ฝึกกระบี่100ปีในวันสิ้นโลก
ข้อมูลเบื้องต้น
**หนังสือเล่มนี้มีลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ. 2537**
ไม่อนุญาตให้ดัดแปลงและแก้ไขไม่อนุญาตให้ทำซ้ำและนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ใดๆทั้งสิ้น
นิยายเรื่องนี้ ติดเหรีญทั้งหมดในราคา 72 บาท จนจบเล่ม
…………………………………………………………………………………………………………… ลงอาทิตย์ละ 4~7 ตอน
ตอนที่ 1 อาณาจักรแก่นทองคำ
บนยอดเขาที่สูงเสียดฟ้ามีชายหนุ่มหน้าตาหล่อเหลานั่งขัดสมาธิอยู่บนหินขนาดใหญ่ภายในถ้ำ บรรยากาศที่ล้อมรอบชายหนุ่มเต็มไปด้วยรัศมีแห่งความเป็นอมตะ ชายหนุ่มดูอายุราวๆ 20 ปี ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความผันผวน
“นี่คืออาณาจักรแก่นทองคำ?”
หลี่หยานพึมพำและย้อนคิดกลับไปก่อนหน้านี้ เขาเป็นศิษย์ภายนอกของสำนักเซียนกระบี่และสำนักเซียนกระบี่ เป็น 1 ใน 3 ของนิกายชั้นนำของโลก หลังจากที่หลี่หยานเข้าร่วมสำนักเซียนกระบี่ 1 ปี หลี่หยานได้รับภารกิจแรกของสำนัก ภารกิจระบุว่าหลี่หยานต้องปกป้องกองคาราวานพ่อค้าเพื่อขนส่งสินค้าไปยังแคว้นโจวขณะที่กองคาราวานกำลังเดินทางผ่านหุบเขามรณะ พวกเขาโดนศัตรูโจมตีซึ่งเป็นกองกำลังไม่ทราบฝ่าย หลี่หยานได้ทำการหลบหนีทันที เพราะศัตรูมีกำลังจำนวนมากเกินไป ก่อนที่หลี่หยานจะหลบหนี ผู้นำของกองคาราวานมอบหีบสมบัติกล่องเล็กให้หลี่หยาน ขณะที่เขากำลังจะพูดผู้นำก็สิ้นใจแล้ว หลี่หยานเก็บสมบัติไว้ในอกเสื้อ เขาวิ่งหนีทั้งวันทั้งคืนหลังจากโดนไล่ล่าถึง 3 วัน หลี่หยานก็หลบหนีได้สำเร็จ หลี่หยานพบว่ามีถ้ำอยู่บนยอดเขาสูง เขาตัดสินใจที่จะใช้เป็นที่หลบภัยชั่วคราว
หลี่หยานนำฟืนที่หาได้บริเวณรอบๆ แล้ว จุดไฟเพื่อความอบอุ่นหลังจากมีเวลาพัก หลี่หยานเลยหยิบกล่องสมบัติออกมาตรวจสอบดู กล่องสมบัติมีขนาดเท่าฝ่ามือ หลี่หยานเปิดกล่องเพื่อดูของข้างใน ปรากฏว่ามีหินสีม่วงอ่อนก้อนเล็กๆ เท่านิ้วชี้วางอยู่ตรงกลาง มีเชือกสีทองมัดไว้รอบๆ หิน หลี่หยานคิดว่ามันต้องเป็นของสำคัญมาก หากเขานำกลับสำนักหลี่หยานอาจได้ให้แต้มบุญเป็นจำนวนมาก แต้มบุญของสำนักกระบี่สามารถแลกเปลี่ยนสมบัติต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็น ยาเลื่อนระดับ ยาโลหิต ยาฟื้นฟู คัมภีร์ต่างๆ จนไปถึง สมบัติป้องกัน
ขณะที่หลี่หยานกำลังคิดที่จะนำสมบัติกลับสำนัก หินสีม่วงในกล่องสมบัติก็ ระเบิดออกมีแสงสว่างกระจ่ายไปทั่วบริเวณถ้ำแล้วสติของหลี่หยานก็มืดลง
ไม่รู้ว่าเป็นเวลานานเท่าไหร่ หลี่หยานที่นอนอยู่ในถ้ำก็ลืมตามองไปรอบๆ ด้วยความดีใจความคิดสุดท้ายของหลี่หยานคือ เขาต้องตายอีกครั้งใช่ไหม?
ใช่! หลี่หยานเคยตายมาแล้วครั้งหนึ่ง เขาเคยเป็นพนักงานรักษาความปลอดภัยที่บริษัทใกล้บ้านหลังจากที่เขาทำงานรักษาความปลอดภัยมาได้ 2 ปี หลี่หยานก็โดนลูกหลงจากการเหตุการณ์กราดยิงของแก๊งใต้ดินขณะที่เขากำลังเดินทางกลับบ้าน หลี่หยานโดนยิงเข้าที่ท้องและเขาก็ตายเพราะเสียเลือดมากไป ในวัย 23 ปี หลังจากเกิดใหม่หลี่หยานก็ปรับตัวให้เข้ากับโลกใบใหม่ เขาไม่คิดว่าเขาจะต้องตายอีกครั้งในวัยหนุ่ม แต่ด้วยความโชคดีครั้งนี้ดูเหมือนเขาจะไม่ตาย
หลังจากที่หลี่หยานตั้งสติได้เขาก็เตรียมที่จะเก็บของเพื่อกลับไปยังสำนักเซียนกระบี่แต่หลี่หยานไม่สามารถออกไปจากถ้ำได้ ไม่ว่าเขาจะลองด้วยวิธีไหน หลี่หยานก็จะกลับมาที่เดิมเสมอ หลี่หยานเต็มไปด้วยความเสียใจ เขาไม่น่าเข้ามาในถ้ำนี้เลยหลังจากคร่ำครวญด้วยความโชคร้ายหลี่หยานก็สังเกตเห็นกล่องสมบัติที่ตกอยู่บนพื้นมีตัวหนังสือปรากฏขึ้น
~นับเวลาถอยหลัง 99 ปี 364วัน~
หลี่หยานมองไปที่ตัวหนังสือด้วยความคิด หลังจากทำความเข้าใจหลี่หยานก็ถอนหายใจ สรุปก็คือหากเขาต้องการจะออกไปจากที่นี่ต้อง เขาต้องใช้เวลา100ปีเพื่อที่จะออกไปจากที่นี่ได้ แต่หลังจากที่ทำความเข้าใจแล้วความกลัวก็เข้าครอบงำหลี่หยาน เขาไม่มีอาหารและน้ำเขาจะตายภายใน 1 เดือน
หลี่หยานตั้งสติแล้วมองดูสิ่งของที่เขามีในตอนนี้ ดาบระดับต่ำของสำนักเซียนกระบี่ 1 เล่ม ยันต์ป้องกันระดับต่ำ 5 ใบ ยันต์รักษา ระดับต่ำ 2 ใบ ยาฟื้นฟูระดับกลาง 1 เม็ด ยันต์หลบหนี ระดับต่ำ 1 ใบ หนังสือดาบทั้ง 12 ของนิกายกระบี่ หนังสือกระบี่ศิษย์นอก 1 เล่ม หนังสือกระบี่ ศิษย์สายใน 1 เล่ม หนังสือผู้ฝึกฝนสำนักเซียนกระบี่ หนังสือของศิษย์สายในหลี่หยานได้มาจากตลาดมืดในสำนัก สีหน้าของหลี่หยานเต็มไปด้วยความเศร้าหมอง เขาจะตายแน่นอนเขาไม่มีอาหารและน้ำเลย
หลังจากติดอยู่ในถ้ำได้ 2 วันหลี่หยานก็ดีใจเขาค้นพบว่าเขาไม่หิวและพลังงานของโลกในถ้ำก็กำลังเพิ่มขึ้นทุกวินาที หลังจากทำความเข้าใจหลี่หยานก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้น
ในโลกนี้ มีการแบ่ง อาณาจักรการฝึกฝน 9 อาณาจักร
อาณาจักรก่อรากฐาน ระดับ 1-10
อาณาจักรก่อกำเนิด ระดับ 1-10
อาณาจักรปรมาจารย์ ชั้น ต้น กลาง สูง
อาณาจักรแก่นทองคำ ชั้น ต้น กลาง สูง
อาณาจักรวิญญาณ ชั้น ต้น กลาง สูง
อาณาจักรเซียน ชั้น ต้นกลาง สูง
อาณาจักรอมตะ ชั้น ต้น กลาง สูง
อาณาจักรคืนสู่ธรรมชาติ ชั้น ต้น กลาง สูง
อาณาจักรหลุดพ้น ไม่มีบันทึก
ตอนนี้หลี่หยาน อยู่ในอาณาจักร ก่อรากฐาน ระดับ 5 หลี่หยาดคาดว่าเขาจะใช้เวลา 8 ปีในการเข้าสู่ระดับก่อกำเนิดในเวลาปกติแต่หากดูจากพลังงานของโลกที่กำลังเพิ่มขึ้นทุกวินาทีหลี่หยานอาจเข้าสู่ระดับก่อกำเนิดภายใน 1 ปี เขาเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
หลี่หยานเริ่มฝึกทันที ช่วงเวลาที่อยู่ในถ้ำหลี่หยานไม่รู้สึกเหนื่อยล้าและง่วงนอน เขาไม่ต้องการกินอาหารเขาไม่รู้สึกหิว ร่างกายของหลี่หยานอยู่ในสภาพที่ดีตลอดเวลา หลี่หยานเริ่มฝึกฝนทันที!
