โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ธ.ก.ส. เดินหน้าปฏิวัติเกษตรกรรมไทยภายใต้ต้นแบบจริง

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 27 ต.ค. 2564 เวลา 04.16 น. • เผยแพร่ 27 ต.ค. 2564 เวลา 04.16 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กรุงเทพฯ 27 ต.ค.-ธ.ก.ส. เดินหน้าปฏิวัติเกษตรกรรมไทยภายใต้ต้นแบบจริง เปิดให้ประชาชน ร่วมนำเสนอนวัตกรรมในการปรับเปลี่ยน ชิงเงินรางวัลรวม 8.4 แสนบาท

ธ.ก.ส. จัดโครงการปฏิวัติเกษตรกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน : BAAC Hackathon and Incubator, Agricultural Revolution เพื่อขับเคลื่อนนวัตกรรมที่จะเข้าไปสนับสนุนเกษตรกรให้มีความเข้มแข็ง ในลักษณะตัวต้นแบบจริงที่ใช้เวลาในการสร้างน้อยที่สุด (Minimum Viable Products : MVP) โดยเปิดโอกาสให้พนักงาน ธ.ก.ส. นิสิต นักศึกษา หรือบุคคลทั่วไป แสดงความคิดสร้างสรรค์เพื่อพัฒนานวัตกรรม ภายใต้โจทย์ 4 หัวข้อ ได้แก่ ข้าวไทยในตลาดสากล เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม การเกษตรเพื่ออาหารสุขภาพ และห่วงโซ่อุปทานการเกษตร ชิงเงินรางวัลรวมกว่า 840,000 บาท

นายธนารัตน์ งามวลัยรัตน์ ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า ธ.ก.ส. ตระหนักถึงความสำคัญในการพัฒนางานนวัตกรรม โดยสนับสนุนการขับเคลื่อนการสร้างนวัตกรรมขององค์กรและนวัตกรรมทางการเกษตร เพื่อนำไปพัฒนา ต่อยอดให้เกิดมูลค่าเพิ่มแก่ภาคเกษตรกรรม จึงได้ดำเนินโครงการ “BAAC Hackathon and Incubator, Agricultural Revolution หรือ ปฏิวัติเกษตรกรรมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน” เพื่อสร้าง ค้นหา และพัฒนานวัตกรรมที่จะไปตอบโจทย์กับคำถามที่ว่า “ทำไมเกษตรกรบางคนทำการเกษตรมาทั้งชีวิต แต่ก็ยังไม่สามารถก้าวข้ามขีดความยากจนได้สักที” โดยส่งเสริมสนับสนุนให้บุคลากร และเปิดโอกาสให้กลุ่มบุคคลภายนอก ทั้งนิสิต นักศึกษา หรือบุคคลทั่วไป ที่สนใจได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดสร้างสรรค์และแสดงความสามารถในการพัฒนาผลงานนวัตกรรมในลักษณะตัวต้นแบบจริงที่ใช้เวลาในการสร้างน้อยที่สุด (Minimum Viable Products : MVP)

โจทย์สำคัญที่ ธ.ก.ส. กำหนดในการพัฒนานวัตกรรม ประกอบด้วย 4 หัวข้อ ได้แก่ ข้าวไทยในตลาดสากล - สรรหาเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่จะสามารถพัฒนาและปรับปรุงข้าวของไทยให้มีคุณภาพและมีมูลค่าเทียบเท่ากับตลาดสากลได้ เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม – ร่วมกันหาทางปรับตัวและรับมือเพื่อให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมของไทยอยู่รอดได้ภายใต้การเปิดการค้าเสรี  การเกษตรเพื่ออาหารสุขภาพ – มองหาแนวทางการปรับตัวให้เข้ากับแนวโน้มของผู้บริโภคในอนาคตที่ใส่ใจเรื่องอาหารเพื่อสุขภาพมากขึ้น และห่วงโซ่อุปทานการเกษตร – ค้นหาแนวทางพัฒนาระบบธุรกิจเกษตร ซึ่งทำให้ทุกกลุ่มบุคคลที่มีความเกี่ยวข้องกับห่วงโซ่การเกษตรตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำให้ได้รับผลประโยชน์โดยทั่วกัน

โครงการดังกล่าวได้คัดเลือกผู้เข้าร่วมกิจกรรมจากจำนวนผู้เข้าสมัครกว่า 90 ทีม ที่ได้เสนอแนวนวัตกรรมตามโจทย์ที่กำหนด มาเฟ้นหาทีมที่โดดเด่นจำนวน 18 ทีม เพื่อมาร่วมทำกิจกรรมในรอบ Hackathon ในระหว่างวันที่ 23 - 24 ตุลาคม 2564 เพื่อร่วมทำความรู้จักกับทีมนวัตกร พร้อมตอบคำถามเชิงลึก แบ่งปันประสบการณ์ ปัญหาที่พบ และจุดมุ่งหมายหลักของ ธ.ก.ส. รวมถึงค้นหาความเป็นไปได้ที่จะนำไปสู่การออกแบบนวัตกรรมเพื่อพัฒนาต่อยอดผลิตภัณฑ์และบริการของ ธ.ก.ส. และตอบสนองความต้องการของลูกค้าให้มากที่สุด จากนั้นจะคัดเลือกจาก 18 ทีม เหลือ 9 ทีม เพื่อเข้าร่วมกิจกรรมในรอบ Incubator เพื่อนำแนวคิดนวัตกรรมมาจัดทำต้นแบบจริง โดยมีพนักงาน ธ.ก.ส. เข้าร่วมกับแต่ละทีมเพื่อให้คำแนะนำและร่วมพัฒนา และเข้ารับการเพิ่มศักยภาพในกิจกรรม Bootcamp จากนั้นนำเสนอนวัตกรรมต่อคณะกรรมการเพื่อค้นหาผู้ชนะในรอบ Demo Day ในวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2565 โดยรางวัลชนะเลิศในรอบ Demo Day เงินรางวัลมูลค่า 200,000 บาท พร้อมถ้วยเกียรติยศ  รางวัลรองชนะเลิศ เงินรางวัลมูลค่า 100,000 บาท จำนวน 2 รางวัล สำหรับทีมที่ผ่านเข้ารอบ Incubator จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 50,000 บาท และทีมที่ผ่านเข้ารอบ Hackathon จะได้รับเงินรางวัลมูลค่า 5,000 บาท

นายธนารัตน์ กล่าวอีกว่า โครงการฯ ในครั้งนี้ถือเป็นการเริ่มต้นของ ธ.ก.ส. สู่การเป็นศูนย์เทคโนโลยีและนวัตกรรมทางการเกษตร โดยมุ่งต่อยอดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ นำมาสู่การสร้างนวัตกรรม เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจและสร้างมูลค่าเพิ่มทางการเกษตร ผ่านการใช้เทคโนโลยีดิจิทัล ตลอดจนเชื่อมโยงเทคโนโลยีและนวัตกรรมจากเครือข่ายภายนอก เพื่อนำไปสู่การปฏิวัติภาคเกษตรของประเทศให้สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนและยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกรไทยให้ดียิ่งขึ้นต่อไป.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...