โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

“ประเสริฐ” ดัน “บางปู-บางปะกง-แม่น้ำอิง” สู่ Ramsar Site พื้นที่ชุ่มน้ำระดับโลก

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เผยแพร่ 06 พ.ค. 2568 เวลา 14.17 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

วันนี้(6 พ.ค.68) นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.) ครั้งที่ 2/2568 โดยมี ดร.เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในฐานะรองประธานกรรมการฯ , นายสิทธิชัย เสรีส่งแสง รองปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และนางชญานันท์ ภักดีจิตต์ เลขาธิการสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ทำหน้าที่ฝ่ายเลขานุการ และมีผู้ทรงคุณวุฒิรวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมการประชุม ซึ่งที่ประชุมได้เห็นชอบ 4 เรื่องที่สำคัญ ดังนี้

1.การเสนอพื้นที่ชุ่มน้ำเพื่อขึ้นทะเบียนเป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระหว่างประเทศ (Ramsar Site) 3 แห่ง คือ 1) พื้นที่ชุ่มน้ำศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี , 2) พื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำบางปะกงตอนล่าง และ 3) พื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำอิงตอนล่าง พร้อมทั้งอนุมัติขึ้นทะเบียนพื้นที่ชุ่มน้ำแม่น้ำอิงตอนล่าง เป็นพื้นที่ชุ่มน้ำที่มีความสำคัญระดับนานาชาติ.

2.(ร่าง) แนวทางการจัดระเบียบป้ายเพื่อการจัดการสิ่งแวดล้อมภูมิทัศน์เมือง ซึ่งเป็นข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย สำหรับใช้เป็นกรอบแนวทางการบูรณาการร่วมกันระหว่างหน่วยงานเพื่อการจัดระเบียบป้าย ส่งเสริมให้เมืองและชุมชนมีสิ่งแวดล้อมภูมิทัศน์ที่ดี

3.การปรับปรุงมาตรฐานควบคุมการระบายน้ำทิ้งจากสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อให้ครอบคลุมการบำบัดน้ำเสีย ทั้งกิจกรรมการให้บริการจำหน่ายน้ำมัน การเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ซ่อมบำรุง รวมถึงการให้บริการอื่น ๆ ในสถานีบริการน้ำมันเชื้อเพลิง

4.การแต่งตั้งคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในแหล่งน้ำผิวดิน เพื่อกำหนด สำหรับแนวทางการแก้ไขปัญหาสารปนเปื้อนเกินมาตรฐานในลำน้ำและแหล่งน้ำ โดยเฉพาะกรณีการตรวจพบสารโลหะหนักในแม่น้ำกก จ.เชียงราย และ จ.เชียงใหม่

นอกจากนี้ที่ประชุมยังเห็นชอบรายงานการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม 6 โครงการ ได้แก่ 1) อ่างเก็บน้ำห้วยน้ำจาง-ห้วยบ้านโตก อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เพชรบูรณ์ , 2) อ่างเก็บน้ำแม่ตายละ อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ , 3) ก่อสร้างทางเลี่ยงเมืองหาดใหญ่ , 4) ทางแยกต่างระดับจุดตัดทางหลวงหมายเลข ๓๔๗ กับทางหลวงหมายเลข 3263 (แยกวรเชษฐ์) , 5) ทางหลวงหมายเลข 121 ช่วงจุดตัดทางหลวงหมายเลข 108- จุดตัดทางหลวงหมายเลข 11จ.เชียงใหม่ และ 6) งานก่อสร้างสายส่งระบบ 115 เควี ช่วงสถานีไฟฟ้าแรงสูงวชิราลงกรณ - สถานีไฟฟ้าสังขละบุรี อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี เพื่อแก้ไขปัญหาระบบการชลประทานให้ประชาชนใน จ.เพชรบูรณ์ และ จ.เชียงใหม่ เพิ่มศักยภาพในการเดินทางและขนส่งสินค้า ช่วยลดปัญหาการจราจรติดขัดใน จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.เชียงใหม่ รวมทั้งเพิ่มความมั่นคงทางพลังงานในพื้นที่ จ.กาญจนบุรี

