โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้นกู้ คืออะไร? รวมทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนลงทุนหุ้นกู้ ครบในที่เดียว!

Finnomena

อัพเดต 26 ก.ย 2568 เวลา 08.49 น. • เผยแพร่ 21 ส.ค. 2568 เวลา 03.00 น. • Definit

หากพูดถึงการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนในรูปของดอกเบี้ยแล้ว “ตราสารหนี้” หรือ “หุ้นกู้” ถือเป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่กำลังมองหาสินทรัพย์ลงทุนที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ยมากกว่าเงินฝากธนาคาร

บทความนี้ขอพาทุกคนไปรู้จักกับ “หุ้นกู้” ให้มากขึ้น ใครสนใจลงทุนในหุ้นกู้ ต้องอ่านบทความนี้ เพราะ Definit รวบรวมสิ่งที่ควรรู้ก่อนลงทุนในหุ้นกู้ไว้ให้แล้ว ครบจบในที่เดียว!

Reboot Bond Port บริการตรวจสุขภาพหุ้นกู้จาก Definit วิเคราะห์และคัดเลือกหุ้นกู้ที่มีศักยภาพ พร้อมออกแบบกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นกู้ที่เหมาะสมกับคุณผ่านโมเดล 5F2M สนใจรับบริการ คลิก 👉 https://finno.me/reboot-bond-port-ws

หุ้นกู้ คืออะไร?

หุ้นกู้ คืออะไร? รวมทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนลงทุนหุ้นกู้ ครบในที่เดียว!

หุ้นกู้ (Corporate Bond) คือ ตราสารหนี้ที่ออกโดยบริษัทเอกชน มีวัตถุประสงค์เพื่อระดมทุนสำหรับใช้ในกิจการต่าง ๆ ของบริษัท เช่น การขายกิจการ ซื้ออุปกรณ์ การก่อสร้างโรงงาน เป็นต้น หุ้นกู้สามารถแบ่งออกเป็นหน่วย โดยแต่ละหน่วยจะมีมูลค่าเท่ากัน การออกหุ้นกู้ในประเทศไทยมักกำหนดมูลค่าหน่วยละ 1,000 บาท

เมื่อซื้อหุ้นกู้แล้ว ผู้ซื้อจะมีสถานะเป็น“เจ้าหนี้” และบริษัทที่ออกหุ้นกู้จะมีสถานะเป็น “ลูกหนี้” ผู้ออกหุ้นกู้จะให้คำสัญญาว่าจะจ่ายดอกเบี้ยตามที่ตกลงไว้ตลอดช่วงอายุของหุ้นกู้ และจะจ่ายคืนเงินต้น ณ วันครบกำหนดอายุของหุ้นกู้

ผลตอบแทนของหุ้นกู้จะอยู่ในรูปของ “ดอกเบี้ย” ส่วนใหญ่จะจ่ายปีละ 2 ครั้ง หรือทุก ๆ 6 เดือน แต่หุ้นกู้บางรุ่น อาจจะจ่ายปีละ 4 ครั้ง หรือทุก ๆ 3 เดือน ทั้งนี้ดอกเบี้ยที่ได้รับจากการลงทุนในหุ้นกู้ ต้องเสียภาษี ณ ที่จ่าย เช่นเดียวกับดอกเบี้ยชนิดอื่น ๆ ที่ 15%

หุ้นกู้ตลาดแรก vs ตลาดรอง ต่างกันอย่างไร?

หุ้นกู้ คืออะไร? รวมทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนลงทุนหุ้นกู้ ครบในที่เดียว!

หุ้นกู้ตลาดแรก (Primary Market)

หุ้นกู้ตลาดแรก (Primary Market) คือ หุ้นกู้ออกใหม่ที่มีการเสนอขายให้กับนักลงทุนเป็นครั้งแรก โดยผู้ออกจะเสนอขายตามกลุ่มนักลงทุน 2 ประเภทหลัก คือ นักลงทุนทั่วไป (Public Offering: PO) และผู้ลงทุนในวงจำกัด (Private Placement: PP)

นักลงทุนที่สนใจสามารถซื้อหุ้นกู้ตลาดแรกได้ผ่านบริษัทหลักทรัพย์และธนาคารพาณิชย์ที่เป็นตัวแทนจำหน่ายหุ้นกู้นั้น ๆ โดยจะเสนอขายตามราคาหน้าตั๋ว (Par Value) และมีกำหนดระยะเวลาซื้อขายหุ้นกู้ที่แน่นอน

