โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ธีรัจชัย ปูด โรงแรมดังเขาใหญ่ ของครอบครัวนายกฯ ตั้งอยู่นิคมสร้างตนเอง ข้องใจออกโฉนดทั้งที่มีข้อห้าม

MATICHON ONLINE

อัพเดต 24 มี.ค. 2568 เวลา 16.34 น. • เผยแพร่ 24 มี.ค. 2568 เวลา 16.34 น.

‘ธีรัจชัย’ เปิดหลักฐานโรงแรมเทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ เป็นของครอบครัวชินวัตร อยู่ในเขตพื้นที่นิคมสร้างตนเอง-ต้นน้ำลำธาร ที่ห้ามออกโฉนด-ทำธุรกิจ ซัด “แพทองธาร” ตรวจสอบคนอื่นแต่จงใจละเว้นตรวจสอบตัวเอง

เมื่อวันที่ 24 มีนาคม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเป็นพิเศษ มีนายภราดร ปริศนานันทกุล รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานในการประชุม พิจารณาญัตติเปิดอภิปรายทั่วไป เพื่อลงมติไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล คือ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ตามที่ นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ส.ส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน กับคณะจำนวน 165 คน เป็นผู้เสนอ

นายธีรัจชัย พันธุมาศ ส.ส.กทม.พรรคประชาชน อภิปรายเรื่องที่ดินของโรงแรม เทมส์ วัลลีย์ อ้างว่า ก่อนหน้านี้มีลูกน้องของนักการเมืองท่านหนึ่งออกมาเปิดเผยว่าที่ดินสนามกอล์ฟ แรนโช ชาญวีร์ รีสอร์ต แอนด์ คันทรี คลับ (Rancho Charnvee Resort & Country Club) ของครอบครัวนายอนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย อาจรุกล้ำที่ ส.ป.ก. โดยผิดกฎหมาย ถึงขั้นที่นายอนุทิน พูดแรงออกสื่อว่า มีใบสั่งทางการเมืองแน่นอน หลังจากนั้นตนได้ค้นข้อมูลพบโรงแรมใกล้สนามกอล์ฟดังกล่าวชื่อว่า เทมส์ วัลลีย์ (THAMES VALLEY) ที่ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและครอบครัวเป็นเจ้าของ ตามที่ได้ชี้แจงในบัญชีทรัพย์สินว่า นายกฯถือหุ้นใหญ่เกือบ 20 ล้านหุ้น บริหารมา 10 กว่าปี ก่อนที่จะลาออกจากเพื่อมาเป็นนายกฯ ตนมองว่าที่ดินดังกล่าว กลิ่นไม่ปกติ จึงได้ตรวจสอบพบว่า โฉนดที่ดินของโรงแรมดังกล่าวแบ่งออกเป็น 4 แปลง แต่ตรวจสอบย้อนหลังพบว่าพื้นที่ตรงนี้เดิมเป็นของนิคมสร้างตนเองลำตะคอง ที่ทางรัฐบาลในสมัยนั้น จัดสรรในประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ก่อสร้างเขื่อนลำตะคองมาอาศัยอยู่ ไม่เกิน 50 ไร่ โดยพระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 บัญญัติว่าถ้าสมาชิกนิคมที่ได้สิทธิถือครองที่ดิน ถือครองทำกินในที่ดินอยู่ครบ 5 ปี จะสามารถออกเอกสารสิทธิที่เรียกว่า “หนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตนิคมสร้างตนเอง” หรือ น.ค.3 แล้วถ้าปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่นที่กฎหมายกำหนดครบถ้วน ก็สามารถ เอา น.ค.3 ไปเปลี่ยนเป็น นส.3 หรือโฉนดที่ดินได้ต่อไป แต่หลักการนี้มีข้อยกเว้นตามกฎหมาย

“ผมนำเลขที่โฉนดแปลงดังกล่าว ใส่ลงไปในระบบแลนด์แมพของกรมที่ดิน แล้วเอาพิกัดนั้นไปเทียบกับแผนที่อิเล็กโทรนิกส์ของกรมพัฒนาที่ดิน ซึ่งเป็นเอกสารราชการที่น่าเชื่อถือ โดยใช้ระบบ GIS ระบบคอมพิวเตอร์มีความแม่นยำสูง จะเห็นว่าที่ดินแปลงนี้ที่เป็นที่ตั้งของโรงแรมเทมส์ วัลลีย์ ของท่านนายกฯ ตั้งอยู่ในพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ซึ่งตามกฎหมายแล้วเข้าใช้ประโยชน์ไม่ได้ และออกโฉนดไม่ได้” นายธีรัจชัยกล่าว

