ตามกำหนด! รัฐบาลยัน ‘ท่าเรือสำราญเกาะสมุย’ เสร็จปี 75 กระตุ้นเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว
The Bangkok Insight
อัพเดต 09 มี.ค. 2568 เวลา 04.07 น. • เผยแพร่ 09 มี.ค. 2568 เวลา 04.07 น. • The Bangkok Insightรัฐบาลยืนยัน ท่าเรือสำราญเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เสร็จตามกำหนดปี 2575 มั่นใจกระตุ้นเศรษฐกิจการท่องเที่ยว ด้วยเรือสำราญระดับโลกตามนโยบาย
วันนี้ (9 มี.ค.) นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่เพื่อรับฟังปัญหาการบริหารจัดการพื้นที่ฝั่งอ่าวไทย ในจังหวัดสงขลา พัทลุง นครศรีธรรมราช และสุราษฎร์ธานี ตามที่นายกรัฐมนตรีมีข้อสั่งการในที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร ที่จังหวัดสงขลาเมื่อเดือนที่ผ่านมา ในเรื่องการพัฒนาท่าเรือ เพื่อเพิ่มจุดท่องเที่ยวสำคัญในจังหวัดสงขลา และจังหวัดฝั่งอ่าวไทย
คณะทำงานได้ติดตามการพัฒนา การให้บริการแก่นักท่องเที่ยว ที่ใช้บริการท่าเรืออำเภอดอนสัก จังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นท่าเรือเฟอร์รี่ ที่ขนคน และยานพาหนะ ซึ่งผู้แทนกรมเจ้าท่ายืนยันว่า ยังมีความพร้อม และเพียงพอในการบริหารจัดการนักท่องเที่ยวไปยังเกาะสมุย
ท่าเรือดังกล่าวถือว่าเป็นจุดสำคัญอีกจุดหนึ่ง ที่รับนักท่องเที่ยว ซึ่งเดินทางมาจากฝั่งอันดามัน เช่น จังหวัดกระบี่ พังงา และภูเก็ต ที่สามารถเดินทางข้ามฝั่งมาเที่ยวที่ฝั่งอ่าวไทย บริเวณท่าเรือนี้เป็นจำนวนมาก
ส่วนที่อำเภอเกาะสมุย โครงการจัดทำท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่ ซึ่งคาดว่าเริ่มก่อสร้างในเร็ววันนี้จะแล้วเสร็จในปี 2575 ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายในการศึกษาจัดทำจุดจอดเรือ เพื่อเชื่อมโยงการท่องเที่ยวฝั่งตะวันออกของอ่าวไทย
โดยเฉพาะจุดท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่ ที่อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา ต่อเนื่องมายังเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี เพื่อเพิ่มจุด และเดินทางท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวในฝั่งอ่าวไทย เพื่อเพิ่มศักยภาพด้านการท่องเที่ยว และเศรษฐกิจในพื้นที่จังหวัดชายทะเลฝั่งอ่าวไทยของภาคใต้
นอกจากนี้ ยังได้ติดตามผลการดำเนินงานการจัดการน้ำเสีย บนเกาะสมุย และความคืบหน้าโครงการก่อสร้างท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่ (Cruise Terminal) ที่ห้องประชุมมุกสมุย เทศบาลนครเกาะสมุย อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี
โดยมีนายชัชชัย มณี ปลัดอำเภอเกาะสมุย รักษาราชการแทนนายอำเภอเกาะสมุย นายสิทธิศักดิ์ ยิ่งเชิดสุข นายช่างโยธาชำนาญงาน ได้นำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการคุณภาพน้ำเสียของเทศบาลนครเกาะสมุย
และรายงานเกี่ยวกับความคืบหน้าโครงการก่อสร้างท่าเรือสำราญขนาดใหญ่ ที่เกาะสมุย ซึ่งเป็นโครงการที่ดำเนินการโดยกรมเจ้าท่า กระทรวงคมนาคม โดยนายอดูลย์ ระลึกมูล ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาเกาะสมุย ได้รายงานความพร้อมในการดำเนินการว่าเป็นไปตามกำหนดการที่รัฐบาลได้มอบหมาย
