โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาชญากรรม

เปิดสถิติอุบัติเหตุ ‘ลดลง’ พบ 5 พฤติกรรมหลัก ‘ขับเร็ว’ ยังครองอันดับ 1

เดลินิวส์

อัพเดต 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 17.53 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ตร.ยกระดับความปลอดภัยถนน เปิดสถิติอุบัติเหตุลดลง แต่ “ขับเร็ว” ยังครองอันดับ 1 เตือน “ตรวจรถก่อนเดินทาง”

เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ให้ความสำคัญกับการลดอุบัติเหตุทางถนนและความปลอดภัยของประชาชน ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศจร.ตร.) จึงได้พัฒนาและใช้งานระบบฐานข้อมูลอุบัติเหตุทางถนน Police Road Safety (PRS) เพื่อรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก นำไปใช้กำหนดมาตรการป้องกันอุบัติเหตุให้ตรงจุดและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

สถิติข้อมูลการเกิดอุบัติเหตุทางถนนปี 2568 จากระบบ PRS พบว่าอุบัติเหตุทางถนนเกิดขึ้น 20,967 ครั้ง ลดลงจากปีก่อนกว่า 11% ผู้เสียชีวิต 11,779 ราย ลดลงกว่า 15% และผู้บาดเจ็บ 12,182 ราย ลดลงกว่า 20% สะท้อนผลจากการทำงานเชิงรุกของตำรวจจราจรทั่วประเทศ อย่างไรก็ตาม สาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุยังคงเป็นการขับรถเร็วเกินกฎหมายกำหนด รองลงมาคือการตัดหน้ากระชั้นชิด ง่วงหลับใน ขับจี้ท้าย และเมาสุรา ขณะที่ยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุดยังคงเป็นรถจักรยานยนต์

ข้อมูลเชิงวิเคราะห์ยังชี้ให้เห็นว่า ความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุจำนวนไม่น้อยเกิดจากสภาพยานพาหนะที่ไม่พร้อมใช้งาน โดยเฉพาะไฟหน้าและไฟท้ายชำรุด ซึ่งทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นลดลงและผู้ร่วมทางสังเกตเห็นได้ยาก, การดัดแปลงสภาพรถที่ไม่ได้มาตรฐานทางวิศวกรรม ส่งผลต่อสมรรถนะการควบคุมรถ, ระบบเบรกขัดข้อง ทำให้ไม่สามารถหยุดรถได้ทันในสถานการณ์ฉุกเฉิน และยางระเบิดจากการเสื่อมสภาพหรือเติมลมไม่เหมาะสม ซึ่งอาจทำให้รถเสียการทรงตัวอย่างฉับพลัน รวมถึงไฟเลี้ยวชำรุด ซึ่งทำให้ไม่สามารถแจ้งเตือนผู้ร่วมทางก่อนเปลี่ยนช่องจราจรหรือเลี้ยวรถ นำไปสู่การเฉี่ยวชนได้ง่าย

ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอความร่วมมือประชาชนผู้ใช้รถให้ตรวจเช็กสภาพยานพาหนะอย่างสม่ำเสมอ ให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานตามมาตรฐานความปลอดภัย และงดเว้นการดัดแปลงสภาพรถที่ผิดกฎหมายหรืออาจก่อให้เกิดอันตราย

พล.ต.อ.สำราญ ยังได้กำชับแนวทางการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุทางถนนอย่างเป็นระบบ โดยให้บังคับใช้กฎหมายกับพฤติกรรมเสี่ยงหลักอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการขับรถเร็วและตัดหน้ากระชั้นชิด ควบคู่กับการให้ความรู้และขยายผลการวิเคราะห์ข้อมูลอุบัติเหตุไปยังพื้นที่ต่าง ๆ ถอดบทเรียนจากพื้นที่ที่มีผลการดำเนินงานดี พร้อมเร่งแก้ไขจุดเสี่ยงที่ค้นพบจากระบบ PRS และผลักดันความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมกันรณรงค์และสร้างพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยอย่างยั่งยืน

ด้าน พล.ต.ท.นิธิธร จินตกานนท์ หัวหน้าคณะทำงานฝ่ายเสริมสร้างภาพลักษณ์ตำรวจจราจร ศูนย์บริหารงานจราจร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า อุบัติเหตุทางถนนไม่ใช่เรื่องของโชคชะตา แต่เป็นเรื่องของพฤติกรรมและการตัดสินใจของผู้ขับขี่ในแต่ละวินาที หากทุกคนเคารพกฎหมาย มีวินัยจราจร และตรวจสภาพรถให้พร้อมก่อนออกเดินทาง จะสามารถลดความสูญเสียได้จริง เพราะบนท้องถนนไม่มีโอกาสให้ย้อนกลับ มีเพียงการป้องกันล่วงหน้าเท่านั้นที่จะรักษาชีวิตไว้ได้.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...