวุธที่ใช้ทำงาน กระทั่งกระดาษ เครื่องพิมพ์ดีด ขาดแคลนกระทั่งครุภัณฑ์ โต๊ะเก้าอี้ทำงาน สารพัดจิปาถะ ไม่เห็นได้รับการแก้ไข

ปล่อยให้หมักหมมเป็นปีเป็นชาติ อยู่กันแบบนั้นมาโดยตลอด

https://twitter.com/matichonweekly/status/1552197630306177024

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : 33 ปี ชีวิตสีกากี (91) | ชมเชยการปฏิบัติหน้าที่

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichonweekly.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...