นายธีรัจชัย กล่าวว่า ที่ดินโรงแรมของนายกฯนั้น อยู่ในพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ไม่ควรจะมีใครเข้าไปทำประโยชน์ได้ และไม่ควรจะมีใครสามารถนำที่ดินตรงนั้นไปออก นส.3 หรือโฉนดได้ แล้วโฉนดที่ดินทั้งสี่แปลง มันออกมาได้อย่างไร หากระบวนการออกโฉนดที่ดินเป็นไปตามกระบวนการปกติ และถ้าเจ้าหน้าที่ดำเนินการโดยสุจริต ยากที่จะออกโฉนดที่ดินคลาดเคลื่อนผิดกฎหมายได้ แต่ถ้ายังมีการออกโฉนดที่ดินไปทับป่า ทับพื้นที่หวงห้าม ทับพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ก็สามารถสันนิษฐานได้เบื้องต้นว่า กระบวนการการออกโฉนดที่ดินนั้น น่าจะมิชอบด้วยกฎหมาย

ขนาดท่านอนุทิน เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย มีอำนาจเหนือกรมที่ดิน แต่ที่ดินบางแปลงของสนามกอล์ฟ แรนโช ชาญวีร์ ยังเป็น นส.3ก อยู่เลย ครอบครัวท่านอนุทินยังไม่ได้นำไปรังวัดปักหมุดออกโฉนดเลย เพราะมันอาจจะเสี่ยง เวลาไปออก นส.3ก ถึงจะมีภาพถ่ายทางอากาศ แต่ก็ไม่มีการปักหมุดหรือหลักเขตและไม่ได้ตรวจสอบอย่างละเอียดเหมือนกับโฉนด ไม่ต้องมีเจ้าพนักงานที่ดิน กับเจ้าหน้าที่กรมพัฒนาที่ดินมาตรวจจำแนกก่อนว่า ไปทับที่ดินหวงห้ามต่างๆหรือไม่หากดูแผนที่ตรงแรนโช ชาญวีร์ ไม่ไกลจากโรงแรมเทมส์ วัลลีย์ จะเห็นว่าที่ดินสนามกอล์ฟดังกล่าว อาจเข้าไปทับกับพื้นที่ สปก. ตามที่ลูกน้องของนักการเมืองหนึ่งเปิดประเด็นจริงก็ได้ ดังนั้น หากมีการนำ นส. 3 ก. ของแรนโช ชาญวีร์ไปขอออกโฉนด แล้วคอมพิวเตอร์ตรวจเจอว่า มีส่วนหนึ่งส่วนใดของสนามกอล์ฟไปทับกับพื้นที่ สปก. เดี๋ยวมันจะยุ่งเอา” นายธีรัจชัยกล่าว

นายธีรัจชัย กล่าวว่า โรงแรมของนายกรัฐมนตรี มีประเด็นนี้ก็คล้ายๆ กับแรนโช ชาญวีร์ คือตอนแรกยังไม่ได้เป็นโฉนด แต่มีการเอาที่ดินตรงนั้นไปออก นส.3ก ก่อน เพราะมันแค่รังวัดด้วยการเดินชี้ไม่ต้องรังวัดโดยละเอียด คงไม่มีใครไปตรวจสอบว่ามันไปทับกับพื้นที่หวงห้ามอะไรบ้างหรือไม่ และจากหลักฐานพบว่า ปี 2537 บุคคลในครอบครัวของนายกฯได้ไปซื้อที่ดินแปลงนี้มา โดยในขณะนั้นเป็น นส.3ก เลขที่ 2583 เนื้อที่ 33 ไร่ 2 งาน 20 ตารางวา แต่ที่โรงแรมเทมส์ วัลลีย์ สุดยอดกว่าแรนโช ชาญวีร์คือ หลังจากครอบครัวของท่านนายกฯ ไปซื้อ นส.3 ก. มาได้เพียง 2 ปี ในปี 2539 ก็เอาที่ดินในนิคมสร้างตนเองแปลงนี้ ไปออกเป็นโฉนด ได้เป็นโฉนดเลขที่ 22054 แล้วต่อมา ปี 2555 ก็เอาโฉนดแปลงนี้ ไปแบ่งเป็น 4 แปลง ที่ดินแปลงนี้มันไม่ควรออกโฉนดได้แน่นอน เพราะอยู่ในพื้นที่ต้นน้ำลำธารของนิคมสร้างตนเองลำตะคอง เป็นเขตหวงห้าม ครอบครองเข้าทำประโยชน์ไม่ได้ และออกโฉนดไม่ได้