หุ้นกู้ตลาดรอง (Secondary Market)

หุ้นกู้ตลาดรอง (Secondary Market) คือ การซื้อขายหุ้นกู้ก่อนครบกำหนดอายุที่ซื้อขายเปลี่ยนมือระหว่างนักลงทุนด้วยกันเองผ่านตัวกลางซึ่งคือบริษัทหลักทรัพย์และธนาคารพาณิชย์ โดยราคาที่เสนอซื้อขายอาจมากกว่าหรือน้อยกว่าราคาหน้าตั๋วก็ได้ ขึ้นอยู่กับการตกลงระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ทั้งนี้นักลงทุนสามารถพิจารณาซื้อขายหุ้นกู้ในตลาดรองได้ทุกวัน โดยไม่จำเป็นต้องรอช่วงเสนอขายเหมือนกับหุ้นกู้ตลาดแรก

ประเภทของหุ้นกู้ แบ่งตามวิธีการจ่ายอัตราดอกเบี้ย

หุ้นกู้ คืออะไร? รวมทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนลงทุนหุ้นกู้ ครบในที่เดียว!
  • หุ้นกู้ชนิดจ่ายดอกเบี้ยคงที่ (Fixed Rate Bond)

โดยส่วนใหญ่หุ้นกู้ในประเทศไทยจะมีการกำหนดจ่ายดอกเบี้ยแบบคงที่ (Fixed Rate) ซึ่งจะจ่ายดอกเบี้ยเป็นงวด เช่น ทุก ๆ 3 เดือน หรือ 6 เดือน เป็นต้น และเมื่อครบกำหนดอายุของหุ้นกู้จะชำระเงินต้นคืนทั้งจำนวน

  • หุ้นกู้ชนิดดอกเบี้ยลอยตัว (Floating Rate Bond)

สำหรับหุ้นกู้ชนิดนี้ อัตราดอกเบี้ยจะเปลี่ยนแปลงไปตามดัชนีหรืออัตราดอกเบี้ยที่ใช้อ้างอิง ในประเทศไทยมักอ้างอิงกับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ หรืออัตราดอกเบี้ยเงินกู้ชั้นดีของธนาคาร ทั้ง MRR (Minimum Retail Rate) และ MLR (Minimum Loan Rate)

  • หุ้นกู้ชนิดไม่จ่ายดอกเบี้ย (Zero-coupon Bond)

หุ้นกู้ชนิดนี้จะไม่มีการจ่ายดอกเบี้ยในแต่ละงวด เมื่อถึงวันครบกำหนดอายุของหุ้นกู้ จะจ่ายคืนเฉพาะเงินต้นตามราคาหน้าตั๋ว ทั้งนี้ราคาที่ขายให้กับนักลงทุนในครั้งแรก ราคาจะต่ำกว่าที่ระบุไว้ เช่น ขายหุ้นกู้ครั้งแรกในราคา 1,000 บาท ราคาหน้าตั๋ว 1,200 บาท ผู้ถือหุ้นกู้จะได้รับผลตอบแทนจากส่วนลด 200 บาท

หุ้นกู้ คืออะไร? รวมทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนลงทุนหุ้นกู้ ครบในที่เดียว!

แบ่งตามการมีประกัน

  • หุ้นกู้มีประกัน (Secured Bond)

หุ้นกู้ประเภทนี้จะมีสินทรัพย์ต่าง ๆ มาเป็นหลักประกันให้ผู้ถือหุ้นกู้ เช่น ที่ดิน อสังหาริมทรัพย์ และหลักทรัพย์ ทั้งนี้มูลค่าของสินทรัพย์ที่ค้ำประกันมักมีมูลค่ามากกว่าหรือเท่ากับหุ้นกู้ที่เสนอขาย โดยหุ้นกู้ประเภทนี้จะมีผู้แทนผู้ถือหุ้นกู้เป็นตัวแทนในการตรวจสอบมูลค่าหลักประกันในแต่ละช่วงเวลา รวมถึงดำเนินการฟ้องร้องในกรณีที่ผู้ออกหุ้นกู้ไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไข

  • หุ้นกู้ไม่มีประกัน (Unsecured Bond)

