โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

สกุลเงินดิจิทัล : ที่มาและที่ไป

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 12 มิ.ย. 2565 เวลา 12.13 น. • เผยแพร่ 12 มิ.ย. 2565 เวลา 12.13 น.

คอลัมน์ : ร่วมด้วยช่วยคิด ผู้เขียน : ดร.มณฑลี กปิลกาญจน์ ธนาคารแห่งประเทศไทย

การประชุมดาวอส หรือ World Economic Forum (WEF) ที่จัดขึ้นที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา เป็นเวทีที่รวมเหล่าบุคคลสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นผู้นำทางการเมือง ธุรกิจ สังคม ทั้งภาครัฐและเอกชน เข้าร่วมหารือในหลากหลายประเด็นที่เป็นวาระสำคัญระดับโลก

ทั้งด้านเศรษฐกิจ เทคโนโลยี รวมไปถึงการเมืองและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ เพื่อนำไปสู่แนวทางร่วมกันในอนาคต ซึ่งเรื่อง “สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง หรือ Central Bank Digital Currency (CBDC)” เป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกมาหารือในปีนี้ โดยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทยได้ร่วมขึ้นเวทีไปหารือในประเด็นดังกล่าว จึงอยากเชิญชวนทุกท่านมาทำความรู้จักสกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางไปพร้อม ๆ กัน

ในอดีตการทำธุรกรรมทางการเงินส่วนใหญ่เป็นการใช้เงินที่จับต้องได้ (physical money) เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยน แบบที่เราใช้เหรียญหรือธนบัตรไปซื้อสินค้าและบริการต่าง ๆ การแลกเปลี่ยนในรูปแบบนี้เป็นที่ยอมรับโดยทั่วกัน แต่ยังมีข้อเสียหากต้องแลกเปลี่ยนสินค้าที่มีมูลค่าสูง ต้องใช้เงินสดจำนวนมาก อาจก่อให้เกิดความไม่สะดวกในการซื้อขาย และยังมีต้นทุนการชำระเงินที่เพิ่มขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

เหตุนี้จึงมีการขยับจากสังคมเงินสดสู่สังคมไร้เงินสด ด้วยการพัฒนารูปแบบการชำระเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ digital payment เช่น การโอนเงินหรือชำระเงินผ่าน internet/mobile banking การใช้บัตรเครดิต/เดบิต และการใช้ e-Wallet เป็นต้น digital payment ให้ความสะดวกรวดเร็วในการจ่ายและรับเงิน ทำได้ง่าย ทุกที่ ทุกเวลา สามารถลดต้นทุนในการชำระเงิน และมีความปลอดภัย อย่างไรก็ดี ยังต้องอาศัยสถาบันการเงินหรือผู้ให้บริการเป็นตัวกลางในการควบคุมดูแลการทำธุรกรรมทางการเงินเหล่านี้

เนื่องจาก digital payment ยังต้องอาศัยตัวกลางอย่างสถาบันการเงินหรือผู้ให้บริการทางการเงิน หากเกิดปัญหากับระบบของตัวกลาง ธุรกรรมทางการเงินต้องหยุดชะงักลง อาจส่งผลเป็นวงกว้างต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ รวมถึงหากไม่ต้องมีตัวกลางแล้วนั้น ต้นทุนในการชำระเงินย่อมสามารถลดลงไปได้อีกด้วย

ด้วยข้อจำกัดที่ยังคงมีอยู่ทำให้เกิดการพัฒนา “สกุลเงินดิจิทัล” หรือ digital currency เป็นการทำธุรกรรมผ่านระบบโดยไม่ต้องอาศัยตัวกลางทางการเงิน ซึ่งมีข้อดีที่เป็นจุดเด่นเพิ่มเติมคือ ความสามารถในการเขียนเงื่อนไขลงบนเงิน (programmable money) เช่น การกำหนดเงื่อนไขผู้รับเงิน โดยสามารถใส่เงื่อนไขสัญญาใน smart contract ที่ถูกเขียนและเก็บไว้ในระบบ และจะดำเนินการได้เองอัตโนมัติ จึงลดกระบวนการที่ซับซ้อนของการทำธุรกรรม

พร้อมทั้งก่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้อีกด้วย ความสามารถดังกล่าวเอื้อให้เกิดการต่อยอดของเทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเงินใหม่ ๆ ที่จะตอบรับกับบริบทของโลกในอนาคตได้ด้วย

สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง CBDC แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ (1) wholesale CBDC สำหรับการทำธุรกรรมระหว่างสถาบันการเงินด้วยกัน โดยใช้เทคโนโลยีจัดเก็บข้อมูลแบบกระจายศูนย์ (distributed ledger technology) เอื้อให้สมาชิกในเครือข่ายสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูล และทำธุรกรรมระหว่างกันได้โดยตรง

และ (2) retail CBDC สำหรับการทำธุรกรรมรายย่อยของภาคธุรกิจและประชาชน ซึ่งจะทำให้ประชาชนสามารถเข้าถึงเงินในรูปแบบดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางได้ กำลังได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น ตามกระแสความนิยมของเงินดิจิทัลในปัจจุบัน เงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลางทั้งสองรูปได้รับความสนใจจากธนาคารกลางของประเทศต่าง ๆ นอกจากนี้ยังเล็งเห็นถึงโอกาสการสร้างช่องทางการทำธุรกรรมข้ามพรมแดน

อย่างไรก็ดี ประเทศส่วนใหญ่ยังอยู่ในขั้นตอนศึกษา ทดสอบ และพิจารณาแนวทางที่เหมาะสมในการนำ CBDC ไปใช้ ซึ่งประเทศไทย ธนาคารแห่งประเทศไทยก็มีแผนที่จะนำร่องทดลองการใช้ retail CBDC สำหรับประชาชนในวงจำกัด ในช่วงไตรมาส 4 ของปีนี้

หากตัดคำว่าดิจิทัลออกแล้ว คำว่าสกุลเงินดิจิทัลจะเหลือเพียงคำว่าสกุลเงินนั่นเอง เราใช้เงินสดบนฐานความเชื่อว่าธนบัตรหรือเหรียญสามารถเป็นสื่อกลางในการชำระหนี้ได้ตามกฎหมายและรักษามูลค่าไม่ให้ผันผวนจนทำให้การซื้อขายสินค้าและบริการได้รับผลกระทบฉันใด เราก็คงจะอุ่นใจกับสกุลเงินดิจิทัลที่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการอย่างเป็นสากลฉันนั้น

สกุลเงินดิจิทัลที่ออกโดยธนาคารกลาง ซึ่งกำลังอยู่บนหนทางการพัฒนาให้ถูกใช้อย่างแพร่หลายในวงกว้างจึงเป็นเส้นทางสายหลักที่เปิดกว้างให้มีการต่อยอดด้านนวัตกรรมดิจิทัลควบคู่ไปกับการดูแลความเสี่ยงอย่างรอบด้าน ขณะที่สินทรัพย์ดิจิทัลที่ออกโดยเอกชนซึ่งไม่มีสินทรัพย์หนุนหลัง (blank coin) อาจทำให้ผู้ถือครองต้องหวาดหวั่นกับมูลค่าที่ผันผวนขึ้นสูงและลงต่ำได้มากเกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา

บทความนี้เป็นข้อคิดเห็นส่วนบุคคล ซึ่งไม่จำเป็นต้องสอดคล้องกับข้อคิดเห็นของหน่วยงานที่สังกัด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...