โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เตือนระวัง!! ถ้ามือถือ มีอาการ เน็ตหมดเร็วผิดปกติ – เครื่องทำงานช้าหรือค้างบ่อย

TOJO NEWS

อัพเดต 05 เม.ย. 2568 เวลา 22.32 น. • เผยแพร่ 06 เม.ย. 2568 เวลา 04.55 น. • Admin Tojo

เตือน! ระวัง มือถือโดนแฮก

ผู้สื่อข่าวโตโจ้นิวส์รายงานว่า สำนักประชาสัมพันธ์ เขต 3 กรมประชาสัมพันธ์ ออกเตือนประชาชนระวัง มือถือโดนแฮก รีบเช็ก การแฮกมือถือก็เป็นภัยคุกคามที่เกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น หากคุณสงสัยว่ามือถือของคุณอาจถูกแฮก รีบเช็กตามนี้
กิจกรรมเสี่ยงที่อาจทำให้มือถือโดนแฮก

1.ดาวน์โหลดแอปจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือ – แอปที่ไม่ได้มาจาก Google Play Store หรือ App Store อาจแฝงมัลแวร์

2. กดลิงก์ต้องสงสัย – ลิงก์จาก SMS อีเมล หรือโซเชียลมีเดียที่ไม่น่าเชื่อถือ อาจนำไปสู่เว็บไซต์ฟิชชิ่ง

3. ใช้ Wi-Fi สาธารณะโดยไม่มีการป้องกัน – แฮกเกอร์สามารถดักจับข้อมูลจากการเชื่อมต่อ Wi-Fi ที่ไม่ปลอดภัย

4. ตั้งรหัสผ่านที่ง่ายเกินไป – การใช้รหัสผ่านที่คาดเดาง่ายหรือใช้รหัสซ้ำกันหลายบัญชี ทำให้เสี่ยงต่อการถูกแฮก

5. รูท (Root) หรือเจลเบรก (Jailbreak) เครื่อง – การปลดล็อกข้อจำกัดของระบบปฏิบัติการ อาจเปิดช่องให้แฮกเกอร์เข้าถึงข้อมูลของคุณ

6. ไม่อัปเดตระบบปฏิบัติการหรือแอปพลิเคชัน – การไม่อัปเดตอาจทำให้มือถือมีช่องโหว่ที่แฮกเกอร์ใช้เจาะระบบ

อาการที่บ่งบอกว่ามือถืออาจโดนแฮก

1. แบตเตอรี่หมดเร็วกว่าปกติ – อาจมีมัลแวร์ทำงานอยู่เบื้องหลัง

2. อินเทอร์เน็ตหมดเร็วผิดปกติ – มีแอปที่ส่งข้อมูลออกไปโดยที่คุณไม่รู้ตัว

3. มีแอปแปลก ๆ ติดตั้งเอง – หากมีแอปที่คุณไม่ได้ติดตั้ง อาจเป็นสัญญาณของมัลแวร์

4. เครื่องทำงานช้าหรือค้างบ่อย – อาจเป็นเพราะมัลแวร์หรือโปรแกรมแฝงทำงานอยู่

5. ได้รับ SMS หรืออีเมลแปลก ๆ – หากมีข้อความที่คุณไม่ได้ส่ง หรือมีคนแจ้งว่าคุณส่งข้อความแปลก ๆ อาจหมายความว่ามือถือคุณถูกควบคุมจากภายนอก

6. บัญชีโซเชียลมีเดียหรือบัญชีธนาคารมีการเข้าสู่ระบบที่ไม่ได้ทำเอง – นี่อาจเป็นสัญญาณว่าแฮกเกอร์เข้าถึงข้อมูลของคุณได้แล้ว

วิธีแก้ไขเมื่อมือถือโดนแฮก

1. รีเซ็ตรหัสผ่านทันที – เปลี่ยนรหัสผ่านของทุกบัญชีที่ผูกกับมือถือ

2. ลบแอปที่น่าสงสัย – ตรวจสอบแอปที่ติดตั้ง หากมีแอปแปลก ๆ ให้ลบทิ้ง

3. สแกนไวรัสและมัลแวร์ – ใช้แอปแอนตี้ไวรัสที่น่าเชื่อถือเพื่อตรวจสอบและกำจัดมัลแวร์

4. ปิดการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต – หากพบพฤติกรรมผิดปกติ ควรปิด Wi-Fi และมือถือจากเครือข่ายชั่วคราว

5. อัปเดตระบบปฏิบัติการและแอป – การอัปเดตช่วยปิดช่องโหว่ที่แฮกเกอร์ใช้

6. รีเซ็ตเครื่องเป็นค่าโรงงาน – หากพบว่าปัญหาร้ายแรง แนะนำให้รีเซ็ตมือถือเพื่อล้างข้อมูลที่อาจถูกแฮก

7. ติดต่อธนาคารหรือผู้ให้บริการบัญชีออนไลน์ – หากบัญชีการเงินหรือโซเชียลมีเดียถูกเจาะระบบ ให้แจ้งผู้ให้บริการทันทีเพื่อป้องกันความเสียหาย

8. เปิดการยืนยันตัวตนแบบสองชั้น (2FA) – เพิ่มความปลอดภัยให้บัญชีสำคัญ เช่น อีเมลและโซเชียลมีเดีย

วิธีป้องกันไม่ให้มือถือโดนแฮกในอนาคต

1. ใช้รหัสผ่านที่ซับซ้อนและไม่ซ้ำกัน

2. หลีกเลี่ยงการกดลิงก์ที่ไม่น่าเชื่อถือ

3. ติดตั้งแอปเฉพาะจากแหล่งที่เชื่อถือได้

4. หลีกเลี่ยงการใช้ Wi-Fi สาธารณะโดยไม่มี VPN

5. เปิดการล็อกหน้าจอด้วยลายนิ้วมือหรือ Face ID

6. หมั่นตรวจสอบบัญชีและอุปกรณ์ที่ล็อกอินอยู่เป็นประจำ

มือถือเป็นอุปกรณ์สำคัญที่เก็บข้อมูลส่วนตัวไว้มากมาย การป้องกันตัวเองจากการถูกแฮกจึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ อย่ารอให้ปัญหาเกิดขึ้นก่อน ควรใช้มาตรการป้องกันตั้งแต่วันนี้

#เพื่อไม่พลาดข่าวสารดีๆ อย่าลืมกดติดตามพวกเรา TOJO NEWS

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...