ปีที่ 2 หลี่หยานเข้าสู่อาณาจักรก่อกำเนิดระดับ 1
ปีที่ 14 หลี่หยานเข้าสู่สภาวะดาบระดับต่ำ เขาสามารถใส่พลังงานในดาบได้
ปีที่ 20 หลี่หยานเข้าสู่อาณาจักรก่อกำเนิดระดับ10
ปีที่ 31 หลี่หยานเข้าสู่อาณาจักรปรมาจารย์ ชั้นต้น
ปีที่ 40 พลังงานในถ้ำเพิ่มขึ้น
ปีที่ 55 หลี่หยานเข้าสู่อาณาจักรปรมาจารย์ ชั้น กลาง
ปีที่ 65 พลังงานในถ้ำเกิดการเปลี่ยนแปลงเป็นพลังงานโลก
ปีที่ 72 หลี่หยานเข้าสู่อาณาจักรปรมาจารย์ ชั้น สูง
ปีที่ 80 หลี่หยานเข้าใจสภาวะดาบระดับกลาง เขาสามารถโจมตีศัตรูด้วยระยะทางไกลได้ด้วยพลังงานดาบ
ปีที่ 89 พลังงานในถ้ำพุ่งสูงจุดสูงสุดของโลก
ปีที่ 100 หลี่หยานเข้าสู่อาณาจักรแก่นทองคำ ชั้น ต้น!
หลังจากที่หลี่หยานปลดปล่อยพลังงานออกมาร่างกายของเขาก็เต็มไปด้วยพลัง หลี่หยานลุกขึ้นยืน เขามอบไปที่ตัวหนังสือข้างหีบสมบัติ
~นับเวลาถอยหลัง 1ชั่วโมง ~
หลี่หยานรอไม่นาน ความรู้ของการไหลเวียนของกระแสเวลาก็กลับมา ตอนนี้เขาสามารถออกไปข้างนอกได้แล้ว และหลี่หยานอยู่ในอาณาจักรแก่นทองคำ หากเขาต้องการหลี่หยานสามารถเป็น อาจารย์ของสำนักเซียนกระบี่ได้แล้ว ต้องขอบคุณพลังงานในถ้ำพวกมันเหมือนมีจิตสำนึกในตัวเอง หลังจากที่หลี่หยานเลื่อนอาณาจักรพลังงานในถ้ำก็เพิ่มระดับตามเช่นกัน หลี่หยานเป็นคนที่มีรากฐานต่ำ หากใช้เวลา 100 ปี ข้างนอก ตอนนี้เขาคงจะอยู่ที่อาณาจักรก่อกำเนิดขั้นสุดท้าย หากไม่มีโอกาส ยากที่เขาจะทะลวงระดับได้
บนหน้าผาที่สูงเสียดฟ้า มีชายหนุ่มสวมชุดคลุมสีขาวบินอยู่กลางอากาศด้วยวัตถุที่คล้ายดาบ เสียงลมปะทะหน้า ทำให้หลี่หลานรู้สึกสดชื่น เขาสามารถใช้พลังงานเพื่อป้องกันลมได้แต่ หลี่หยานไม่ต้องการทำเช่นนั้น หลังจากอยู่ในถ้ำมากว่า 100 ปี ทุกสิ่งในโลกภายนอกก็ดูจะเปลี่ยนไป สัตว์ป่าแปลกๆ ที่เขาไม่เคยเห็น แม้กระทั่งตึกที่สูงเสียดฟ้า เดี๋ยวก่อน! นั้นมันอาคารเรียน! ทำไมถึงมีอาคารเรียน แม้กระทั่งตึกสูง เวลา 100 ปีสามารถทำให้โลกโบราณกลายเป็นโลกสมัยใหม่? พลังของเทคโนโลยีสุดยอด!
หลี่หยานมองไปรอบๆ ด้วยความตื่นเต้น เขาใช้พลังงานเพื่อตรวจสอบสถานที่ต่างๆ พลังงานในอากาศเบาบาง สัตว์ป่าเขาที่ไม่รู้จัก พวกมันมีดวงตาสีแดง ไม่นานหลี่หยานก็รู้สึกถึงการเคลื่อนไหวของมนุษย์ด้านล่างคล้ายจะได้รับบาดเจ็บ
หลี่หยานบินตรงไปยังจุดที่เขาตรวจพบทันทีในระยะไกล หลี่หยานเห็นชายหนุ่มเดินช้าๆ อย่างไร้จุดหมาย
“สหายเต๋า! โปรดหยุดก่อน” หลี่หยานต้องการถามว่าตอนนี้อยู่เขาในปีที่เท่าไหร่ แต่หลังจากสังเกตดีๆ ชายวัยกลางคนข้างหน้าของหลี่หยาน มีลักษณะเหมือนผีดิบของสำนักปีศาจ หลี่หยานใช้ปราณกระบี่เพื่อฟันไปที่ร่างตรงหน้าทันที ร่างกายของผีดิบแยกออกเป็นสองส่วน
หลี่หยานใช้พลังงานตรวจสอบพบรอบๆ เขากลัวว่าเขาจะตกอยู่ในกับดักค่ายกล ของสำนักปีศาจหลังจากตรวจสอบไม่พบสิ่งผิดปกติ หลี่หยานก็รู้สึกถึงวัตถุแปลกๆ ในกระเป๋ากางเกงของผีดิบ หลี่หยานใช้พลังปราณเพื่อยกวัตถุขึ้น ดวงตาของเขาเบิกกว้าง นี่! นี่! มันคือโทรศัพท์! ให้ตายเถอะ!
