‘ปฏิวัติหน้าจอ’ เมื่อละครจีนแนวตั้ง กลายเป็นอุตสาหกรรมสื่ออนาคตใหม่!
ยังคงกลายเป็นปรากฏการณ์ที่หยุดไม่ได้ในตอนนี้ สำหรับ “ซีรีส์แนวตั้ง” (Vertical Short Drama) ที่ยึดครองพื้นที่บนสมาร์ตโฟนของคนไทยอย่างเบ็ดเสร็จ นักวิเคราะห์ชี้ชัดความสำเร็จนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่คือการรวมตัวกันของ “จิตวิทยาผู้บริโภค” และ “โมเดลธุรกิจยุคใหม่” ที่เปลี่ยนมือถือให้กลายเป็นโรงละครส่วนตัวตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยสถิติล่าสุดที่ระบุว่าไทยติด 1 ใน 10 อันดับแรกของโลก ที่มียอดดาวน์โหลดแอปพลิเคชันประเภทนี้สูงที่สุด สะท้อนพฤติกรรม “ดูไว จ่ายคล่อง” ของผู้ชมยุคใหม่
ย้อนส่องที่มา ‘ซีรีส์จีนแนวตั้ง’ ฮอตฮิตจนฟีเวอร์ บุกตลาดบันเทิงไทย-พลิกโฉมคอนเทนต์ยุคดิจิทัล!
‘ซีรีส์จีนแนวตั้ง’ พล็อตซ้ำแต่ทำเงินหมื่นล้าน เผยสูตรลับคนดูชอบความ ‘สะใจ’ มากกว่าความสมจริง!
ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 ก.พ. ทีมข่าวเดลินิวส์ออนไลน์ มีโอกาสพูดคุยกับ “อาจารย์กอบกิจ ประดิษฐผลพานิช” อาจารย์ประจำคณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU) พร้อมแลกเปลี่ยนเกี่ยวกับเรื่องกระแสความนิยมซีรีส์จีนแนวตั้งในเมืองไทยและอีกหลายประเทศทั่วโลก
โดย อาจารย์กอบกิจ มีมุมมองว่า วงการบันเทิงจีนกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่อาจเรียกได้ว่าเป็นการ “ปฏิวัติหน้าจอ” เมื่อพฤติกรรมการเสพสื่อของผู้คนไม่ได้หยุดอยู่ที่หน้าจอโทรทัศน์หรือโรงภาพยนตร์อีกต่อไป รายงานวิจัยฉบับล่าสุดจากมหาวิทยาลัยปักกิ่ง และหน่วยงานต่าง ๆ ได้เผยให้เห็นปรากฏการณ์ของละครสั้นแนวตั้งที่ยาวเพียงตอนละ 1-2 นาที ซึ่งปัจจุบันไม่ได้เป็นเพียงแค่ความบันเทิงฆ่าเวลาอีกต่อไป แต่ได้ยกระดับกลายเป็นอุตสาหกรรมหลักแสนล้านหยวนที่ทรงอิทธิพล และทำหน้าที่เป็น “อุตสาหกรรมสื่ออนาคตใหม่” ที่รองรับการจ้างงานของคนรุ่นใหม่วงการสื่อและภาพยนตร์ที่มีฝีมือ และยิ่งหากใช้ AI คล่องยิ่งได้เปรียบ