นายจิรายุ ย้ำว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานในภาคใต้ เพื่อรองรับการเติบโตทางเศรษฐกิจ และสนับสนุนการท่องเที่ยว เพิ่มประสิทธิภาพของตำรวจท่องเที่ยว และการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติอย่างยั่งยืน
ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี ในเรื่องของการจัดทำแหล่งท่องเที่ยวระดับชาติในภูมิภาคอาเซียน ซึ่งนักท่องเที่ยวจะสามารถใช้เรือสำราญขนาดใหญ่ เดินทางจากสิงคโปร์ เข้าสู่สงขลา ผ่านมายังสุราษฎร์ธานีเกาะสมุย ไปยังพัทยา และประเทศต่าง ๆ ทางฝั่งตะวันออกได้
สำหรับโครงการท่าเทียบเรือสำราญขนาดใหญ่นี้ การดำเนินงาน เป็นไปตามเป้าหมายคาดว่าในปี 2572 จะสามารถดำเนินการก่อสร้างได้ และจะแล้วเสร็จในปี 2575 ซึ่งจะเป็นการสร้างช่องทางการท่องเที่ยวให้กับนักท่องเที่ยวที่นิยมเดินทางด้วยเรือสำราญระหว่างประเทศมากยิ่งขึ้น
ส่วนการบริหารจัดการน้ำเสียในพื้นที่อำเภอเกาะสมุย แม้ว่าองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นจะเป็นผู้ดำเนินการเองแต่ก็ยังมีงบประมาณไม่เพียงพอ ในที่ประชุมได้ประสานกับองค์การจัดการน้ำเสียกระทรวงมหาดไทยให้ร่วมกันดำเนินการเพื่อจัดทำบ่อบำบัดน้ำเสียขนาดใหญ่ต่อไป
ขณะที่ปัญหาการขาดแคลนน้ำประปาในพื้นที่เกาะสมุย ซึ่งพบว่ามีปริมาณความต้องการมากกว่าน้ำที่ส่งทางท่อจากจังหวัดสุราษฎร์ธานีมาที่เกาะสมุย ที่ประชุมได้ขอให้การประปาส่วนภูมิภาคพิจารณาเพิ่มเติมท่อส่งน้ำเพื่อให้เกาะสมุยมีน้ำประปาใช้ได้เพียงพอโดยเฉพาะช่วงไฮซีซั่น
ทางด้านพลตำรวจตรี ภพพล จักกะพาก ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว 3 กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ที่ดูแลพื้นที่ 22 จังหวัดภาคใต้ กล่าวว่า ปัญหาของเกาะสมุยและเกาะพะงันส่วนใหญ่ จะเป็นนักท่องเที่ยวจำนวนมากที่มีมากกว่าที่พักบนเกาะพะงัน ทำให้นักท่องเที่ยวเดินทางไปงานสำคัญคือฟูลมูนปาร์ตี้แบบไปกลับทำให้เกิดอุบัติเหตุหลายครั้ง
ทั้งนี้ได้ร่วมมือกับกรมเจ้าท่าในการกวดขันตรวจเรือ โดยเฉพาะสัญญาณไฟ และอุปกรณ์ชูชีพในเรือให้พร้อมตลอดเวลา ซึ่งในส่วนของตำรวจท่องเที่ยวได้ดำเนินการตรวจสารเสพติดต่อผู้ขับขี่เรือระหว่างเกาะต่าง ๆ ของจังหวัดสุราษฎร์ธานีอย่างต่อเนื่อง
จากนั้น คณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีได้ลงพื้นที่ดูความคืบหน้าของโครงการบริเวณแหลมหินคม ตำบลตลิ่งงามซึ่งห่างจากที่ว่าการอำเภอไปประมาณ 15 กิโลเมตร พบว่าปัจจุบันไม่มีการต่อต้านจากประชาชนในพื้นที่ อยู่ระหว่างขั้นตอนการมอบเงินที่ได้จากการเวนคืนที่ดินเพื่อจัดสร้างท่าเรือดังกล่าว ได้เน้นย้ำถึงความร่วมมือระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนในการขับเคลื่อนนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- 'มนพร' ย้ำสนามบินตรังเปิดให้บริการ เม.ย.นี้ เร่งดันขึ้นแท่นสนามบินนานาชาติ
- AOT เร่งพัฒนา 3 โครงการ สนามบินสุวรรณภูมิ-ดอนเมือง ขยายการลงทุน เพิ่มแหล่งรายได้ใหม่
- บวท. เปิดสถิติเที่ยวบินสนามบินภูมิภาคปีงบประมาณ 68 สนามบินภูเก็ตสูงสุด
ติดตามเราได้ที่