โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

คุ้กกี้-ชีส-เนย คนไทยยังชอบ KCG สรุปรายได้ปี 68 โตฉ่ำ เฉพาะแค่กำไรโตกว่า 500 ล้านบาท

TODAY Bizview

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • TODAY

ตลาดประเทศไทยยังมีความผันผวนเรื่องราคาสินค้าสูง ขณะที่กำลังซื้อคนไทยก็อ่อนแรงลงเรื่อยๆ ในมุมมองของนักการตลาด อย่างไรก็ตาม KCG เบอร์ 1 มาร์เก็ตแชร์ในตลาดผลิตภัณฑ์ชีสและเนย โดยมีสัดส่วนที่ 55% จากข้อมูล Euromonitor กลับโตสวนกระแสเศรษฐกิจทั้งยอดขายและกำไรในปี 2568

[ เฉพาะแค่กำไรโต 24% ทะลุ 500 ล้านบาท ]

KCG หรือ บริษัท เคซีจี คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ประกาศผลการดำเนินงานปี 2568 โดยมีกำไรสุทธิ 503.3 ล้านบาท เติบโต 24.0% (YoY) ส่วนยอดขายทำได้ถึง 8,645.5 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.6% (YoY) ถือเป็นผลงานใหม่ทั้งยอดขายและกำไรที่ทางแบรนด์มองว่าเป็น ‘สถิติสูงสุดใหม่’ ของบริษัท

โดยยอดขายครั้งล่าสุดทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 ขณะที่กำไรสุทธิก็ทำสถิติสูงสุดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ซึ่งวันที่ 23 เมษายน 2569 KCG พร้อมเสนอจ่ายเงินปันผลรอบผลประกอบการปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 0.51 บาท ต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยเพิ่มขึ้นจาก 0.41 บาท ในปีก่อนหน้า

ด้าน‘ดำรงชัย วิภาวัฒนกุล’ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้อำนวยการ KCG ได้เผยว่า ทั้งยอดขายและกำไรในปี 2568 ทำสถิติสูงสุดใหม่อีกครั้ง โดยยอดขายเพิ่มขึ้นในทุกช่องทางการจำหน่าย ทั้งช่องทาง B2B และ B2C

สำหรับผลกำไรที่ปิดจบที่ 500 กว่าล้านบาท เกิดขึ้นเพราะประสิทธิภาพด้านการผลิตที่คล่องตัวขึ้น รวมถึงบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นเป็นปัจจัยสำคัญที่สุด

ย้อนไปดูสถิติยอดขายและกำไรที่ผ่านมาของ KCG จนกระทั่งทุบตัวเลขใหม่ ดังนี้

  • ปี 2566 รายได้ 7,204.7 ล้านบาท กำไร 304.9 ล้านบาท

  • ปี 2567 รายได้ 7,790.3 ล้านบาท กำไร 405.8 ล้านบาท

  • ปี 2568 รายได้ 8,645.5 ล้านบาท กำไร 503.3 ล้านบาท

[ คาดการณ์ว่าราคาสินค้าปี 2569 ‘ยังทรงตัว’ ]

สำหรับตลาดผลิตภัณฑ์เบเกอรี่ ชีส และเนย ซึ่ง KCG ครองสัดส่วนใหญ่อยู่ตอนนี้มองว่า ราคาต้นทุนวัตถุดิบเฉลี่ยในปี 2569 แนวโน้มค่อนข้าง‘ทรงตัว’ ต่อเนื่องจากปี 2568

ขณะเดียวกัน KGC จะมีกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์เนยเพิ่มขึ้นจาก 18,596 ตัน เป็น 23,261 ตันต่อปี อานิสงส์จากการปรับปรุงสายการผลิตและขยายกำลังการผลิตผลิตภัณฑ์เนยเสร็จสิ้นในช่วงกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา

โดยแผนการดำเนินธุรกิจในปีนี้ KCG เตรียมจะลงทุนในหลายโครงการ เช่น

  • เพิ่มระบบ Automation เช่น ระบบสายพานลำเลียงอัตโนมัติ (Conveyor) และระบบหุ่นยนต์จัดเรียงสินค้า (Robotic Palletizer)
  • ติดตั้งระบบอนุรักษ์ความร้อน
  • ติดตั้ง Solar Rooftop เพิ่มเติม
  • ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลเพิ่มความแม่นยำในการพยากรณ์ยอดขาย การบริหารสินค้าคงคลัง
  • วางแผนและบริหารกำลังคนให้เหมาะสมขึ้น เพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายที่เป็นต้นทุน

นอกจากนี้ ‘ดำรงชัย’ มองว่าเศรษฐกิจไทยยังมีความเสี่ยงรอบด้าน แต่บริษัทฯ พยายามเสริมความแข็งแกร่งให้กับผลิตภัณฑ์และช่องทางการจำหน่ายหลัก รวมไปถึงเพิ่มการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ตลาดต้องการ และที่สำคัญเพิ่มพันธมิตรทางธุรกิจที่เสริมกันได้ การขยายไปตลาดต่างประเทศ และสุดท้ายคือเพิ่มช่องทางการจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...