หลี่หยานหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูมันมียี่ห้อเดียวกันกับที่เขาเคยใช้ในชีวิตที่แล้ว! หลังจากรวบรวมสติ หลี่หยานก็เปิดโทรศัพท์ ในขณะที่เขากำลังเปิดเครื่อง ก็มีสายโทรศัพท์เข้ามา ด้วยความตกใจหลี่หยานทิ้งโทรศัพท์ในมือทันที
หลี่หยานบ่นออกมาด้วยความโมโห มันบ้ามากหลังจากใช้ชีวิตในโลกโบราณ เขาก็เคยชินกับการไม่มีโทรศัพท์และอินเตอร์เน็ตไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วหลังจากอยู่ในถ้ำมาอีก 100 ปี เขาก็ยิ่งรู้สึกแปลกแยก หลี่หยานมองไปที่โทรศัพท์ที่แตกกระจายกับศพของผีดิบ
“สหายเต๋า โปรดอย่าโกรธเคือง หากมีชาติหน้าข้าจะชดใช้ให้!” หลี่หยานมองไปที่ศพของชายวัยกลางคน พร้อมส่ายหน้าไปมา เนื่องจากทุกชีวิตมีเต๋า หลังจากที่หลี่หยานอยู่ในอาณาจักรแก่นทองคำ เขาไม่สามารถฆ่าคนทั่วไปได้ มันจะทำให้เกิดกรรม หรือ ปีศาจจิตใจ หากเริ่มการฆ่าสังหาร กรรมจะเริ่มผูกมัดทันที แต่หลังจากเวลาผ่านไป หลี่หยานก็มั่นใจว่า ชายวัยกลางคนน่าจะตายมานานแล้ว เขาไม่รู้สึกถึงกรรมชั่ว แต่รู้สึกถึงกรรมดีที่เพิ่มขึ้นแทน หากสะสมกรรมดี ไว้เยอะโอกาสที่เขาจะเลื่อนระดับในอาณาจักรถัดไปก็จะเยอะขึ้นตามกรรมดี
ขณะที่หลี่หยานกำลังตรวจสอบรอบๆ เขาก็สังเกตเห็นสิ่งมีชีวิตลักษณะคล้ายมนุษย์ พวกมันมีผิวสีเขียว สูงเหมือนเด็ก ถือขวานในมือ มีดวงตาสีทอง ฟันของมันเป็นลักษณะบิดเปี้ยว พวกมันคือ ก็อบลิน? พวกมันมีทั้งหมด 10 ตัว กำลังเดินตรงมาในทิศทางที่ หลี่หยานอยู่ บนหลังของพวกมันคนหนึ่งมี เด็กผู้หญิงผมสีทอง อายุราวๆ 17-18 ปี ถูกมัดมือและเท้า ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยโคลนสกปรก แต่ก็ไม่อาจปิดบังความสวยงามไว้ได้
หลี่หยานไม่ลังเล เขาใช้กระบี่บิน สังหารพวก ก็อบลิน ทั้ง 10 ตัว ใช้เวลาเพียงเสียววินาทีสำหรับหลี่หยานพวกมันอ่อนแอ มากกว่ามนุษย์ธรรมดาเสียอีก
เด็กหญิงผมสีทอง มองไปรอบๆ ด้วยความหวาดกลัว เพียงแค่เธอกระพริบตา พวกมอนสเตอร์ที่จับเธอมาก็ตายหมดแล้ว ไม่นานเธอก็เห็นชายหนุ่มรูปงาม ลอยลงมาจากท้องฟ้า ชายหนุ่มให้อารมณ์ที่เป็นอมตะเขาไม่ควรอยู่ในโลกใบนี้ ทุกสิ่งรอบตัวของเขาดูสว่างไสวขึ้นทันทีที่เขาปรากฎ ดวงตาของเธอเต็มไปด้วยความดีใจ
“คุณเป็นผู้ปลุกพลังที่พ่อของฉันส่งมาหรือเปล่า” เสียงที่แผ่วเบาของหญิงสาวดังขึ้น
“ขออภัยสหายเต๋า ข้าไม่ใช่คนที่พ่อของสหายเต๋าส่งมาและก็ไม่ใช่ผู้ปลุกพลังเช่นกัน” หลี่หยานส่วยหัวช้าๆ
“แล้วคุณเป็นใคร?” หญิงสาวมองไปที่ชายหนุ่มตรงหน้าด้วยสีหน้ากังวล หากเธอโดนศัตรูของพ่อจับไปคงถึงคราวที่ตระกูลของเธอจะจบสิ้น
“ข้าชื่อ หลี่หยาน เป็นศิษย์นอกของนิกายสำนักเซียนกระบี่”
ตอนที่ 2 วันสิ้นโลก?
หลังจากที่หลี่หยานช่วยชีวิตหญิงสาว หลี่หยานก็ถามหญิงสาวเกี่ยวกับโลกใบนี้ บางคำถามก็ดูแปลกสำหรับหญิงสาวแต่เธอก็พยายามตอบทุกคำถามของหลี่หยาน
ตอนนี้หลี่หยานเข้าใจสิ่งต่างๆ มากขึ้น โลกใบนี้ไม่ใช่โลกเดิมของหลี่หยานและก็ไม่ใช่โลกที่เขาเคยอาศัยอยู่ในชาติที่แล้ว ดูเหมือนว่าหินสีม่วงจะพาหลี่หยานมาสู่โลกใบใหม่ที่เขาไม่รู้จัก
หญิงสาวบอกว่าตัวเองชื่อ มู่เสี่ยวไป๋ เธอเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัย เธอเป็นลูกสาวของผู้นำตระกูลมู่ ซึ่งเป็นตระกูลเก่าแก่และมีอำนาจมากในเมืองหลวง แต่เมื่อ 5 เดือนที่แล้ว ทั่วทั้งโลกเกิดเหตุการณ์ที่ไม่สามารถอธิบายได้ เมื่อมีฝนตกเป็นสีแดงพร้อมกันทั่วโลกเป็นเวลา 7 วัน ทุกคนต่างตื่นตระหนก บางคนก็บอกว่าวันสิ้นโลกมาถึงแล้ว พระเจ้าต้องการทำลายล้างโลก เกิดการปล้น ฆ่า และ การก่อการร้าย ทั่วทั้งโลกอยู่ในความสับสนวุ่นวาย ทางรัฐบาลของประเทศต่างๆ ได้ทำการส่งนักวิจัยไปรวมกันที่ศูนย์วิจัยแห่งชาติพวกเขาต้องการทราบสาเหตุที่่แน่ชัดของปรากฏการที่เกิดขึ้น พร้อมทั้งใช้กฎอัยการศึก แบบฉุกเฉินพวกเขาให้สิทธิ์อำนาจพิเศษแก่ตระกูลใหญ่ต่างๆ เพื่อควบคุมประชาชน ขณะที่ทุกอย่างดูกำลังจะสงบลงแต่ฝันร้ายของมนุษย์ก็เริ่มขึ้นเมื่อฝนหยุดตกในวันที่ 7
มนุษย์พบสิ่งมีชีวิตใหม่พวกเขาไม่รู้ว่าพวกมันมาจากไหน ทางนักโบราณคดีเชื่อว่าพวกมันอาศัยอยู่ใต้เปลือกโลก ทางนักชีววิทยาชี้ว่าพวกมันไม่ใช่สิ่งมีชีวิตที่อยู่ในโลกนี้พวกมันมาจากอุกกาบาต สิ่งมีชีวิตต่างๆ ที่เป็นตำนานเริ่ม ปรากฏขึ้น ซอมบี้ แวมไพร์ ออร์ค ก็อบลิน โกเลม แม้กระทั่ง มังกร พวกมันออกมาโจมตีมนุษย์หลังจากที่ฝนหยุด รัฐบาลของประเทศต่างๆ ใช้กองกำลังทหาร เพื่อโจมตีพวกมันแต่ก็ไม่เป็นผล แม้แต่ขีปนาวุธก็ไม่สามารถทำอะไรพวกมันได้ ในขณะที่ความสิ้นหวังปกคลุมไปทั่วโลก มนุษย์บาดเจ็บล้มตายไปมากกว่าครึ่งหนึ่งของประชากรโลก สัตว์ต่างๆ เริ่มกลายพันธุ์ แต่มนุษย์ก็เช่นกัน พวกเขาเริ่มปลุกพลังวิเศษ และ มีนิกายต่างๆ ที่หลบซ่อนตัวอยู่ปรากฏตัวขึ้นเพื่อกอบกู้โลก พวกเขาบอกว่าไม่ได้มีเพียงสัตว์ประหลาดเท่านั้นที่โจมตีมนุษย์ แต่ยังมีปีศาจที่ต้องการจะทำลายโลก