โดยนายประเสริฐ ได้มีเน้นย้ำต่อที่ประชุมและมีข้อสั่งการไปถึงผู้เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนว่า กรณีที่สื่อมวลชนนำเสนอเกี่ยวกับการตรวจพบกองขยะอันตรายที่ อ.บ่อทอง จ.ชลบุรี หรือเหตุการณ์พบสารปรอทในแม่น้ำกก ก็ขอให้ทุกฝ่ายหาทางเร่งแก้ไขปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาวเพื่อลดผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนให้เหลือน้อยที่สุด พร้อมสร้างความเข้าใจกับพี่น้องประชาชนอย่างเร่งด่วน

นอกจากนี้จากการได้ร่วมการประชุมคณะกรรมการอาหารแห่งชาติ ผู้ทรงคุณวุฒิได้มีประเด็นเกี่ยวกับ ‘ขยะอาหาร’ (food waste) ที่มีจำนวนเพิ่มมากขึ้น และกำลังจะเป็นประเด็นทางด้านสิ่งแวดล้อม ก็ขอมอบนโยบายให้ฝ่ายเลขาฯ ศึกษาหาแนวทาง มาตรการ หรือวิธีการที่ทำให้ลดลง หรือควบคุมไม่ให้เกิดปัญหาทางด้านสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น

“ผมให้ความสำคัญกับการบำบัดน้ำเสียก่อนลงปล่อยสู่แหล่งน้ำธรรมชาติ ไม่อยากให้เป็นแบบข่าว เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2568 ที่เจอน้ำทิ้งสีดำคล้ำและมีกลิ่นเหม็น ถูกปล่อยลงชายหาดอ่าวประจวบ โดยไม่มีการบำบัด จึงขอให้ฝ่ายเลขาฯ สำรวจและสร้างความเข้าใจกับองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นในการเสนอของบประมาณการก่อสร้างระบบบำบัดน้ำเสีย ส่วนเรื่อง EIA ก็ขอเน้นย้ำอีกครั้งให้ท่านคณะกรรมการฯ ช่วยกันดูรายงานผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมให้ละเอียด ตรวจสอบข้อมูลที่ผู้ศึกษาจัดทำมาว่าเป็นข้อมูลที่เป็นการตรวจสอบจริงภายใต้โครงการจริง และฝากช่วยกันดูว่าโครงการที่เสนอมามีความคุ้มค่า คุ้มเสีย กับผลกระทบที่จะเกิดในระยะยาวหรือไม่และหาข้อสรุปให้ได้ว่าควรทำหรือไม่ควรทำ”.

นายประเสริฐ กล่าวว่า เมื่อวันที่ 2-4 พฤษภาคม 2568 ได้ลงพื้นที่ตรวจราชการเขต 12 จังหวัดนครราชสีมา เพื่อลงไปดูการรับมือภัยแล้งและน้ำท่วม โดยเฉพาะที่เขื่อนลำตะคอง พบว่ามีปริมาณน้ำเหลือใช้เพียง 16% จึงขอฝากให้ทระทรวงทรัพยากรธรรชาติและสิ่งแวดล้อม บูรณาการกับกระทรวงมหาดไทย และ สนทช. อย่างใกล้ชิด ในการพิจารณามีวิธีการบำบัดน้ำเสียเพื่อมาใช้ประโยชน์ในภาคการเกษตรให้มากขึ้น ลดการระบายลงสู่แหล่งน้ำ ทำให้เกิดปัญหาน้ำเน่าเสียส่งผลกระทบต่อระบบต่อพี่น้องประชาชน ซึ่งสามารถทำได้แล้วในหลายประเทศ และเชื่อว่าประเทศไทยก็จะต้องทำให้ได้เช่นกัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...