“อนุทิน” ลั่น บ.จีน หอบแฟ้มอะไรไปก็หนีไม่พ้น ต้องหาสาเหตุตึก สตง.ถล่มให้เจอ
“อนุทิน” ลั่น บ.จีน หอบแฟ้มอะไรไปก็หนีไม่พ้น ต้องหาสาเหตุตึก สตง.ถล่มให้เจอ
วันที่ 30 มี.ค. 2568 นาย อนุทิน ชาญวีรกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงชายใส่ชุดดำขนแฟ้มเอกสาร ในที่เกิดเหตุนั้นขึ้นรถกระบะ นายอนุทิน ระบุว่า การตรวจสอบในวันนี้ ได้ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบหาข้อเท็จจริง ในเรื่องการก่อสร้างอาคาร สตง. จะใช้เวลาใช้เวลาประมาณ 7 วันในการหาข้อเท็จจริงเบื้องต้น
“ไม่ว่าจะหอบแฟ้มอะไรไปก็แล้วแต่ ผลจะออกมาอย่างไร แบบก่อสร้างมีเอกสารการประมูลงานสัญญาต่างๆ ยังมีที่ สตง.แม้จะหอบเอกสารใดออกไปก็หนีไม่พ้น ไม่ต้องหาข้อมูลในวงกว้างเพราะอาคารดังกล่าวเป็นอาคารราชการ ดังนั้นที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ กทม.การอนุมัติก่อสร้าง ได้อย่างไรซึ่งโดยข้อเท็จจริงแค่แจ้งเพื่อทราบหน่วยงานเจ้าของงานทำการประมูลและจ้างผู้คุมงาน ส่วนแบบก่อสร้างผู้ออกแบบต้องเซ็นรับรอง ตอนนี้เน้นการสอบไปที่ผู้ออกแบบผู้คุมงานและผู้ก่อสร้าง ที่บอกว่าเป็นบริษัทจีนยังไม่ทราบในข้อเท็จจริง เพราะในสัญญาเขียนว่าJV บริษัทไทยและจีนร่วมค้ากันความรับผิดชอบเรียกว่ารับผิดชอบร่วมกัน ถ้าบริษัทไทยไม่สามารถรับผิดชอบก็ต้องไล่บี้กับผู้รับเหมาจีน หากผู้รับเหมาจีนไม่มีความรับผิดชอบก็ต้องบี้กับผู้รับเหมาไทยต้องรับผิดชอบทั้งคู่ไม่ต้องกังวล…“ นายอนุทินกล่าว
นายอนุทิน เปิดเผยบ้างคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริง ซึ่งได้เซ็นไปแล้วในช่วงเช้านี้ โดยมีวิศวกรใหญ่กรมโยธาธิการเป็นประธานการสอบ และมีนายกสภาวิศวกร มีอาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว เป็นหนึ่ง วานิชชัย อาจารย์สถาบันเทคโนโลยีแห่งเอเชีย (AIT) และผู้เชี่ยวชาญด้านแผ่นดินไหว และ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยแผ่นดินไหวแห่งชาติ ร่วมคณะกรรมการสอบซึ่งเป็นบุคคลที่เชื่อถือได้
“หาสาเหตุตึกถล่มการออกแบบเป็นตึกใหม่ ออกแบบหลังมีพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร ที่คำนึงถึงปัจจัยแรฝต้านแผ่นดินไหว เหตุใดถึงถล่มได้ จะอ้างว่าเพิ่งก่อสร้างปูนไม่เสร็จตัวไม่ได้ ต้องตั้งข้อสงสัยเรื่องการออกแบบ ถ้าแบบออกถูกต้องหมดซึ่งสามารถเช็คได้จะต้องรู้ว่าการก่อสร้าง หากแบบออกถูกต้อง อาจหมายความว่าผิดพลาดที่วิธีการก่อสร้าง ต้องหาข้อบกพร่องให้เจอ” นายอนุทินกล่าวในคนเคยทำงานด้านนี้มา
เมื่อถามว่าหนึ่งผู้รับเหมาใช้นอมีนีคนไทย นายอนุทิน ระบุว่าไม่มี เพราะใช้คู่สัญญาไชนาเรียลเวย์ กับ เจวี ซึ่งรัฐบาลไม่ได้มองเรื่องการถือหุ้น แต่หากมีมีความผิดจุดใดต้องรับผิดชอบเต็มทั้งคู่ จนกว่าจะได้รับคืนความเสียหายกลับมาทั้งหมด เพราะสิ่งที่เสียไปคือโอกาส และ สตง. ยังไม่สามารถเข้าไปทำงานได้ ซึ่งถือว่าโชคดีหากตึกเสร็จก่อนแล้วเข้าไป ทำงานในสภาพที่ไม่แข็งแรง ชี้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่ว่าใครไม่ต้องการให้เกิดขึ้น ส่วนการชดใช้ความเสียหายระบุในสัญญาอยู่แล้ว
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ยังกล่าวถึงวิศวกรอาสา เข้าตรวจตึกสูงในพื้นที่ ต่างจังหวัดว่ามีโยธาธิการจังหวัด ที่จะเข้าไปตรวจอาคารสาธารณะ โรงเรียน โรงพยาบาล สวนการตรวจสอบอาคารในกรุงเทพมหานคร อาคารชุด อาคารสำนักงานจะมีวงรอบการตรวจทุกปีอยู่แล้ว เชื่อว่านิติบุคคลอาคารต่างๆต้องดำเนินการอยู่แล้วเพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้พักอาศัย ส่วนในวันพรุ่งนี้ทางด่วนดินแดงในจุดที่เครนหล่น จะสามารถเปิดให้บริการได้