โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จอมพล ป. กับนโยบายฟื้นฟูบทบาทสถาบันพระมหากษัตริย์ ในช่วงทศวรรษ 2490

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 27 มิ.ย. 2565 เวลา 04.06 น. • เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2565 เวลา 04.56 น.
พระภิกษุพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เสด็จฯ ไปทรงรับบิณฑบาตที่ทำเนียบรัฐบาล จอมพล ป. พิบูลสงคราม เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายอาหารบิณฑบาต เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2499 (ภาพจาก หนังสือ ทรงพระผนวช จัดพิมพ์โดยโครงการสืบสานมรดกวัฒนธรรมไทย พ.ศ. 2542) (ภาพจาก ศิลปวัฒนธรรม ฉบับธันวาคม 2561)

เพียงแค่ 4 ปีแรกของการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จอมพล ป. ต้องเผชิญหน้ากับการก่อกบฏขนาดใหญ่ถึง 3 ครั้ง ทั้งจากทหารในกองทัพบก กองทัพเรือ และเสรีไทย ซึ่งในจำนวนนี้มีอดีตสมาชิกคณะราษฎรอยู่จำนวนหนึ่ง นอกจากนี้ จอมพล ป. ยังต้องเผชิญหน้ากับท้าทายอำนาจจากภายในรัฐบาลเอง เนื่องจากการรัฐประหารใน พ.ศ. 2490 นั้น จอมพล ป. ไม่ได้มีส่วนร่วมในการรัฐประหารแต่อย่างใด

ประกอบกับหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 ยุติลง จอมพล ป. ต้องวางมือทางการเมืองไป ทำให้เมื่อจอมพล ป. กลับมาเป็นนายกรัฐมนตรีในสมัยที่ 2 อำนาจในการควบคุมกองทัพจึงตกอยู่ในมือของบรรดาทหารบกที่ร่วมกับ จอมพลผิน ชุณหะวัณ ก่อการปฏิวัติ โดยเฉพาะ จอมพลสฤษดิ์ ธนะรัชต์ ที่หลังการรัฐประหารก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่งอย่างรวดเร็วจนในที่สุดก็ได้เป็นผู้บัญชาการกองพลที่ 1 ซึ่งเคยมีบทบาทสำคัญในการปราบปรามกบฏบวรเดช

เมื่อ จอมพล ป. เริ่มตระหนักว่าอำนาจในกองทัพนั้นตกอยู่ในการควบคุมของสฤษดิ์ จอมพล ป. จึงได้เลื่อนตำแหน่ง พล.ต.อ. เผ่า ซึ่งโอนย้ายมารับราชการตำรวจใน พ.ศ. 2490 ให้เป็นอธิบดีกรมตำรวจใน พ.ศ. 2494 เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายคานอำนาจซึ่งกันและกัน แต่ดูเหมือนว่าแผนการดังกล่าวของ จอมพล ป. จะไม่ได้ผลสักเท่าใดนัก เมื่อ พล.ต.อ. เผ่า ก็แสดงออกอย่างชัดเจนว่าต้องการขึ้นมาเป็นผู้นำแทน จอมพล ป. ด้วยเหตุนี้ จอมพล ป. จึงต้องพยายามแสวงหาพันธมิตรใหม่เพื่อสนับสนุนอำนาจของตน ซึ่งในที่สุดแล้ว จอมพล ป. ได้เลือกที่จะประนีประนอมและหันไปให้ความร่วมมือกับสถาบันพระมหากษัตริย์

นโยบายที่ต้องการแสวงหาความร่วมมือกับสถาบันพระมหากษัตริย์เป็นเหตุให้ จอมพล ป. เริ่มต้นการฟื้นฟูหน่วยงานพิธีกรรมต่าง ๆ ที่เป็นสัญลักษณ์ของการยกย่องเชิดชูและส่งเสริมบทบาทของสถาบันพระมหากษัตริย์ในทางการเมือง นโยบายแรกที่ จอมพล ป. ได้เริ่มขึ้นก็คือการสถาปนากรมทหารรักษาพระองค์ขึ้นมาใหม่อีกครั้งหนึ่ง หลังจากที่คณะราษฎรได้ยุบหน่วยดังกล่าวลงหลังการเปลี่ยนแปลงการปกครอง โดยใน พ.ศ. 2492 จอมพล ป. ได้มีคำสั่งให้สถาปนากรมทหาราบที่ 1 รักษาพระองค์ และกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับสถาปนากองพันที่ 3 กรมทหารราบที่ 1 ขึ้นเป็นกรมทหารรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดย จอมพล ป. ได้ให้เหตุผลในการสถาปนากรมทหารรักษาพระองค์กลับมาอีกครั้งว่าต้องการเทิดทูลสถาบันพระมหากษัตริย์พร้อมกับต้องการรักษาตำนานของกรมทหารรักษาพระองค์ไว้ [14] ซึ่งในปีต่อมาที่มีการจัดพระราชพิธีบรมราชาภิเษกรัชกาลที่ 9 หน่วยทหารทั้งสามหน่วยนี้ได้เข้าร่วมในริ้วกระบวนราบใหญ่ [15]

