โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ปฏิวัติหน้าจอ’ เมื่อละครจีนแนวตั้ง กลายเป็นอุตสาหกรรมสื่ออนาคตใหม่!

เดลินิวส์

อัพเดต 26 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 19.48 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“อ.กอบกิจ ประดิษฐผลพานิช” อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ ม.ธุรกิจบัณฑิตย์ เผยมุมมองกระแสนิยมซีรีส์จีนแนวตั้ง กำลังสร้างความแปลงครั้งใหญ่วงการบันเทิง เปรียบได้ “ปฏิวัติหน้าจอ” ตามความเติบโตของโลกยุคAI

ยังคงกลายเป็นปรากฏการณ์ที่หยุดไม่ได้ในตอนนี้ สำหรับ “ซีรีส์แนวตั้ง” (Vertical Short Drama) ที่ยึดครองพื้นที่บนสมาร์ตโฟนของคนไทยอย่างเบ็ดเสร็จ นักวิเคราะห์ชี้ชัดความสำเร็จนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือการรวมตัวกันของ “จิตวิทยาผู้บริโภค” และ “โมเดลธุรกิจยุคใหม่” ที่เปลี่ยนมือถือให้กลายเป็นโรงละครส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยสถิติล่าสุดที่ระบุว่าไทยติด 1 ใน 10 อันดับแรกของโลก ที่มียอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันประเภทนี้สูงที่สุด สะท้อนพฤติกรรม “ดูไว จ่ายคล่อง” ของผู้ชมยุคใหม่

ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ทีมข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ มีโอกาสพูดคุยกับ “อาจารย์กอบกิจ ประดิษฐผลพานิช” อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) พร้อมแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับเรื่องกระแสความนิยมซีรีส์จีนแนวตั้งในเมืองไทยและอีกหลายประเทศทั่วโลก

โดย อาจารย์กอบกิจ มีมุมมองว่า วงการบันเทิงจีนกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นการ “ปฏิวัติหน้าจอ” เมื่อพฤติกรรมการเสพสื่อของผู้คนไม่ได้หยุดอยู่ที่หน้าจอโทรทัศน์หรือโรงภาพยนตร์อีกต่อไป รายงานวิจัยฉบับล่าสุดจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง และหน่วยงานต่าง ๆ ได้เผยให้เห็นปรากฏการณ์ของละครสั้นแนวตั้งที่ยาวเพียงตอนละ 1-2 นาที ซึ่งปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่ความบันเทิงฆ่าเวลาอีกต่อไป แต่ได้ยกระดับกลายเป็นอุตสาหกรรมหลักแสนล้านหยวนที่ทรงอิทธิพล และทำหน้าที่เป็น “อุตสาหกรรมสื่ออนาคตใหม่” ที่รองรับการจ้างงานของคนรุ่นใหม่วงการสื่อและภาพยนตร์ที่มีฝีมือ และยิ่งหากใช้ AI คล่องยิ่งได้เปรียบ

หากย้อนกลับไปเพียงไม่กี่ปี ละครสั้นเหล่านี้มักถูกมองว่าเป็นคอนเทนต์ราคาถูกที่มีไว้เพื่อตอบสนองอารมณ์เบื่อ ๆ จากเนื้อหาแบบเดิม แต่ตัวเลขในปี 2025 กลับพิสูจน์ให้เห็นทิศทางการบริโภคสื่อที่ต่างออกไป มูลค่าการตลาดของละครสั้นพุ่งทะยานขึ้นไปแตะระดับหนึ่งแสนล้านหยวน ซึ่งนับว่ามากกว่ารายได้รวมของบ็อกซ์ออฟฟิศภาพยนตร์ในจีนช่วงเวลาเดียวกันถึงสองเท่า การเติบโตนี้มีรากฐานมาจากพฤติกรรมที่ผู้คนเสพติดสมาร์ทโฟนและมีเวลาว่างที่กระจัดกระจาย ละครสั้นจึงเข้ามาเติมเต็มช่องว่างทางจิตใจในโลกที่เร่งรีบ ให้ผลตอบแทนทางอารมณ์ที่รวดเร็วและรุนแรงผ่านเนื้อหาที่กระชับและหักมุมตลอดเวลา

ความน่าสนใจของการเติบโตของละครสั้นชี้ให้เห็นว่า ละครสั้นได้เปลี่ยนนิยามของการผลิตสื่อจาก “ผู้สร้างเป็นศูนย์กลาง” มาเป็นการยึด “ผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง” อย่างสมบูรณ์แบบ อัลกอริทึมและข้อมูลมหาศาลจากแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นกลายเป็นผู้กำหนดทิศทางว่าผู้ชมต้องการดูอะไร ทำให้เกิดโมเดลธุรกิจแบบ “ลงทุนน้อย ผลิตไว หมุนเวียนเร็ว” ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงและเปิดโอกาสให้คอนเทนต์หลากหลายรูปแบบได้ออกสู่สายตาผู้ชม โดยมีเมืองหลักอย่าง เจิ้งโจว ซีอาน และเหิงเตี้ยน ที่เติบโตในยุคภาพยนตร์แบบเดิม ถูกแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนในการเป็นฐานผลิตละครสั้นสมัยใหม่ ละครย้อนยุค และศูนย์กลางงานตัดต่อหลังการถ่ายทำ

ในมิติของการจ้างงาน ละครสั้นได้สร้างปาฏิหาริย์ทางเศรษฐกิจมากมาย รายงานระบุว่าอุตสาหกรรมนี้สามารถดึงดูดแรงงานเข้าสู่ระบบได้มากกว่า 2 ล้านคนในปี 2025 โดยแบ่งเป็นแรงงานทางตรงในกองถ่ายและนักแสดงกว่า 6.9 แสนคน และยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังธุรกิจบริการ การท่องเที่ยว และอีคอมเมิร์ซที่เกี่ยวข้องอีกกว่า 1.3 ล้านคน ที่สำคัญคือละครสั้นไม่ได้ต้องการเพียงแค่นักแสดงแถวหน้าหรือผู้กำกับมือรางวัล แต่ยังเปิดประตูรับกลุ่มบัณฑิตจบใหม่ที่ด้านภาพยนตร์ นักเขียนนิยายออนไลน์ รวมถึงแรงงานอิสระที่ต้องการโอกาสพิสูจน์ตัวเองในโลกดิจิทัล

อาจารย์กอบกิจ กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า เมื่อมองไปถึงอนาคต ละครสั้นจีนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการปรับปรุงคุณภาพและความเป็นมืออาชีพ การแข่งขันจะไม่ได้อยู่ที่จำนวนอีกต่อไป แต่อยู่ที่การนำเทคโนโลยี AI มาช่วยสร้างสรรค์งานที่ซับซ้อนขึ้นและการขยายตลาดไปสู่ระดับสากล แม้จะยังมีความท้าทายเรื่องลิขสิทธิ์และสวัสดิการแรงงานที่ต้องเร่งแก้ไข แต่อุตสาหกรรมนี้ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ในยุคที่ทุกอย่างหมุนไว ละครแนวตั้งที่ยาวไม่กี่นาทีนี่แหละ คือพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ยุคใหม่ที่แข็งแกร่งและทรงพลังที่สุดในปัจจุบัน.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...