หากย้อนกลับไปเพียงไม่กี่ปี ละครสั้นเหล่านี้มักถูกมองว่าเป็นคอนเทนต์ราคาถูกที่มีไว้เพื่อตอบสนองอารมณ์เบื่อ ๆ จากเนื้อหาแบบเดิม แต่ตัวเลขในปี 2025 กลับพิสูจน์ให้เห็นทิศทางการบริโภคสื่อที่ต่างออกไป มูลค่าการตลาดของละครสั้นพุ่งทะยานขึ้นไปแตะระดับหนึ่งแสนล้านหยวน ซึ่งนับว่ามากกว่ารายได้รวมของบ็อกซ์ออฟฟิศภาพยนตร์ในจีนช่วงเวลาเดียวกันถึงสองเท่า การเติบโตนี้มีรากฐานมาจากพฤติกรรมที่ผู้คนเสพติดสมาร์ทโฟนและมีเวลาว่างที่กระจัดกระจาย ละครสั้นจึงเข้ามาเติมเต็มช่องว่างทางจิตใจในโลกที่เร่งรีบ ให้ผลตอบแทนทางอารมณ์ที่รวดเร็วและรุนแรงผ่านเนื้อหาที่กระชับและหักมุมตลอดเวลา
ความน่าสนใจของการเติบโตของละครสั้นชี้ให้เห็นว่า ละครสั้นได้เปลี่ยนนิยามของการผลิตสื่อจาก “ผู้สร้างเป็นศูนย์กลาง” มาเป็นการยึด “ผู้ใช้เป็นศูนย์กลาง” อย่างสมบูรณ์แบบ อัลกอริทึมและข้อมูลมหาศาลจากแพลตฟอร์มวิดีโอสั้นกลายเป็นผู้กำหนดทิศทางว่าผู้ชมต้องการดูอะไร ทำให้เกิดโมเดลธุรกิจแบบ “ลงทุนน้อย ผลิตไว หมุนเวียนเร็ว” ซึ่งช่วยกระจายความเสี่ยงและเปิดโอกาสให้คอนเทนต์หลากหลายรูปแบบได้ออกสู่สายตาผู้ชม โดยมีเมืองหลักอย่าง เจิ้งโจว ซีอาน และเหิงเตี้ยน ที่เติบโตในยุคภาพยนตร์แบบเดิม ถูกแบ่งหน้าที่กันอย่างชัดเจนในการเป็นฐานผลิตละครสั้นสมัยใหม่ ละครย้อนยุค และศูนย์กลางงานตัดต่อหลังการถ่ายทำ
ในมิติของการจ้างงาน ละครสั้นได้สร้างปาฏิหาริย์ทางเศรษฐกิจมากมาย รายงานระบุว่าอุตสาหกรรมนี้สามารถดึงดูดแรงงานเข้าสู่ระบบได้มากกว่า 2 ล้านคนในปี 2025 โดยแบ่งเป็นแรงงานทางตรงในกองถ่ายและนักแสดงกว่า 6.9 แสนคน และยังส่งผลกระทบต่อเนื่องไปยังธุรกิจบริการ การท่องเที่ยว และอีคอมเมิร์ซที่เกี่ยวข้องอีกกว่า 1.3 ล้านคน ที่สำคัญคือละครสั้นไม่ได้ต้องการเพียงแค่นักแสดงแถวหน้าหรือผู้กำกับมือรางวัล แต่ยังเปิดประตูรับกลุ่มบัณฑิตจบใหม่ที่ด้านภาพยนตร์ นักเขียนนิยายออนไลน์ รวมถึงแรงงานอิสระที่ต้องการโอกาสพิสูจน์ตัวเองในโลกดิจิทัล
อาจารย์กอบกิจ กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า เมื่อมองไปถึงอนาคต ละครสั้นจีนกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของการปรับปรุงคุณภาพและความเป็นมืออาชีพ การแข่งขันจะไม่ได้อยู่ที่จำนวนอีกต่อไป แต่อยู่ที่การนำเทคโนโลยี AI มาช่วยสร้างสรรค์งานที่ซับซ้อนขึ้นและการขยายตลาดไปสู่ระดับสากล แม้จะยังมีความท้าทายเรื่องลิขสิทธิ์และสวัสดิการแรงงานที่ต้องเร่งแก้ไข แต่อุตสาหกรรมนี้ก็ได้พิสูจน์แล้วว่า ในยุคที่ทุกอย่างหมุนไว ละครแนวตั้งที่ยาวไม่กี่นาทีนี่แหละ คือพลังขับเคลื่อนเศรษฐกิจสร้างสรรค์ยุคใหม่ที่แข็งแกร่งและทรงพลังที่สุดในปัจจุบัน.