หุ้นกู้ประเภทนี้ไม่มีสินทรัพย์ใด ๆ เป็นหลักประกันในการออกหุ้นกู้ โดยส่วนใหญ่หุ้นกู้เอกชนที่เสนอขายในตลาดเป็นหุ้นกู้ที่ไม่มีหลักประกัน ผู้ออกหุ้นกู้จะใช้ความน่าเชื่อถือของบริษัทและความสามารถในการจัดสรรกระแสเงินสดเพื่อจ่ายคืนเงินต้นและดอกเบี้ยตามเงื่อนไข

แบ่งตามสิทธิการเรียกร้อง

  • หุ้นกู้ด้อยสิทธิ (Subordinated Bond)

ในกรณีที่ธุรกิจที่ซื้อหุ้นกู้เลิกกิจการหรือล้มละลาย ผู้ถือหุ้นกู้ประเภทนี้จะได้รับสิทธิในการชำระคืนเงินต้นหลังจากผู้ถือหุ้นกู้มีประกันและเจ้าหนี้สามัญอื่น ทั้งนี้หุ้นกู้ด้อยสิทธิจะให้ผลตอบแทนที่สูงกว่าหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิและหุ้นกู้มีประกันเพื่อเป็นการชดเชยสิทธิให้กับผู้ถือหุ้นกู้ประเภทนี้

  • หุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ (Senior Bond)

ผู้ถือหุ้นกู้ประเภทนี้มีสิทธิเรียกร้องสินทรัพย์จากผู้ออกหุ้นกู้หากธุรกิจเลิกกิจการหรือล้มละลาย โดยมีสิทธิเท่ากับเจ้าหนี้สามัญอื่น ๆ รวมถึงมีสิทธิสูงกว่าผู้ถือหุ้นกู้ด้อยสิทธิ ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ และผู้ถือหุ้นสามัญ

อันดับความน่าเชื่อถือหุ้นกู้ (Credit Rating)

อันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) คือการประเมินความน่าเชื่อถือของผู้ออกหุ้นกู้ โดยสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating Agencies) ที่ได้รับการรับรองจากสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (กลต.)

อันดับความน่าเชื่อถือบ่งบอกได้ว่าผู้ออกหุ้นกู้มีความสามารถในการชำระหนี้มากน้อยเพียงใด ยิ่งหุ้นกู้มีอันดับเครดิตสูง ความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ก็ยิ่งต่ำ ทั้งนี้เพื่อให้นักลงทุนมีข้อมูลประกอบการพิจารณาก่อนตัดสินใจลงทุนหุ้นกู้นั้น ๆ โดยอันดับความน่าเชื่อถือแบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

หุ้นกู้ คืออะไร? รวมทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนลงทุนหุ้นกู้ ครบในที่เดียว!

1. Investment Grade

เป็นหุ้นกู้กลุ่มที่มีความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับน่าลงทุน โดยมีอันดับเครดิตตั้งแต่ AAA คืออันดับความน่าเชื่อถือสูงสุด AA+ AA AA- A+ A A- BBB+ BBB ไปจนถึง BBB- เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้ต่ำถึงปานกลาง

2. Non-Investment Grade หรือ Speculative Grade

เป็นหุ้นกู้กลุ่มที่ลงทุนเพื่อเก็งกำไร มีความเสี่ยงในการผิดนัดชำระหนี้สูงกว่ากลุ่ม Investment Grade แต่ก็จ่ายดอกเบี้ยสูงกว่าเช่นกัน โดยมีอันดับเครดิตตั้งแต่ BB+ ลงมา เรียงจาก BB+ BB BB- B+ B B- CCC+ CCC CC C โดย C มีความเสี่ยงที่สูงที่จะไม่สามารถชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไข และต่ำสุดคือ D เป็นหุ้นกู้ที่อยู่ในสถานะผิดนัดชำระหนี้ ไม่สามารถจ่ายคืนเงินต้นและดอกเบี้ยได้ตามเงื่อนไข

3. Unrated Bond

เป็นหุ้นกู้กลุ่มที่ไม่มีการจัดอันดับเครดิต เนื่องจากเป็นหุ้นกู้ที่ไม่ได้ส่งไปจัดอันดับ หรือเป็นหุ้นกู้ที่ขอให้จัดอันดับแล้วแต่ไม่ได้รับการพิจารณา หุ้นกู้กลุ่มนี้มักจ่ายดอกเบี้ยให้สูงกว่ากลุ่มอื่น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงที่สูงมากเช่นกัน

ความเสี่ยงที่ต้องรู้ก่อนลงทุนหุ้นกู้

หุ้นกู้ คืออะไร? รวมทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนลงทุนหุ้นกู้ ครบในที่เดียว!