หลังจากผ่านมา 2 เดือน ตระกูลมู่ของเธอก็เป็นหนึ่งใน 5 ตระกูลที่มีอำนาจ พ่อของเธอเป็นผู้ปลุกพลังที่แข็งแกร่ง คนในตระกูล ต่างปลุกสายเลือดที่แข็งแกร่ง ตระกูลของเธอมีทรัพยากรจำนวนมาก ทั้ง อาหาร และ น้ำ ตระกูลต่างๆ ได้ทำการสร้างเขตเมืองของตัวเอง เมื่อ รัฐบาลล้มลง พวกเขาก็ตั้งตัวเองเป็นเจ้าเมืองต่างๆ เพื่อที่จะเอาชีวิตรอด มนุษย์ต่างดิ้นรน พวกเขาฆ่ากันเองเพื่อความอยู่รอด มีสงครามอยู่ทุกที่
ในขณะที่มนุษย์กำลังสู้กันเองพวกปีศาจ ก็เริ่มโจมตีมนุษย์เมืองต่างๆ ก็พังทลายลงอย่างรวดเร็ว บางเมืองก็โดนซอมบี้นับแสนโจมตี พวกมันไม่มีสติปัญญาและไม่มีความกลัว มีเพียงความกระหายที่จะกินเนื้อมนุษย์เท่านั้น
ในเดือนที่ 3 มนุษย์พบหินวิญญาณในร่างกายของสัตว์ประหลาดพวกมันมีส่วนช่วยในการเสริมความแข็งแกร่งและรักษาโรคต่างๆ
ในเดือนที่ 4 การฟื้นฟูพลังงานโลกเริ่มปรากฏขึ้นในอากาศ ทำให้มนุษย์สามารถเข้าสู่วิถีการฝึกฝนได้ สำนัก และ นิกายต่างๆ เริ่มรับสมัครศิษย์ที่มีพรสวรรค์จำนวนมาก
ในเดือนที่ 5 ตระกูลใหญ่ต่างๆ ก็เริ่มจัดตั้งพันธมิตร และตระกูลมู่ก็จัดตั้งพันธมิตรเป็นของตัวเองพวกเขาเป็นผู้นำของพันธมิตร ทั้ง 6 ตระกูลใหญ่ ชื่อพันธมิตรเต่าทองคำ
หลังจากย่อย ข้อมูลจำนวนมาก หลี่หยานก็ถามถึงสาเหตุที่มู่เสี่ยวไป๋โดนพวก ก็อบลินจับ เธอบอกว่าในขณะที่เธอกำลังเดินทางกลับไปที่เมือง พวกเธอโดนพวกปีศาจโจมตีทำให้พลัดหลงกับคนในตระกูลมู่ เธอบังเอิญไปเจอพวกก็อบลิน ผู้คุ้มกันที่มากับเธอโดนก็อบลินฆ่าตาย สาเหตุที่เธอไม่โดนพวกมันฆ่า เพราะพวกมันจะจับมนุษย์ผู้หญิงที่มีชีวิตกลับไปที่เผ่าเพื่อใช้ตั้งครรภ์ ส่วนมนุษย์ผู้ชายจะโดนฆ่าทิ้งและใช้เป็นอาหาร
มู่เสี่ยวไป๋ ขอร้องให้หลี่หยานช่วยพาเธอกลับไปที่เมืองและเธอต้องการที่จะตอบแทนหลี่หยานที่ที่ช่วยชีวิตเธอ หลี่หยานไม่ปฏิเสธ เขายังต้องการที่จะรู้เกี่ยวกับโลกนี้มากขึ้น และ ตระกูลมู่ก็เป็นตัวเลือกที่ดีเช่นกันในการทำความเข้าใจสิ่งต่างๆ และทุกอย่างจะง่ายขึ้นมากหากเขาใช้อำนาจของตระกูลมู่
หลี่หยานพามู่เสี่ยวไป๋ บินขึ้นไปบนอากาศ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้สัมผัสประสบการณ์ บินอยู่บนท้องฟ้าเธอเห็นไปมองชายหนุ่มด้านข้างที่มีใบหน้าหล่อเหลาและไม่เข้ากับโลกใบนี้ เธออดไม่ได้ที่จะเขินอายหากมีคนถามเธอว่าเจ้าชายในดวงใจของเธอคือใคร เธอคงตอบว่าเจ้าชายของเธอคือหลี่หยาน หลี่หยานสามารถบอกได้ว่ามู่เสี่ยวไป๋รู้สึกอย่างไรต่อเขา ประสบการณ์ของชีวิตก่อนและชีวิตนี้มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะไม่รู้ว่าหญิงสาวคิดอะไรอยู่
“หลี่หยานคุณมาจากสำนักเซียนกระบี่?” เสียงที่อ่อนโยนดังขึ้นข้างหูของหลี่หยาน
“ใช่แล้วฉันมาจากสำนักเซียนกระบี่” หลี่หยานเปลี่ยนวิธีการพูดของเขาหลังจากเข้าใจโลกนี้ เขาไม่ต้องการเป็นคนโบราณต่อหน้าคนยุคนี้พวกเขาคงจะมองว่าเขาบ้า
“สำนักเซียนกระบี่ของคุณอยู่ไกลหรือเปล่าฉันสามารถเข้าร่วมเป็นศิษย์ในสำนักของคุณได้ไหม ฉันไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับสำนักต่างๆ มากนัก” มู่เสี่ยวไป๋พูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง มันคงดีมากถ้าเธอได้ฝึกฝนกับหลี่หยานทุกวัน
หลี่หยานได้ยินดังนั้นจึงมองไปที่หญิงสาวด้วยความเสียใจ หากคุณต้องการที่จะเข้าร่วมสำนักกระบี่ของเขา คุณคงไม่มีโอกาสในชีวิตนี้ สำนักกระบี่ของเขาไม่ได้อยู่โลกนี้
“หากคุณต้องการเป็นผู้ฝึกฝนคุณต้องมีพรสวรรค์และคุณสมบัติในการฝึกฝนยื่น มือออกมาสิฉันจะตรวจสอบ ทำจิตใจให้สบาย” หลี่หยานไม่ต้องการทำลายบรรยากาศที่ดีอยู่ในตอนนี้ เขาตอบสนองต่อสิ่งที่มู่เสี่ยวไป๋ต้องการ หากเธอไม่มีพรสวรรค์เขาทำได้แค่ปลอบเธอ
หญิงสาวยื่นมือออกมาด้วยความเขินอาย แล้วมองไปที่ดวงตาของหลี่หยานด้วยแววตาที่หยาดเยิ้ม หลี่หยานใช้พลังงานสวรรค์และโลกตรวจสอบกระดูกและรากฐานของมู่เสี่ยวไป๋ แววตาของหลี่หยานตื่นเต้น ให้ตายเถอะ รากฐานระดับสูง พรสวรรค์ที่น่าอิจฉา หลี่หยานมีรากฐานระดับต่ำเท่านั้น หากจะพูดให้เข้าใจ มู่เสี่ยวไป๋สามารถฝึกฝนได้เร็วกว่าหลี่หยานถึง 20 เท่า!
