โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

Exxon Mobil ลงสนามวงการ EV เต็มสูบพร้อมเป็นผู้ผลิตแบตฯ รถยนต์ไฟฟ้ารายใหญ่ของโลกลดพึ่งพาธุรกิจปิโตรเลียมหวังแข่งกับ BP และ Shell

Reporter Journey

อัพเดต 05 ม.ค. 2567 เวลา 07.17 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. 2567 เวลา 07.14 น. • Reporter Journey

โลกของพลังงานไฟฟ้าโดยเฉพาะในประเภทของยานยนต์ กำลังมุ่งไปในทิศทางดังกล่าวเร็วกว่าที่หลายคนคาดคิด และบริษัทผู้ผลิตพลังงานจากฟอสซิลรายใหญ่ของโลกต่างกระโดดเข้าร่วมวงนี้อย่างรวดเร็ว ล่าสุด Exxon Mobil บริษัทยักษ์ใหญ่ด้านพลังงานและปิโตรเลียมของสหรัฐฯ ได้ประกาศแผนยุทธศาสตร์การลงทุนด้านพลังงานไฟฟ้าในเชิงรุกมากขึ้น โดยเฉพาะการค้นหาและผลิตแบตเตอรี่ลิเธียมโดยมีเป้าหมายที่จะเริ่มผลิตโลหะแบตเตอรี่รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในรัฐอาร์คันซอภายในปี 2026 และตั้งเป้าเป็นผู้ผลิตแบตเตอรี่รถ EV รายใหญ่ของโลกในปี 2027

การขยับตัวของ Exxon เกิดขึ้นเมื่อมีการพัฒนาเทคโนโลยีรูปแบบใหม่ที่มีจุดมุ่งหมายเพื่อเพิ่มการผลิตแบตเตอรี่สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ซึ่งรัฐอาร์คันซอนับว่ามีแหล่งลิเธียมที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ โดยเริ่มผลิตแร่ลิเธียมอย่างน้อย 10,000 เมตริกตันต่อปี ในพื้นที่ที่อุดมด้วยลิเธียมมากกว่า 6,100 เอเคอร์ ภายในปี 2026 จากพื้นที่ที่ได้มีการซื้อมาทั้งสิ้น 120,000 เอเคอร์ ที่เรียกว่า Smackover Formation ร่วมกับพันธมิตร Tetra Technologies ซึ่งเทียบเท่ากับปริมาณการผลิตแบตเตอรี่รถ EV ถึง 100,000 ก้อน

Dan Ammann ประธานหน่วยธุรกิจคาร์บอนต่ำของ Exxon กล่าวว่า บริษัทกําลังเบนเข็มธุรกิจเข้าสู่พลังงานแบตเตอรี่ เพราะมีความจําเป็นเร่งด่วนในการเพิ่มการผลิตวัสดุที่สําคัญเหล่านี้ในประเทศ

Exxon วางแผนที่จะจัดหาลิเธียมสําหรับรถยนต์ไฟฟ้ามากกว่า 1 ล้านคันต่อปี และกลายเป็นซัพพลายเออร์ชั้นนําของโลหะภายในปี 2030 นักวิเคราะห์จากบริษัทการเงิน TD Cowen ประเมินว่าเป้าหมายจะต้องใช้เงินลงทุนประมาณ 2,000 ล้านดอลลาร์เพื่อจัดหาลิเธียม 50,000 ตัน ซึ่งเป็นปริมาณที่สามารถสร้างรายได้ถึง 800 ล้านดอลลาร์

บริษัทน้ํามันที่ใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ให้ข้อมูลว่าจะใช้วิธีการขุดเจาะน้ํามันและก๊าซแบบดั้งเดิมเพื่อเข้าถึงชั้นน้ําเค็มที่อุดมด้วยลิเธียมจากอ่างเก็บน้ําใต้ดินประมาณ 10,000 ฟุต จากนั้นจะใช้เทคโนโลยีการสกัดลิเธียมโดยตรง (DLE) เพื่อแยกลิเธียมออกจากน้ําเค็ม

ไม่เพียงแค่ในรัฐอาร์คันซอ บริษัทในเครือที่ประเทศแคนาดาอย่าง Imperial Oil ยังได้ลงทุนในโครงการนําร่องการสกัดลิเธียมในรัฐอัลเบอร์ตาอีกด้วย

สำหรับคู่แข่งของบริษัทน้ํามันในยุโรปทั้ง BP และShell ได้รุกธุรกิจ EV เต็ทสูบเช่นกัน โดยได้ลงทุนในสถานีชาร์จ EV ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การเปลี่ยนผ่านพลังงาน ซึ่งการศึกษาของ Deloitte ที่เผยแพร่เมื่อต้นปีนี้แสดงให้เห็นว่านักลงทุนต้องการเห็นการใช้จ่ายมากขึ้นในเทคโนโลยีพลังงานไฟฟ้า

อันที่จริง Exxon ได้คิดค้นแบตเตอรี่ลิเธียมไอออนแบบชาร์จไฟได้มาตั้งแต่ปี 1970 แต่ก็มีการยุติการคิดค้นไปในตอนนั้น เพราะโลกยังอยู่ในยุคของการใช้พลังงานฟอสซิลที่มีราคาถูก

แต่ปัจจุบันโลกกำลังเปลี่ยนไปสู่เทคโนโลยี EV อย่างรวดเร็ว และความต้องการจัดหาลิเธียมสําหรับแบตเตอรี่ EV สำหรับอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สําหรับผู้บริโภคก็สูงขึ้น รวมทั้งพลังงานทดแทนอื่นๆ ที่สามารถเก็บกระแสไฟฟ้าที่ผลิตจากพลังงานแสงอาทิตย์ และพลังงานลม

ปัจจุบันมีปริมาณรถยนต์ราว 280 ล้านคันในสหรัฐอเมริกา และน้อยกว่า 3 ล้านคันเป็นรถยนต์ไฟฟ้า หรือประมาณ 1% ของทั้งหมด ซึ่งสิ่งที่ Exxon มองว่านี่คือโอกาสถึง 99% ที่ยังมีช่องว่างของตลาดมหาศาลซึ่งแสดงให้เห็นว่ามันเป็นโอกาสที่ใหญ่มาก

ปัจจุบันผู้นำตลาดแบตเตอรี่ลิเทียมคือ Contemporary Amperex Technology หรือ CATL จากประเทศจีน ซึ่งนำหน้ารายอื่น ๆ อย่าง LG Energy Solution และ BYD ถึงแม้ในสหรัฐอเมริกาจะมี Tesla ที่อยู่ในธุรกิจแบตเตอรี่ลิเทียมด้วยก็ตาม แต่ความต้องการในประเทศก็ยังคงไม่เพียงพอ จึงมีการนำเข้าจากจีน อาเจนตินาและชิลีประเทศอื่น ๆ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...