ความเสี่ยงด้านอัตราดอกเบี้ย (Interest Rate Risk)

อัตราดอกเบี้ยมีความสัมพันธ์กับราคาหุ้นกู้ในทิศทางตรงข้ามกัน กล่าวคือเมื่ออัตราดอกเบี้ยปรับตัวเพิ่มขึ้นราคาหุ้นกู้จะลดลง และหากอัตราดอกเบี้ยปรับตัวลดลงราคาหุ้นกู้จะเพิ่มขึ้น

นอกจากนี้อัตราดอกเบี้ยของหุ้นกู้ยังมีความสัมพันธ์กับอัตราดอกเบี้ยในตลาด ช่วงที่อัตราดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้น หุ้นกู้ที่ออกใหม่ก็ต้องกำหนดอัตราดอกเบี้ยสูงขึ้นตาม กล่าวคือหุ้นกู้ที่ออกมาในช่วงที่ดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นมักให้ผลตอบแทนดีกว่าหุ้นกู้ที่ออกมาช่วงที่ดอกเบี้ยในตลาดปรับตัวลดลง

ความเสี่ยงด้านราคา (Price Risk)

ปัจจัยเรื่องอายุคงเหลือของหุ้นกู้มีผลต่อความผันผวนของราคาหุ้นกู้ โดยหุ้นกู้ที่มีอายุคงเหลือยาวจะมีโอกาสเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงของราคามากกว่าหุ้นกู้ที่มีอายุคงเหลือน้อยกว่า เพราะในระหว่างการถือหุ้นกู้จะมีปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาหุ้นกู้ เช่น สภาวะเศรษฐกิจโดยรวม อัตราเงินเฟ้อ นโยบายของธนาคารแห่งประเทศไทย เป็นต้น ทั้งนี้หากถือครบกำหนดอายุของหุ้นกู้ ก็จะได้รับเงินต้นคืนครบตามราคาที่ระบุไว้หน้าตั๋ว จึงไม่ต้องกังวลความเสี่ยงในด้านนี้

ความเสี่ยงด้านเครดิต (Credit Risk)

การลงทุนในหุ้นกู้มีความเสี่ยงที่บริษัทที่ซื้อหุ้นกู้จะไม่สามารถชำระหนี้คืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยคืนได้ อาจทำให้ต้องสูญเสียเงินต้นและผลตอบแทนที่ควรได้รับไปทั้งหมด ดังนั้นนักลงทุนควรพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้คืนทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยของบริษัทที่จะเข้าไปซื้อหุ้นกู้ก่อนทุกครั้ง โดยพิจารณาได้จากอันดับความน่าเชื่อถือ (Credit Rating) ตามที่กล่าวไปข้างต้น

ความเสี่ยงด้านสภาพคล่อง (Liquidity Risk)

แม้ว่าตลาดรองจะสามารถซื้อขายเปลี่ยนมือหุ้นกู้ได้ก่อนครบกำหนดอายุ แต่ในบางครั้งผู้ถือหุ้นกู้อาจไม่สามารถขายหุ้นกู้ได้ในราคาที่ต้องการ เนื่องจากหุ้นกู้ที่ถืออยู่อาจมีสภาพคล่องไม่มาก

ข้อดีของการลงทุนในหุ้นกู้

หุ้นกู้ คืออะไร? รวมทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนลงทุนหุ้นกู้ ครบในที่เดียว!