ขณะที่หลี่หยานกำลังตกใจมีเงาขนาดใหญ่กำลังมุ่งตรงมายังพวกเขา หลี่หยานใช้ปราณกระบี่ กระบวนท่าที่ 1 ของสำนักเซียนกระบี่ทันที มีแสงสว่างสีทองพุ่งตรงไปยังเงาขนาดใหญ่ หลังจากที่เงาขนาดใหญ่โดนปราณกระบี่ของ หลี่หยาน มันก็ตกลงไปที่พื้นทันที มันมีลักษณะคล้ายมังกร
“มันคือ ไวเวิร์น?” มู่เสี่ยวไป๋พูดด้วยความตกใจ เธอไม่คิดว่าหลี่หยานจะแข็งแกร่งขนาดนี้ หากต้องการฆ่าไวเวิร์น ต้องใช้นักล่าแรงค์ S เท่านั้น แต่หลี่หยานโจมตี ไวเวิร์น เพียงครั้งเดียวพลังของหลี่หยานไม่สามารถน้อยกว่าระดับ S ได้ และพ่อของมู่เสี่ยวไป๋ เป็นนักล่าระดับพิเศษเงิน ยังต้องใช้เวลาในการฆ่ามัน
“ไวเวิร์น? มันดูคล้ายมังกรแต่มันอ่อนแอเกินไป!” หลี่หยานพยักหน้าช้าๆ
“หลี่หยานรีบลงไปกันเถอะ มีหินวิญญาณอยู่ที่หน้าผากของมันเป็นสมบัติที่หายากมันมีค่ามาก” เสียงตื่นเต้นของมู่เสี่ยวไป๋ดังขึ้น
“เอาล่ะ ไปกันเถอะ”
หลี่หยานพามู่เสี่ยวไป๋ไปยังศพของไวเวิร์น เขาพบก้อนหินสีฟ้าในหัวของไวเวิร์น มันมีขนาดเล็กเท่านิ้วชี้ มันคล้ายกับหินสีม่วงที่เขาพบในกล่องสมบัติ หรือมันจะมีความเกี่ยวข้องกัน?
“มันสามารถสกัดออกมาเป็นพลังงานชีวิตได้! มันจะช่วยคนที่กำลังจะตายให้ฟื้นคืนชีพได้ทันที! มันล้ำค่ามากปกติพวกไวเวิร์นจะอยู่เป็นกลุ่ม ทำให้การล่ามันแทบเป็นไปไม่ได้เลยครั้งนี้ถือว่าพวกเราโชคดีมาก” มู่เสี่ยวไป๋ ยื่นหินวิญญาณให้หลี่หยาน
หลี่หยานรับมัน แล้วพามู่เสี่ยวไป๋เดินทางกลับไปที่เมือง จากที่เธอบอกจะต้องใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 เดือนในการเดินทาง
หลังจากที่ฟังตำแหน่งและทิศทางจาก มู่เสี่ยวไป๋ หลี่หยานก็หยิบดาบบินขึ้นมาวางไว้ในฝักดาบ มันทำให้ มู่เสี่ยวไป๋อดที่จะถามหลี่หยานไม่ได้
“พวกเราจะไม่ใช้ ดาบเพื่อบินไปเหรอ?” มู่เสี่ยวไป๋ถามด้วยความสงสัย
“ไม่เราจะบินไปเอง” หลี่หยานตอบด้วยสีหน้าสงบ เขาใช้ดาบบินเพื่อตอบสนองต่อความ คิดในวัยเด็กของเขาเท่านั้น เมื่อคุณเห็น ชายหนุ่มขี่ดาบบินไปบนท้องฟ้า ในโลกของหลี่หยาน ก็เหมือนพวกเขากำลังขับแลมโบกินี่ ในยุคปัจจุบัน
หลี่หยานอุ้มมู่เสี่ยวไป๋ในท่าเจ้าหญิงแล้ว เหาะขึ้นไปบนอากาศด้วยความเร็ว
ใช้เวลาไม่ถึง 1 ชั่วโมง
ปรากฏเมืองขนาดใหญ่อยู่ตรงหน้าของหลี่หยาน พวกมันล้อมรอบไปด้วย กำแพงขนาดใหญ่มหึมา คาดว่าประชากรในเมืองนี้มีมากกว่า 2 ล้านคนซึ่งมันเยอะมากๆ
หลังจากวางมู่เสี่ยวไป๋ลงที่พื้น เธอก็มองไปที่หลี่หยานด้วยความตกใจ ชายหนุ่มข้างหน้าเธอทำให้เธอตกใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอไม่รู้จะอธิบายยังไงกับสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้แต่เสียงของหลี่หยานขัดจังหวะความคิดของมู่เสี่ยวไป๋
“ถึงแล้วใช่ไหม? ดูเหมือนว่าเราจะมีปัญหาแล้ว?” หลี่หยานมองไปยังกลุ่มคน ที่กำลังเดินเข้ามาหาพวกเขาด้วยออร่าที่แข็งแกร่งกว่าคนทั่วไป
“พวกคุณมาจากนิกายอะไร? ที่เขตตระกูลมู่ไม่อนุญาตให้ใช้ของวิเศษบินในเมือง!” ผู้พูดเป็นชายวัยกลางคนหน้าตาดุร้าย เขามีรอยแผลขนาดใหญ่บนใบหน้า
“คุณหนู?” ชายวัยกลางคนมองไปที่มู่เสี่ยวไป๋ด้วยความตกใจ หลังจากทำความเคารพมู่เสี่ยวไป๋เขาก็สั่งให้ทุกคนกลับไปประจำตำแหน่ง
“ชายชราตาบอด ขอให้คุณหนูโปรดเมตตา” ชายวัยกลางคนคุกเขาลงบนพื้นดินทันที
มู่เสี่ยวไป๋ ประคองให้ชายวัยกลางคนลุกขึ้นพร้อมกับพูดปลอบโยนประโยคหนึ่ง
“ตระกูลมู่ น่ากลัวกว่าที่คิด!” หลี่หยานพูดกับมู่เสี่ยวไป๋
แต่ในขณะที่หลี่หยานพูดก็มีเสียงดังพูดแทรก
“ใครว่าพวกเราตระกูลมู่น่ากลัว?”
