โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดยุทธศาสตร์พา MEA ฝ่าดิจิทัล ดิสรัปชั่น อย่างยั่งยืน จากผู้ว่าการคนที่ 18 วิลาศ เฉลยสัตย์

TODAY

อัพเดต 21 ม.ค. 2565 เวลา 03.05 น. • เผยแพร่ 21 ม.ค. 2565 เวลา 01.00 น. • workpointTODAY

การไฟฟ้านครหลวง หรือ MEA เป็นองค์กรรัฐวิสาหกิจที่อยู่คู่กับเมืองมหานครอย่างกรุงเทพฯ นนทบุรี และสมุทรปราการมานานถึง 63 ปีแล้ว ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาได้มีการพัฒนารูปแบบการดำเนินงานให้ทันสมัยและตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของประชาชนอยู่เสมอ จนเรียกได้ว่าเป็นผู้นำด้านธุรกิจพลังงานไฟฟ้าระดับสากล และในปี 2564 นี้ เป็นอีกครั้งที่ MEA ได้เดินหน้าสู่ความท้าทายครั้งใหม่ คือ ยุคดิจิทัล ดิสรัปชั่น (Digital Disruption) และนิว นอร์มอล (New Normal) ที่เข้ามาเปลี่ยนวิถีชีวิตคนไปอย่างรวดเร็ว

แต่การเปลี่ยนผ่านครั้งนี้นับว่าน่าจับตามองเป็นพิเศษ เพราะมาพร้อมกับผู้ว่าการ MEA คนใหม่ “คุณวิลาศ เฉลยสัตย์” ซึ่งเป็นบุคคลมากความสามารถที่ทำงานกับองค์กรมายาวนานกว่า 30 ปี จึงมีความเข้าใจดีทั้งในแง่มุมของผู้บริหาร พนักงาน และความต้องการของประชาชน รวมถึงเทรนด์ด้านพลังงานของโลก

กว่า 30 ปีในรั้ว MEA

ก่อนจะมาเป็นผู้ว่าการฯ คนที่ 18 คุณวิลาศเล่าย้อนถึงชีวิตวัยเด็กว่าตนเองว่า เป็นเด็กต่างจังหวัดที่มีคุณพ่อทำงานเป็นช่าง จึงได้ซึมซับความชอบนั้นมาด้วย พอช่วงมัธยมก็หาตัวเองเจอว่าถนัดวิชาคณิตศาสตร์และฟิสิกส์ ทำให้ตัดสินใจเลือกศึกษาต่อปริญญาตรีด้านวิศวกรรมไฟฟ้ากำลังและเข้ามาทำงานที่ MEA โดยเริ่มต้นด้วยตำแหน่ง Project Engineer วิศวกรดูแลระบบไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่ อาทิ สนามบิน โรงพยาบาล หน่วยงานราชการ ต่อมาก็ค่อย ๆ สะสมประสบการณ์ เติบโตไปสู่การเป็นผู้บริหารระดับกลางคือ Project Manager, Project Director, หัวหน้าหน่วยงานต่าง ๆ รวมถึงผู้บริหารระดับสูงอย่างผู้ช่วยผู้ว่าการ รองผู้ว่าการในด้านต่าง ๆ และเป็นผู้ว่าการด้วยระยะเวลา 31 ปี