นอกจากการสถาปนากรมทหารรักษาพระองค์กลับขึ้นมาใหม่ จอมพล ป. ยังได้กราบทูลเชิญรัชกาลที่ 9 เสด็จเป็นประธานในพิธีพระราชทานกระบี่ให้แก่นักเรียนนายร้อย นักเรียนนายเรือ และนักเรียนนายร้อยตำรวจที่สำเร็จการศึกษา ซึ่งเดิมทีนั้นพิธีได้ถือกำเนิดขึ้นในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว แต่เมื่อคณะราษฎร์ได้เข้ามาปกครองประเทศ ก็ได้ยกเลิกการพระราชทานกระบี่โดยพระมหากษัตริย์ และเปลี่ยนเป็นการมอบกระบี่โดยผู้บัญชาการทหารสูงสุดแทน

กระทั่งเมื่อ จอมพล ป. กลับมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในช่วงที่ 2 จึงได้กราบบังคมทูลเชิญพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นประธานในพิธีสำเร็จการศึกษา และพระราชทานกระบี่ใน พ.ศ. 2491 อย่างไรก็ตาม ในขณะนั้นรัชกาลที่ 9 ยังทรงประทับอยู่ ณ ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระยาชัยนาทนเรนทร ประธานผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ เป็นผู้ประทานกระบี่ [16]

ในปีถัดมารัชกาลที่ 9 ยังทรงไม่ได้เสด็จกลับมาประทับที่ประเทศไทย ดังนั้นสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอฯ กรมพระยาชัยนาทนเรนทรจึงทรงเป็นประธานในพิธีพระราชทานกระบี่อีกครั้งหนึ่ง [17] กระทั่งในวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2492 6 วันหลังจากพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้เสด็จพระราชดำเนินมาเป็นประธานและพระราชทานกระบี่ให้แก่นักเรียนนายร้อยที่สำเร็จการศึกษา ณ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า [18]

พร้อมกันนี้ จอมพล ป. ยังได้เริ่มต้นฟื้นฟูพระราชพิธีต่าง ๆ ซึ่งถูกยกเลิกโดยคณะราษฎร ทั้งพระราชพิธีพืชมงคล พิธีพยุหยาตราชลมารค อย่างไรก็ตาม การฟื้นฟูพิธีเหล่านี้ไม่ได้กระทำอย่างเต็มรูปแบบ เพียงแต่นำพิธีบางส่วนกลับมาปฏิบัติ แต่พิธีที่สำคัญที่ จอมพล ป. ให้ความสำคัญเป็นอย่างมากคือ พระราชพิธีทรงผนวชของรัชกาลที่ 9 ใน พ.ศ. 2499 ซึ่งพิธีในคราวนั้นรัฐบาลได้นำแบบแผนพระราชพิธีเมื่อครั้งที่พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงผนวชมาใช้เป็นต้นแบบในพิธีคราวนี้ [19] เนื่องจากรัชกาลที่ 5 เป็นพระมหากษัตริย์เพียงพระองค์เดียวในราชวงศ์จักรีที่ทรงผนวชในระหว่างที่ทรงครองราชย์เช่นเดียวกับรัชกาลที่ 9

พระราชพิธีทรงผนวชในคราวนี้รัฐบาลได้ทูลขอพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงมีพระราชดำรัสแก่ประชาชนผ่านทางวิทยุกระจายเสียงเพื่อทรงลาผนวชกับประชาชน พร้อมกันนี้รัฐบาลได้ตระเตรียมให้ประชาชนได้มีโอกาสเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในวันที่ทรงผนวชไว้ริมสองข้างทางระหว่างทางที่เสด็จฯ แทนการให้ประชาชนเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทในวัดพระศรีรัตนศาสดารามและวัดบวรนิเวศวิหาร เนื่องจากสถานที่คับแคบเกินกว่าที่จะรองรับประชาชนได้ [20]

รัฐบาลได้ทำให้งานพระราชพิธีทรงผนวชในคราวนี้เป็นงานสาธารณะมากกว่างานส่วนพระองค์ด้วยการถ่ายทอดเสียงการประกอบพระราชพิธีผนวชให้ประชาชนได้รับฟัง เสมือนการได้เข้าไปอยู่ร่วมในพิธีดังกล่าวด้วยตนเอง พร้อมกันนี้ จอมพล ป. ยังสั่งให้มีการถ่ายทำภาพยนต์พระราชพิธีดังกล่าวเพื่อนำมาเผยแพร่ให้ประชาชนได้รับชม [21] การเผยแพร่ภาพยนตร์พระราชพิธีทรงผนวชในคราวนี้ ถือว่าเป็นครั้งแรก ๆ ที่พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชได้ถูกเผยแพร่สู่พื้นที่สาธารณะ

