โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

แฝดคนละฝา Default กับ NPL

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 19 ม.ค. 2567 เวลา 04.29 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. 2567 เวลา 01.20 น.

บทความโดย "สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย"

วันที่ 19 มกราคม 2567 ต้องยอมรับว่าข่าวการผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ของบริษัทต่าง ๆ ที่มีมาเป็นระยะ ย่อมทำให้นักลงทุนเกิดความไม่มั่นใจในการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ไทย

โดยจะว่าไปการผิดนัดชำระหนี้หุ้นกู้ (Default) ก็ไม่ต่างอะไรกับสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) จากการปล่อยสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ นั่นคือ ลูกหนี้ไม่สามารถคืนเงินได้เมื่อถึงกำหนดเวลาชำระหนี้

จะต่างกันตรงที่เจ้าหนี้ สำหรับตราสารหนี้ เจ้าหนี้จะเป็นนักลงทุนกลุ่มต่าง ๆ ทั้งนักลงทุนสถาบัน นักลงทุนรายใหญ่ (HNW) และนักลงทุนบุคคลธรรมดาทั่วไป ดังนั้นการผิดนัดชำระตราสารหนี้จะทำให้นักลงทุนได้รับผลกระทบโดยตรงในทันที

แต่เจ้าหนี้ NPL จะเป็นธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่ง ซึ่งก็จะมีนักลงทุนกลุ่มต่าง ๆ ร่วมมีส่วนได้เสียกับธนาคารพาณิชย์

ได้แก่ นักลงทุนที่เป็นผู้ถือหุ้น และประชาชนผู้ฝากเงิน หนี้ NPL ย่อมมีผลกระทบต่อผู้มีส่วนได้เสียของธนาคารพาณิชย์ เพียงแต่ไม่ส่งผลกระทบในทันที และผลกระทบอาจไม่เห็นชัดเจน หากธนาคารพาณิชย์สามารถบริหารจัดการ NPL ได้ไม่ถึงกับทำให้ธนาคารต้องปิดกิจการ

สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้นี้ย่อมทำให้ผลตอบแทนในรูปแบบต่าง ๆ ที่ผู้มีส่วนได้เสียจะได้รับย่อมลดน้อยลงกว่าการที่ไม่มี NPL เช่น ผู้ถือหุ้นย่อมได้เงินปันผลน้อยลง และราคาหุ้นอาจไม่ปรับตัวสูงขึ้นนัก ประชาชนผู้ฝากเงินย่อมถูกกดดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งเป็นผลกระทบที่เกิดขึ้นในทางอ้อมไม่เห็นอย่างชัดเจน

นักลงทุนและประชาชนจึงไม่ตื่นตระหนกกับ NPL เหมือนกับการผิดนัดชำระตราสารหนี้

Default หรือ NPL ถือได้ว่าเป็นส่วนหนึ่งของการลงทุนที่มีความเสี่ยง เพียงแต่ตราสารหนี้ไทยเพิ่งเกิดขึ้นมาได้ไม่นานนัก ถือได้ว่าเป็นน้องเล็กสุดในบรรดาช่องทางการระดมทุนทั้ง 3 วิธี คือ 1.สินเชื่อธนาคารพาณิชย์ 2.การระดมทุนผ่านตลาดหุ้น และ 3.การระดมทุนผ่านตราสารหนี้

ซึ่งที่ผ่านมามีการผิดนัดชำระหนี้น้อยมากจนอาจทำให้นักลงทุนเข้าใจผิดได้ว่า การลงทุนในตราสารหนี้ไม่มีความเสี่ยง นักลงทุนจะได้รับเงินต้นและดอกเบี้ยคืนเสมอ นักลงทุนจึงไม่ระมัดระวังเท่าใดนัก ดูแต่เพียงอัตราดอกเบี้ยหน้าตั๋วเท่านั้นในการลงทุนตราสารหนี้

การผิดนัดชำระหนี้ที่เกิดขึ้นในช่วงนี้แม้ว่าจะทำให้บรรยากาศการระดมทุนในตลาดตราสารหนี้ชะงักไปบ้าง นักลงทุนจำนวนไม่น้อยได้รับความเดือดร้อน สามารถใช้เป็นโอกาสในการศึกษา ทำความเข้าใจการลงทุนในตราสารหนี้ หลายอย่างที่นักลงทุนได้เรียนรู้จากเหตุการณ์ Default ในช่วงนี้พอจะสรุปได้ดังนี้

1.การผิดนัดชำระเป็นเรื่องปกติของการลงทุนที่มีความเสี่ยงซึ่งรวมถึงการลงทุนในตราสารหนี้ 2.การลงทุนในตราสารหนี้ควรพิจารณาปัจจัยพื้นฐาน 3 ประการ คือ

  • อายุคงเหลือของหุ้นกู้ (TTM : Time-to-Maturity)
  • อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่อายุคงเหลือเท่ากัน (Government bond yieldat given TTM)
  • ส่วนชดเชยความเสี่ยง หรือ ส่วนต่างอัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้จากพันธบัตรรัฐบาล (Credit spreadover government bond) ที่ขึ้นอยู่กับอันดับความน่าเชื่อถือของผู้ออกหรือหุ้นกู้ นักลงทุนสามารถติดตามอ่านได้จากบทความ “จะซื้อหุ้นกู้ต้องดู Credit Spread” ที่สมาคมตลาดตราสารหนี้จัดทำไว้

นอกเหนือจาก 3 ปัจจัยหลักนี้แล้ว จากเหตุการณ์ Default ที่เกิดขึ้นในรอบนี้พบว่า สาเหตุการผิดนัดชำระจะเป็นเหตุผลเฉพาะตัวของแต่ละบริษัท ที่ส่วนใหญ่เกี่ยวกับการบริหาร ดังนั้นนักลงทุนอาจพิจารณาถึงประวัติการบริหารงาน หรือพฤติกรรมการบริหารที่ผ่านมาของผู้บริหารระดับสูงของแต่ละบริษัทเพิ่มเติมด้วย ที่อาจจะสะท้อนให้เห็นถึงจรรยาบรรณได้ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ไม่สามารถสะท้อนได้จากอันดับเครดิต

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แฝดคนละฝา Default กับ NPL

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...