หลี่หยานรู้สึกถึงแรงกดดันบางอย่างจากชายตรงหน้า
……………………………………………………………………………………………………… มีใครอ่านบ้างไหมอย่าลืม คอมเมนท์นะ
ตอนที่ 3 แหวนมิติ
“ท่านพ่อ!” มู่เสี่ยวไป๋ตะโกนออกมาด้วยความดีใจ
หลี่หยานมองไปที่ชายวัยกลางคนด้วยความสนใจ พ่อของมู่เสี่ยวไป๋ เป็นชายวัยกลางคนหน้าตาใจดีเขาดูเหมือนนักบวชในโบสถ์มากกว่าจะบอกว่าเขาเป็นผู้นำตระกูลมู่ที่ทรงพลัง หลี่หยานไม่แน่ใจนักว่าผู้ปลุกพลัง แข็งแกร่งขนาดไหนแต่เขามั่นใจว่าตั้งแต่เขาออกมาจากถ้ำแห่งกาลเวลา หลี่หยานยังไม่เจอคนที่แข็งแกร่งกว่าเขาเลยและผู้นำตระกูลมู่ก็เช่นกัน
มู่ซานผิงก็มองตรงไปยังชายหนุ่มที่อยู่ข้างๆ ลูกสาวของเขาเช่นกัน มู่ซานผิงไม่เคยเห็นชายหนุ่มตรงหน้าเขามาก่อนหากชายหนุ่มเป็นส่วนหนึ่งในตระกูลใหญ่ เขาต้องจำชายหนุ่มตรงหน้าได้ด้วยใบหน้าที่เหมือนหลุดออกมาจากนิยาย พร้อมกับอารมณ์ที่สงบเสงี่ยม หากได้เห็นสักครั้งมู่ซานผิงคิดว่ายากที่จะลืมชายหนุ่มที่โดดเด่นคนนี้
“ท่านพ่อ! นี่คือหลี่หยาน! เขาเป็นคนช่วยชีวิตของฉันไว้” มู่เสี่ยวไป๋ เห็นบรรยากาศที่ดูจะตึงเครียดรีบแนะนำหลี่หยานทันที
“ขอบคุณมากผู้มีพระคุณ ฉันชื่อ มู่ซานผิง หากผู้มีพระคุณต้องการสิ่งใดโปรดบอกแก่ตระกูลมู่ ไม่ว่ามันคืออะไรตระกูลมู่จะทำเต็มที่เพื่อช่วยเหลือ!” มู่ซานผิงพูดจบก็มองไปที่หลี่หยานด้วยใบหน้าใจดี
“มิกล้า มิกล้าที่รับตำแหน่งผู้มีพระคุณของตระกูลมู่ ฉันชื่อหลี่หยานเป็นศิษย์สำนักเซียนกระบี่” หลี่หยานพูดแล้วยกมือคำนับตามแบบฉบับของผู้ฝึกฝน
“สำนักเซียนกระบี่?” มู่ซานผิง พยายามนึกถึงสำนักต่างๆ ในหัว แต่เขาไม่เคยได้ยินชื่อสำนักเซียนกระบี่ ที่เขารู้จักมีเพียง สำนักกระบี่เมฆา สำนักกระบี่ขุนเขา สำนักกระบี่มังกร สำนักกระบี่ดาวตก
“ท่านพ่อ เพราะสำนักเซียนกระบี่ของหลี่หยานอยู่ไกลมาก ท่านพ่ออาจไม่รู้จัก” มู่เสี่ยวไป๋พูดแทรก
“คงจะเป็นเช่นนั้น” มู่ซานผิงพยักหน้า
“กลับไปพักผ่อนกันเถอะลูกคงจะเหนื่อยมากแล้วจากการเดินทาง ขอเชิญผู้มีพระคุณด้วย!” มู่ซานผิงเชิญชวน
“ไปกันเถอะหลี่หยานฉันจะพานายไปที่ตระกูลมู่เอง” มู่เสี่ยวไป๋จูงมือของหลี่หยานด้วยความกระตือรือร้น แต่เธอไม่ทันสังเกตว่ามีดวงตาคู่หนึ่งที่มองภาพตรงหน้าด้วยแววตาเสียใจ ชายวัยกลางคนถอนหายใจ เมื่อลูกสาวของเขาชอบชายหนุ่มคนนี้ เขาก็ทำได้เพียงแค่สนับสนุนเท่านั้น แต่เขายังต้องตรวจสอบหลี่หยวน บทบาทของการช่วยหญิงงามบางทีก็เต็มไปด้วยกับดัก
หลังจากที่ทั้ง 2 คนจากไป มู่ซานผิงก็เรียกผู้ติดตามเข้ามา
“เจ้าเมืองโปรดออกคำสั่ง!” ผู้ติดตามร่างผอมคุกเข่าทำความเคารพ
“ตรวจสอบหาที่ตั้งของสำนักเซียนกระบี่และความเป็นมาของชายหนุ่มที่ชื่อหลี่หยาน” มู่ซานผิงพูดด้วยน้ำเสียงคำสั่ง
“รับคำสั่ง!” ผู้ติดตามร่างผอมหายตัวไปทันที
……………
……
…
ณ คฤหาสน์ของตระกูลมู่
หลี่หยานใช้พลัง ตรวจสอบบริเวณโดยรอบ มีการป้องกันอย่างแน่นหนาทุกมุมของคฤหาสน์ หากต้องการบุกรุก ต้องมีระดับอาณาจักรก่อกำเนิดเป็นอย่างต่ำถ้าเทียบกับอาณาจักรในโลกของหลี่หยาน แต่หากดูที่อาณาจักรของโลกใบนี้ หลี่หยานคิดว่าต้องอยู่ในระดับฟ้าขั้น10 หรือ อาณาจักรสวรรค์เป็นอย่างน้อย
หลังจากตรวจสอบโดยรอบหลี่หยานก็ศึกษา สิ่งต่างๆ เพิ่มเติมในห้องรับรอง
ในโลกใบนี้ มีการจัดอันดับ ผู้ปลุกพลัง อยู่ 12 ระดับ
นักล่าแรงค์ F
นักล่าแรงค์ E
นักล่าแรงค์ D
นักล่าแรงค์ C
นักล่าแรงค์ B
นักล่าแรงค์ A
นักล่าแรงค์ S
นักล่าระดับพิเศษ บรอนซ์
นักล่าระดับพิเศษ เงิน
นักล่าระดับพิเศษ ทอง
นักล่าระดับพิเศษ ไดมอนด์
นักล่าระดับพิเศษสูงสุด
การจัดอันดับของผู้ฝึกฝนแบ่งออกเป็น 9 อาณาจักร
อาณาจักรมนุษย์ 1-10 ระดับ