ผลตอบแทนสูงกว่าเงินฝากและพันธบัตรรัฐบาล

อัตราดอกเบี้ยของหุ้นกู้ส่วนใหญ่มักสูงกว่าเงินฝากธนาคารและพันธบัตรรัฐบาล เนื่องจากหุ้นกู้มีความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้สูงกว่าพันธบัตรรัฐบาล อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นส่วนนี้จึงถือเป็นการชดเชยความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของหุ้นกู้

เป็นแหล่งสร้างรายได้ประจำ

อย่างที่กล่าวไปข้างต้นว่าผลตอบแทนของหุ้นกู้คือดอกเบี้ย ซึ่งหุ้นกู้ในตลาดส่วนใหญ่มีการจ่ายดอกเบี้ยเป็นงวดตามเงื่อนไข และเมื่อครบกำหนดอายุหุ้นกู้จะได้รับทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยคืน หุ้นกู้จึงเหมาะกับนักลงทุนที่ต้องการ Passive Income สม่ำเสมอ

มีความปลอดภัยของเงินลงทุน

หากลงทุนหุ้นกู้ที่มีการจัดอันดับความน่าเชื่อถืออยู่ในระดับลงทุนได้ ก็ถือว่ามีความปลอดภัยของเงินลงทุนสูง มีความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับชำระเงินต้นคืนต่ำ ดังนั้นนักลงทุนจึงควรพิจารณาอันดับความน่าเชื่อถือของหุ้นกู้ก่อนลงทุนทุกครั้ง

ใช้เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงการลงทุน

หลาย ๆ คนคงเคยได้ยินประโยคที่ว่า “อย่าเก็บไข่ไว้ในตะกร้าใบเดียว” ในแง่ของการลงทุนหมายถึงอย่าลงทุนในสินทรัพย์ประเภทเดียวกันทั้งหมด ดังนั้นนักลงทุนจึงสามารถใช้หุ้นกู้เป็นเครื่องมือกระจายความเสี่ยงพอร์ตการลงทุนได้

ซื้อขายเปลี่ยนมือได้ง่าย

หากลงทุนหุ้นกู้ในตลาดรอง สามารถซื้อขายเปลี่ยนมือหุ้นกู้กันได้เลยโดยไม่ต้องรอให้ถือวันครบกำหนดอายุ ทั้งนี้สภาพคล่องอาจจะแตกต่างกันไปตามเงื่อนไขของหุ้นกู้แต่ละตัวด้วย

หุ้นกู้ คืออะไร? รวมทุกเรื่องที่ควรรู้ก่อนลงทุนหุ้นกู้ ครบในที่เดียว!

การลงทุนในหุ้นกู้เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการผลตอบแทนสม่ำเสมอ แต่การลงทุนในหุ้นกู้ให้ประสบความสำเร็จต้องอาศัยความรู้ ความเข้าใจ และการวิเคราะห์อย่างรอบคอบ ทั้งความน่าเชื่อถือของผู้ออก อัตราดอกเบี้ย ความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ และสภาวะตลาด

หากคุณกำลังมองหาตัวช่วยมืออาชีพในการดูแลพอร์ตหุ้นกู้ของคุณ “Reboot Bond Port” คือคำตอบ!

Reboot Bond Port เป็นบริการตรวจสุขภาพหุ้นกู้จาก Definit วิเคราะห์และคัดเลือกหุ้นกู้ที่มีประสิทธิภาพ มีทีมวิเคราะห์การลงทุน และระบบการตรวจสอบความเสี่ยงผิดนัดชำระหนี้ พร้อมออกแบบกลยุทธ์การลงทุนในหุ้นกู้ที่เหมาะสมกับคุณผ่านโมเดล 5F2M สนใจรับบริการ คลิก 👉 https://finno.me/reboot-bond-port-ws

อ้างอิง

คำเตือน: การให้บริการ Reboot Bond Port คือการตรวจสอบสุขภาพของพอร์ตหุ้นไทยและให้คำแนะนำแก่ผู้ใช้บริการ โดยการนำเสนอข้อมูลและคำแนะนำดังกล่าวจะไม่สร้างสิทธิ, ความรับผิดชอบ, หรือภาระผูกพันทางกฎหมายในทุกกรณี บริษัทขอสงวนสิทธิ์ในการไม่รับประกันผลลัพธ์ใด ๆ ที่เกิดจากการใช้ข้อมูลและคำแนะนำ และจะไม่รับผิดชอบต่อความสูญเสียหรือความเสียหายใด ๆ ที่อาจเกิดขึ้นจากการนำข้อมูลหรือคำแนะนำไปใช้ในทุกกรณี | สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมหรือขอรับหนังสือชี้ชวนได้ที่บริษัทหลักทรัพย์ที่ปรึกษาการลงทุน เดฟินิท จำกัด ในช่วงเวลาวันทำการตั้งแต่ 09:00 – 17:00 น. ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-109-9933

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...