ความท้าทายของผู้ว่าการคนใหม่

คุณวิลาศเปิดเผยว่า MEA มีการวางแผนและกำหนดทิศทางขององค์กร รวมถึงระบบส่งต่อการดำเนินงานจากรุ่นสู่รุ่นอย่างชัดเจน เสมือนมีเส้นทางให้ผู้บริหารรุ่นใหม่เห็นอยู่แล้วว่าภารกิจสำคัญขององค์กรยังคงเป็นความมุ่งมั่นในการให้บริการไฟฟ้าที่มีคุณภาพสอดรับกับวิถีชีวิตของคนเมือง มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง ทำงานสอดประสานสร้างเศรษฐกิจ ปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ สร้างสรรค์สิ่งใหม่ และรักษาสังคม สิ่งแวดล้อมไปพร้อมกัน ตามวิสัยทัศน์ ‘พลังงานเพื่อวิถีชีวิตเมืองมหานคร’ และค่านิยม CHANGE (Customer Focus – Harmonization – Agility - New Ideas - Governance – Efficiency) อย่างต่อเนื่อง เพียงแต่ความท้าทายคือการทำตามเส้นทางเหล่านั้นให้มีคุณภาพมากที่สุด

อย่างตอนนี้มีเมกะเทรนด์เรื่อง Digital Disruption และ Touchless Society ซึ่งเป็นนิวนอร์มอลจากวิกฤตโควิด-19 ที่เข้ามาทำให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ เปลี่ยนไป ซึ่งแน่นอนว่า MEA รู้ว่าโลกอนาคตจะเป็นอย่างไรและมีแผนยุทธศาสตร์รองรับอยู่แล้ว แต่สิ่งที่ต้องทำในขั้นต่อไปคือกำหนดทิศทางให้องค์กรเดินต่อไปได้มีประสิทธิภาพที่สุดด้วยแนวคิด Go Smart, Go Digital ทั้งเรื่องการบริการและบุคลากร

กลยุทธ์สู่ความยั่งยืนปี 2565 - 2580

“จากความท้าทายดังกล่าว ทิศทางที่แน่ชัดและเป้าหมายสูงสุดของ MEA คือการเปลี่ยนผ่านในโลกยุคใหม่อย่างยั่งยืน ดังนั้นกลยุทธ์ในปี 2565 – 2580 จะต่อยอดมาจากวิสัยทัศน์ในการเป็นพลังงานเพื่อชีวิตของเมืองมหานคร เพราะนั่นหมายถึงการพัฒนาที่ไม่หยุดยั้งขององค์กร” คุณวิลาศกล่าวก่อนจะเผยกลยุทธ์ตามแผนยุทธศาสตร์ในแต่ละช่วงไว้ดังนี้

ปี 2565 จะพัฒนาสู่ Smart Energy เต็มรูปแบบ โดยให้บริการทุกอย่างผ่านระบบดิจิทัล เพื่ออำนวยความสะดวกสบายให้ประชาชน จากเดิมที่มีบริการเพียงบางอย่างเท่านั้น

ปี 2566 - 2570 ก้าวสู่การเป็น Innovative Firm คือขับเคลื่อนองค์กรด้วยนวัตกรรม ซึ่งตอนนี้กำลังสร้าง Innovation Hub สำหรับรวบรวมนวัตกรรมที่พัฒนาขึ้นมาใช้ภายในองค์กรเอง เพื่อเตรียมส่งต่อสู่สังคมภายนอก

ปี 2571 - 2580 ก้าวสู่ Sustainable Utility เป็นองค์กรที่มีความยั่งยืนในเรื่องของเศรษฐกิจ ผลประกอบการต้องเลี้ยงตัวเองได้และสามารถเติบโตไปข้างหน้าได้ ควบคู่กับการดูแลสังคม ชุมชน และสิ่งแวดล้อม

เน้นย้ำความเป็นผู้นำด้านไฟฟ้าด้วย MEAei

นอกจากนี้ ยังมีอีกหนึ่งสิ่งสำคัญตามยุทธศาสตร์ขององค์กรคือ การจัดตั้งบริษัทในเครือที่ชื่อว่า MEAei หรือ MEA Smart Energy Solution ที่จะเริ่มดำเนินการในปี 2565 โดยโฟกัสในเรื่องของ Smart Energy ให้บริการครบวงจรด้านพลังงานอัจฉริยะในพื้นที่ลูกค้า เช่น ขยายระบบโครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะที่ให้บริการผ่านระบบดิจิทัล (Smart Grid System) ระบบทำความเย็นแบบรวมศูนย์ และระบบกักเก็บพลังงาน รวมถึงเรื่องพลังงานทดแทน (Renewable Energy) ตามนโยบายรัฐและเทรนด์โลก เช่น สร้างโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับผู้ใช้รถยนต์ EV และร่วมกับเอกชนในการพัฒนาแอปพลิเคชัน MEA EV เพื่อให้บริการเกี่ยวกับสถานีชาร์จรถไฟฟ้า