อาณาจักรดิน 1-10 ระดับ
อาณาจักรฟ้า 1-10 ระดับ
อาณาจักรสวรรค์ ชั้น ต้น กลาง สูง
อาณาจักรจักรพรรดิ ชั้น ต้น กลาง สูง
อาณาจักรแก่นทองคำ ชั้น ต้น กลาง สูง
อาณาจักร ที่สาบสูญ
อาณาจักร ที่สาบสูญ
อาณาจักร ที่สาบสูญ
หลี่หยานไม่แน่ใจนักว่าอาณาจักรแก่นทองคำของเขาจะเท่ากับอาณาจักรแก่นทองคำของโลกใบนี้หรือเปล่าเขายังต้องตรวจสอบในภายหลัง หลี่หยานมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงจันทร์ยังคงเป็นสีแดง
ไม่นานก็มีบ่าวรับใช้เข้ามาเพื่อเชิญให้ หลี่หยานไปรับประทานอาหาร หลี่หยานหยักหน้าแล้วเดินตามบ่าวรับใช้ไปยังห้องโถงขนาดใหญ่ มีโต๊ะยาวขนาด 30 ที่นั่ง ตรงหัวมุมมีชายวัยกลางคนหน้าตาใจดีนั่งอยู่ ที่นั่งด้านซ้ายมือของชายชราคือ มู่เสี่ยวไป๋ที่แต่งกายด้วยชุดสีชมพู ดูอ่อนหวาน การเคลื่อนไหวของเธอราวกับเจ้าหญิงน้อยที่บอบบาง ที่ด้านนั่งทางด้านขวามีผู้หญิงวัยกลางสวมชุดคลุมสีม่วง ดูคล้ายมู่เสี่ยวไป๋ อยู่ 6 ส่วน มีหญิงรับใช้ยืนอยู่ด้านหลังคอยรับใช้หญิงวัยกลางคนตลอดเวลาส่วนที่เหลือเป็นโต๊ะที่ว่างเปล่าจากการสังเกตของหลี่หยานตระกูลมู่น่าจะมีตระกูลรองหลายสาย เพราะเมืองนี้มีขนาดใหญ่มาก มู่ซานผิงคงไม่สามารถควบคุมได้ด้วยตัวคนเดียว
หลี่หยานเดินมานั่งด้านข้างของผู้หญิงวัยกลางคน หลังจากที่บ่าวรับใช้ได้ขยับเก้าอี้ให้หลี่หยานนั่งลง
“ชายหนุ่มคนนี้คือ?” หญิงวัยกลางคนใบหน้ายังมีเค้าโครงของความสวยงามพูดขึ้น เธอดูอายุราวๆ 40 ปี
“นี่คือหลี่หยาน ศิษย์สำนักเซียนกระบี่เป็นผู้มีพระคุณของตระกูลมู่!” มู่ซานผิงแนะนำทันที
“ปรากฏว่าเป็นผู้มีพระคุณที่ช่วยลูกสาวของฉัน! เรียกฉันว่าเหรินรุ่ยเถอะฉันเป็นแม่ของมู่เสี่ยวไป๋” หญิงวัยกลางคนพยักหน้าด้วยความขอบคุณ
“คุณเหรินยังดูสวยงามไม่ต่างจากมู่เสี่ยวไป๋ หากเดินด้วยกันผู้คนคงคิดว่าเป็นพี่น้อง” หลี่หยานพูดด้วยรอยยิ้ม
วี๊ดดดดด~~~
วี๊ดดดดด~~
เสียงเตือนภัยดังขึ้นขัดจังหวะสนทนาของหลี่หยานกับเหรินรุ่ย ใบหน้าของทุกคนดูตึงเครียด หลี่หยานใช้พลังตรวจสอบบริเวณภายในรัศมี 1000 กิโลเมตร นี่เป็นจุดสูงสุดที่เขาสามารถตรวจสอบได้ ใบหน้าของหลี่หยานเปลี่ยนไปเขาพบว่ามีมอนส์เตอร์ จำนวนมากกำลังมุ่งหน้ามายังพวกเขา
“ท่านเจ้าเมือง ทีมลาดตระเวนส่งสัญญาณเตือนคลื่นสัตว์ร้ายโจมตีความอันตรายอยู่ในระดับ 12 โปรดสั่งอพยพโดยด่วน!”
“ท่านเจ้าเมืองโปรดออกคำสั่งด้วยขอรับ!”
“ประกาศอพยพทันที!” ใบหน้าของมู่ซานผิง เต็มไปด้วยร่องรอยของความรู้สึกเสียใจ การอพยพนี้สามารถอพยพได้แค่ตระกูลใหญ่กับพวกนักล่าเท่านั้น คนธรรมดาที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอำนาจ ไม่มีใครเต็มใจที่จะพาไปด้วย เพราะพวกเขาไม่มีประโยชน์
“ลุงมู่เกรงว่าทุกคนคงจะอพยพไม่ทันแล้ว” หลี่หยานพูดด้วยน้ำเสียงปกติราวกับว่าเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเขา
“เกิดอะไรขึ้น?” มู่ซานผิงมองไปที่หลี่หยานด้วยความสับสน
“ตอนนี้พวกเราโดนล้อมแล้ว ไม่ได้มีเพียงมอนสเตอร์ที่บุกโจมตี แต่ยังมีกองทัพซอมบี้นับหมื่นและพวกปีศาจกำลังบุกเข้ามาโจมตีรอบด้านของเมือง พวกมันอยู่ห่างจากที่นี้100กิโลเมตร! คาดว่าใน หนึ่งชั่วโมงจะถึงกำแพงเมือง” หลี่หยานพูดต่อด้วยใบหน้าสงบ
ปัง!
“เป็นไปไม่ได้!” มู่ซานผิงทุบโต๊ะด้วยความโกรธ ตอนนี้มี 2 วิธี 1 คือ ปกป้องเมืองและรอการช่วยเหลือของพันธมิตร 2. ใช้กำลังคนฝ่าออกไปทิศทางใดทิศทางหนึ่ง แต่วิธีที่ 2 พวกเขามีโอกาสเสียชีวิตเร็วกว่าวิธีแรก เรื่องนี้ต้องได้รับการตัดสินใจจากตระกูลต่างๆ
“ไปเรียกผู้นำตระกูลทั้งหมดมา!” มู่ซานผิงสั่งการทันที
“รับคำสั่ง!”