จอมพล ป. ได้ยอมให้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงมีบทบาทในทางการเมืองและการทหารเพิ่มมากขึ้น โดยไม่ได้จำกัดให้ทรงประทับแต่ในพระบรมมหาราชวังเพียงอย่างเดียว หรือไม่ยอมให้ใครเข้าเฝ้าฯ พระองค์ แต่ในทางตรงกันข้าม ในยุคที่ 2 ของ จอมพล ป. ในฐานะนายกรัฐมนตรีนั้นพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ มีพระราชกรณียกิจเป็นจำนวนมาก ทั้งการเสด็จฯ ไปทรงเป็นประธานเปิดงานในพิธีของหน่วยงานรัฐบาลและเอกชน

รวมทั้งทรงเป็นประธานพระราชทานถ้วยรางวัลในการแข่งขันต่าง ๆ เช่น เสด็จฯ ไปทอดพระเนตรและมอบถ้วยการแข่งขันให้กับผู้ชนะในฟุตบอลประเพณีระหว่างจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ [22] การเสด็จฯ ไปทรงเปิดงานวันเกษตร [23] หรือแม้แต่การเสด็จฯ ไปทอดพระเนตรภาพยนต์ที่โรงภาพยนต์เอมไพร์เพื่อหาเงินสมทบทุนให้การกุศล [24]

พระราชกรณียกิจเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างเป็นประจำและต่อเนื่องภายใต้รัฐบาลของ จอมพล ป. พิบูลสงครามที่พยายามสนับสนุนให้พระองค์ทรงมีบทบาทเพิ่มมากขึ้นในกิจกรรมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับทั้งประชาชนและทหาร อย่างไรก็ตาม กิจกรรมเหล่านี้โดยมากมักจัดอยู่ในกรุงเทพฯ…

อ่านเพิ่มเติม :

เชิงอรรถ :

[14] กองจดหมายเหตุแห่งชาติ. สร.0201.4.1/1 กรมทหารมหาดเล็ก (ร.บ. 1 และ 11) ลงวันที่ 26 มกราคม 2492

[15] “กำหนดการ ที่ 11/2493 พระราชพิธีบรมราชาภิเษก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชสยามินทราธิราช และ พระราชพิธีเฉลิมพระราชมนเทียร พ.ศ. 2493,” ราชกิจจานุเบกษา 52, ตอนที่ 0 ก (9 พฤษภาคม 2493): 1988.

[16] กองจดหมายเหตุแห่งชาติ. (2) สร.0201.4/26 งานพิธีแจกประกาศนียบัตรและกระบี่ ลงวันที่ 26 เมษายน 2491

[17] กองจดหมายเหตุแห่งชาติ. (2) สร.0201.4/26 งานพิธีแจกประกาศนียบัตรและกระบี่ ลงวันที่ 22 เมษายน 2492

[18] กองจดหมายเหตุแห่งชาติ. (2) สร.0201.4/26 งานพิธีแจกประกาศนียบัตรและกระบี่ ลงวันที่ 17 เมษายน 2493

[19] กองจดหมายเหตุแห่งชาติ. (2) สร 2.1/309คณะกรรมการเตรียมงานในการทรงผนวช ลงวันที่ 15 กันยายน 2499

[20] เรื่องเดียวกัน.

[21] กองจดหมายเหตุแห่งชาติ. (2) สร 2.1/309 คณะกรรมการเตรียมงานในการทรงผนวช ลงวันที่ 2 ตุลาคม 2499

[22] “ข่าวในพระราชสำนัก,” ราชกิจจานุเบกษา 70, ตอนที่ 3 (6 มกราคม 2496): 54-55

[23] “ข่าวในพระราชสำนัก,” ราชกิจจานุเบกษา 70, ตอนที่ 4 (3 มกราคม 2496): 177-178.

[24] “ข่าวในพระราชสำนัก,” ราชกิจจานุเบกษา 72, ตอนที่ 33 (3 พฤษภาคม 2498): 1008.

หมายเหตุ : คัดเนื้อหาส่วนหนึ่งจากบทความ “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชกับแผนการเสด็จพระราชดำเนินเยือนต่างประเทศของรัฐบาลจอมพล ป. พิบูลสงคราม” เขียนโดย เทพ บุญตานนท์ ในศิลปวัฒนธรรม ฉบับธันวาคม 2561

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 22 มิถุนายน 2565

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...