พนักงานต้องมีความสุข

อย่างไรก็ตาม นอกจากจะทุ่มเทให้กับการพัฒนาบริการเพื่อประชาชนแล้ว ผู้ว่าการ MEA คนล่าสุดยังให้ความสำคัญกับความสุขของพนักงานทั้งเกือบ 8,000 คนในด้านต่าง ๆ ด้วย

“การที่ Work Life Balance จะเกิดขึ้นได้ขึ้นอยู่กับภารกิจงานที่ได้รับมอบหมาย ถ้าต้องอยู่ที่ทำงานทั้งวันแล้วได้พักอีกทีตอนถึงบ้านก็อาจจะไม่ใช่ เราเลยต้องพยายามเบลนด์เวลางานและพักผ่อนเข้าด้วยกัน ใน MEA จึงมีสถานที่ให้พนักงานได้พักผ่อนในเวลางานได้โดยไม่ต้องรอกลับบ้าน เพื่อสนับสนุนการทำงานแบบ Happy Work Place เช่น ห้องออดิทอเรียมสำหรับจัดนิทรรศการ งานประกวดนวัตกรรม ห้องฉายภาพยนตร์ เป็นต้น และจะเน้นที่ผลลัพธ์การทำงานเป็นหลัก เพราะผมเชื่อว่าถ้าคนมีความสุขจะทำให้ผลิตภาพ (Productivity) ดีขึ้น ส่วนลักษณะการทำงานหลังจากนี้ก็จะทำในรูปแบบไฮบริด สลับ Work from home และการเข้าออฟฟิศ ในบางตำแหน่งที่สามารถทำได้”

ส่วนปัญหาที่หลายองค์กรมักจะเจอเป็นประจำอย่างช่องว่างระหว่างวัยของพนักงาน คุณวิลาศกล่าวเสริมว่า ตอนนี้ MEA มีสัดส่วนพนักงาน 40% เป็นคน Generation X อีก 40% เป็น Generation Y และที่เหลือเป็น Generation New ซึ่งแน่นอนว่าการทำงานจะค่อนข้างต่างกัน แต่องค์กรจะมีกระบวนการในการหล่อหลอมและลดช่องว่างตรงนี้ คือให้ความสำคัญกับทุกคน โดยนำประสบการณ์ของรุ่นพี่มาผสมผสานกับความทันสมัยของรุ่นน้อง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีที่สุดผ่านโครงการต่าง ๆ ที่จะคอยกระตุ้นการสร้างโปรเจกต์ร่วมกัน ตามแบบ Diversity Management

ทั้งหมดนี้คือภารกิจของ MEA ภายใต้การนำของคุณวิลาศ เฉลยสัตย์ ที่บริหารงานด้วยความเข้าใจทุกภาคส่วน ตามแบบฉบับของบุคลากรที่มีดีเอ็นขององค์กรอยู่เต็มเปี่ยม โดยท้ายนี้คุณวิลาศกล่าวว่า

“การไฟฟ้านครหลวงเปิดกว้างพร้อมรับสิ่งใหม่ ๆ อยู่เสมอ เพื่อสร้างสรรค์บริการที่ดีที่สุดให้พี่น้องประชาชน และพัฒนาเมืองให้มีภูมิทัศน์ที่ดี เป็นมหานครแห่งอาเซียนอย่างแท้จริง”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...