มู่ซานผิงมองไปที่หลี่หยานด้วยความคิดแต่เขาก็ไม่ได้พูดอะไร เพราะเมื่อตอนที่หลี่หยานกำลังเตือนเขา เครื่องรางฐานป้องกันที่อยู่รอบนอกของเมือง ก็แตกสลายไปมันเป็นเครื่องหมายการันตีว่าพวกเขาโดนบุกโจมตีรอบด้าน มู่ซานผิงสั่งให้ มู่เสี่ยวไป๋ กับ เหรินรุ่ยเข้าไปซ่อนตัวในห้องลับของตระกูลมู่มีเพียง คนตระกูลมู่เท่านั้นที่ได้รับอนุญาตให้เข้าไป
“พ่อให้หลี่หยานเข้าไปด้วยได้ไหม” มู่เสี่ยวไป๋พูดด้วยน้ำเสียงขอร้อง
“ตามกฎในตระกูลไม่สามารถให้คนนอกเข้าไปได้ แต่วันนี้พ่อจะแหกกฏ!” มู่ซานผิงพยักหน้าแล้วปลอบลูกสาวของเขาด้วยความรัก
“ไม่จำเป็นลุงมู่ ฉันต้องการที่จะช่วยเหลือ” หลี่หยานไม่ต้องการที่จะหลบอยู่ในห้องลับ ตอนนี้เขาต้องการออกไปสู้กับสัตว์ร้าย ตามความเข้าใจของเขา หากหลี่หยานฆ่าสัตว์ร้าย เขาจะได้กรรมดี หากเขาสะสมกรรมดีได้เยอะมันจะช่วยให้เขาทะลวงขั้นได้ง่ายขึ้นและยังทำให้เขามีโอกาสได้รับชื่อเสียง หลี่หยานต้องการก่อตั้งสำนักเซียนกระบี่ขึ้นมาใหม่ในโลกนี้ หากเขามีชื่อเสียงทุกอย่างจะง่ายขึ้น ตามข้อมูลที่ระบุ ดูเหมือนว่าทุกเดือน ปีศาจแปลกๆ จะปรากฏตัวเพิ่มขึ้น สัตว์ประหลาดจะกลายพันธุ์มากขึ้น โลกใบนี้จะอันตรายมากขึ้นหลี่หยานต้องการสร้างกองกำลังของตัวเอง
“ดี! รอประกาศเรียกรวมพลอีกที ตอนนี้ลุงต้องไปประชุมก่อน!” มู่ซานผิงตบไหล่หลี่หยาน
หลี่หยานพูกคุยกับมู่เสี่ยวไป๋อยู่นาน เขาสัญญากับเธอว่าเขาจะไม่ตาย หากจะบอกว่าหลี่หยานเจ้าชู้หรือเปล่าต้องบอกว่า หลี่หยานเพียงแต่ชอบสิ่งที่สวยงามเหมือนชายหนุ่มทั่วไป เขายังมีความโลภ โกรธ หลง เหมือนมนุษย์ทั่วไปเช่นกัน
หลังจากเดินออกมาจากคฤหาสน์ตระกูลมู่ หลี่หยานก็สำรวจไปรอบๆ เมือง มีทั้งเด็ก ผู้ใหญ่และคนแก่ พวกเขามีสภาพไม่ต่างจากคนตาย หลังจากเห็นหลี่หยานมา พวกเขาต่างขอร้องอ้อนวอนให้หลี่หยานบริจาคอาหาร บางคนถึงขนาดยอมขายลูกตัวเองเพื่อแลกกับอาหารหนึ่งมื้อ
หลี่หยานไม่สนใจพวกเขามากนัก ตอนนี้เขายังไม่มีเวลาหาพรสวรรค์ในการฝึกฝน หลี่หยานกำลังมองหาอาวุธบางอย่าง หลังจากที่หลี่หยานใช้พลังงานตรวจสอบฝูงปีศาจ เขาก็รู้สึกถึงพลังงานที่คุ้นเคยบางอย่าง ในเขตสลัม
หลี่หยานเดินไปรอบๆ จนมาถึงกระท่อมเล็กๆ ในสลัม ข้างในกระท่อมเขาพบเด็กชายดูอายุราวๆ 9-10 ปี กำลังป้อนน้ำให้หญิงชรา สภาพของพวกเขาดูสกปรก และร่างกายขาดสารอาหาร เด็กชายหันกลับมาเห็นหลี่หยาน ยืนอยู่ที่ประตูด้วยความหวาดระแวง เด็กชายถือดาบยาวพอๆ กับตัวของเขาขึ้นมาเพื่อขู่ หลี่หยาน
“ไม่ต้องกลัว คุณเอาดาบมาจากที่ไหนเด็กน้อย หากเธอต้องการอาหารฉันจะให้” หลี่หยานพูดด้วยความใจเย็น
“คุณพูดจริงหรือเปล่า? คุณจะให้อาหารฉันจริงๆ ใช่ไหม!” เด็กถามด้วยแววตาที่มีความหวัง คุณยายของเขาไม่ได้กินข้าวมา 3 วันแล้วเขาต้องการให้คุณยายได้กินอาหารบ้าง
“แน่นอนเด็กน้อย” หลี่หยานตอบ
“ฉันได้มันมาจากสุสานหลังภูเขาด้านนั้น” เด็กชายชี้ไปที่ภูเขาด้านหลังของหลี่หยาน
“เอาล่ะ หากฉันพบดาบฉันจะเอาอาหารมาให้เธอเด็กน้อย” สาเหตุที่หลี่หยานไม่เอาดาบจากเด็กชาย อย่างแรกเลยหากเขาทำการปล้นดาบ กรรมชั่วจะเริ่มผูกมัดเขา และ หากเขาปล้นดาบของเด็กชายไป หลี่หยานไม่แน่ใจว่าเด็กชายจะสามารถปกป้องคุณยายของเขาได้
หลี่หยานบินมาตามทางที่เด็กน้อยชี้ แล้ว เขาก็พบสุสานจริงๆ หลี่หยานมองไปรอบๆ ด้วยความสนใจ เขารู้สึกถึงบรรยากาศที่อธิบายได้ยาก แต่เขาเคยได้อ่านหนังสือมาบ้างเกี่ยวกับตระกูลผีโบราณต่างๆ
“ข้าน้อย หลี่หยานศิษย์แห่งสำนักเซียนกระบี่ ขอให้เหล่าผู้กล้าหาญทั้งหลายช่วยมอบสมบัติเพื่อปกป้องเมืองแห่งนี้ด้วยเถอะ!” หลี่หยานคำนับแบบฉบับของผู้ฝึกฝน แล้ว ปลดปล่อยพลังงานออกจากร่างกาย
เสียงบางอย่างดังขึ้นมาเป็นระยะ จากหลุมศพต่างๆ หลี่หยานสัมผัสได้ถึงความรู้สึกเย็นเฉียบ มีอาการหนาวแปลกๆ แต่เขา สามารถใช้พลังงานเพื่อป้องกันได้
หลี่หยานสังเกตเห็นร่องรอยของวิญญาณต่างๆ โผล่ออกมาจากหลุมศพ บ้างก็เป็นดวงไฟสีฟ้า บางดวงวิญญาณก็มีรูปร่างโปร่งใส แต่มีดวงวิญญาณดวงหนึ่งที่ทำให้หลี่หยานแปลกใจ เขาปรากฏกายด้วยลักษณะกายหยาบ เป็นชายชราหลังค่อม
ชายชราหลังค่อมเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของหลี่หยาน ชายชราไม่มีดวงตาแต่หลี่หยานรู้สึกเหมือนกำลังถูกชายชราจ้องมอง
“ข้าคือหวังหลง เป็นศิษย์หลักของสำนักอมตะรุ่นที่ 1 โปรดใช้สมบัติของพวกเราให้เกิดประโยชน์เถอะ!” ชายชราหลังค่อม ยื่นแหวนสีเงินให้หลี่หยาน
ดวงตาของหลี่หยานเต็มไปด้วยความตื่นเต้น เพราะเขารู้ว่ามันคือแหวนมิติ สามารถเก็บของต่างๆ เข้าไปในแหวนได้
หลังจากส่งแหวนให้หลี่หยาน ชายชราหลังค่อมก็ค่อยๆ หายไป ดวงไฟต่างๆ ก็หายไปเช่นกัน หลี่หยานหยดเลือดลงไปที่แหวน แหวนส่องแสงสว่างขึ้นหลี่หยานส่งจิตสำนึกลงไปในแหวน ของในแหวนก็มีมากมายเช่นกัน ดาบระดับต่ำ 20 เล่ม ดาบระดับกลาง 4 เล่ม ดาบระดับสูง 1 เล่ม ส่วนยาต่างๆ พวกมันหมดอายุไปนานแล้ว ของที่ใช้ได้คงจะมีแค่ดาบเท่านั้น แต่หลี่หยานก็ไม่ได้เสียใจมากนัก เพราะหลังจากที่เขาอยู่ในอาณาจักรแก่นทองคำ เขาสามารถควบคุมดาบได้ทั้งหมดดั่งใจนึก ทั้งนี้เขายังมีสภาวะของดาบระดับกลาง มันช่วยให้เขาควบคุมดาบด้วยพลังงานได้ง่ายมากขึ้น
………………………………………………………………………………………
ลงทุกวัน ใครชอบอย่าลืมกดไลค์ กดติดตาม คอมเมนท์เป็นกำลังใจให้ด้วยนะ ถ้ามีคอมเมนท์เยอะจะลงเพิ่มให้ นิยายเขียนไว้แล้ว หลายตอน