การที่จะทำอย่างเทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ ได้ มันไม่ง่าย ถ้าไม่มีอำนาจรัฐ อำนาจทางการเมือง หรืออำนาจอื่นใดมาเกี่ยวข้อง ช่างบังเอิญที่ในช่วงที่มีการออกโฉนดตรงโรงแรมเทมส์ วัลลีย์ครั้งแรกนั้น รองนายกรัฐมนตรีท่านหนึ่ง นามสกุลชินวัตรเอาโฉนดที่มีไปแบ่งเป็น 4 โฉนดในปี 2555 ก็เป็นเวลาที่ประเทศของเรามีนายกรัฐมนตรีที่นามสกุลชินวัตร เหมือนกับนายกฯแพทองธารพอดี”นายธีรัจชัยกล่าว

นายธีรัจชัย กล่าวว่า นิคมสร้างตนเองลำตะคอง ที่โรงแรม เทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ ตั้งอยู่ยังไม่มีประกาศยกเลิกเขตนิคมสร้างตนเอง นั่นหมายความว่า ยังอยู่ภายใต้พระราชบัญญัติจัดที่ดินเพื่อการครองชีพ พ.ศ. 2511 ที่กำหนดให้ใช้ประโยชน์ที่ดินได้ เฉพาะการอยู่อาศัยและการทำเกษตรกรรมเท่านั้น หมายความว่าต่อให้จะออก นส.3 หรือออกโฉนดไปแล้ว ถ้าต้องการจะเอาที่ดินไปทำอย่างอื่นนอกจากการเกษตรหรืออยู่อาศัย เจ้าของที่ดินต้องได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมพัฒนาสังคมเสียก่อน เรื่องนี้มีทั้งระเบียบ และความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาชัดเจนว่าต้องได้รับอนุญาตเป็นกรณีๆ ไปถึงจะทำโรงแรม สนามกอล์ฟ หรืออย่างอื่นนอกจากการเกษตรหรืออยู่อาศัยได้ และในปี 2558 เมื่อครั้งรัฐบาล คสช. ไปตรวจโครงการโรงแรมรีสอร์ทสนามกอล์ฟต่างๆ ในพื้นที่นิคมสร้างตนเองลำตะคองตามนโยบายทวงคืนผืนป่า เจ้าหน้าที่ก็พบว่า นอกจากจะไปออกโฉนดทับพื้นที่ต้นน้ำลำธารแล้ว โรงแรมเทมส์ วัลลีย์ ยังไม่เคยได้รับอนุญาตให้ทำกิจการโรงแรมจากอธิบดีกรมพัฒนาสังคมอีกด้วย

ท่านนายกฯ แพทองธาร ทำธุรกิจไม่ชอบด้วยกฎหมาย ไปเอาพื้นที่ต้นน้ำลำธารในป่าเขาใหญ่ ในนิคมสร้างตนเอง มีการออกโฉนดเป็นของครอบครัวตนเอง แล้วยังเอาไปทำธุรกิจโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก เรื่องในลักษณะคล้ายๆ กันนี้ คือกรณีการออกโฉนดในพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ป.ป.ช. เพิ่งมีมติชี้มูลความผิดเจ้าหน้าที่กรมที่ดินไป เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2567 เมื่อกลางปีที่แล้วนี่เอง เป็นลักษณะเดียวกับที่ดิน โรงแรม เทมส์ วัลลีย์ เขาใหญ่ ของท่านนายกฯ ตั้งอยู่ใกล้ๆ กันนี่เอง แล้วที่ดินแปลงนี้ แล้วท่านนายกฯจะรอดไปได้อย่างไร ผมได้นำข้อมูลความผิดของแพทองธาร ตระกูลชินวัตร มาอภิปรายในสภาแห่งนี้ ว่าเธอนั้นไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ มีพฤติการณ์เอาเปรียบประชาชน เอาเปรียบสังคม เห็นแก่ผลประโยชน์ของตนเองและครอบครัวอยู่เหนือผลประโยชน์ของส่วนรวมอย่างไร” นายธรัจชัยกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธีรัจชัย ปูด โรงแรมดังเขาใหญ่ ของครอบครัวนายกฯ ตั้งอยู่นิคมสร้างตนเอง ข้องใจออกโฉนดทั้งที่มีข้อห้าม

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...