โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เลือดนองตลาดหุ้น

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

วานนี้เป็นครั้งที่ 6ของตลาดหุ้นไทยที่ใช้มาตรการ Circuit Breaker” พักการซื้อขาย 30 นาที หลังดัชนีรูดหนัก 8% ซึ่งเป็นผลมาจากสงครามที่เกิดขึ้นระหว่าง “อิหร่าน”กับ “สหรัฐฯ”โดยมีตัวแสบอย่าง “อิสราเอล”คอยจุ้นจ้านตลอดเวลาแบบนี้..มันทำให้เสียงของผู้คนทั่วโลกแตกออกเป็น 2 ฝั่ง เพราะมีผู้ที่เห็นด้วยกับการกระทำของสหรัฐฯ เปิดก่อน ส่วนอีกฝั่งที่ไม่เห็นด้วยก็มองว่า ทรัมป์เป็นคนบ้าอำนาจ เลยทำให้โลกปั่นป่วนไปหมดพะยะค่ะ

ที่น่าสนใจคือ ปัญหาสงครามดังกล่าวจะจบลงใน 4 สัปดาห์เหมือนที่ตาแก่พ่นน้ำลายไว้หรือเปล่า? เพราะสิ่งที่ทุกคนรับรู้ตอนนี้ก็คือ เปิดหน้าแลกหมัดให้ตายไปข้างหนึ่ง หลังมีการงัดอาวุธรุ่นใหม่ออกมาสาดใส่กันไม่หยุด และเมื่อเทียบสงครามที่เกิดขึ้นระหว่าง “รัสเซีย”กับ “ยูเครน”ที่กินเวลายือเยื้อนานถึง 3 ปีแบบนี้..เศรษฐกิจทั่วโลกคงพังเละเทะเกินบรรยาย และตลาดหุ้นทั่วโลกย่อยยับอีกนานแน่ ๆ เจ้าค่ะ

ด้วยเหตุดังกล่าวทำให้ “โมนิก้า” ต้องย้อนอดีตในช่วงที่หุ้นไทยตกหนัก จนต้องใช้มาตรการพักซื้อขายชั่วคราว มันมีต้นตอจากเรื่องอะไรบ้าง? โดยครั้งแรกที่มาตรการดังกล่าวถูกนำมาใช้เกิดขึ้น 19 ธ.ค. 49 ซึ่งเป็นผลมาจากมาตรการกันสำรอง 30%ของธนาคารแห่งประเทศไทย หรือที่เรียกกันว่า “Black Tuesday” ส่วนครั้งที่ 2เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 10 ต.ค. 51วิกฤตสินเชื่อซับไพรม์หรือที่เรียกกันว่า “Hamburger Crisis” จำกันได้บ่

ส่วนครั้งที่ 3เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 มี.ค. 63 ซึ่งเป็นผลมาจากวิกฤตการแพร่ระบาดของโควิด 19และครั้งที่ 4ก็เป็นผลต่อเนื่องจากวันก่อน จึงทำให้วันที่ 13 มี.ค. 63 ต้องใช้มาตรการพักซื้อขายอีกครั้งและที่น่าสนใจคือครั้งที่ 5ซึ่งเป็นผลสืบเนื่องวิกฤตการโควิด 19 ที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้วันที่ 23 มี.ค. 63 หยุดซื้อขายชั่วคราวในระหว่างวัน อีฉันเลยเกิดอาการหวั่นใจว่า เที่ยวนี้จะซ้ำรอยเหตุการณ์ในปี 63 เจ้าค่ะ

เนื่องจากไม่มีใครรู้ว่า เรื่องราวดังกล่าวจะจบเร็วจริงไหม? และจะมีแรงกระเพื่อมอื่น ๆ ตามมาอีกไหม? รวมทั้งพฤติกรรมกระหายสงครามของคนบ้าอำนายอย่าง “ทรัมป์”จะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณอีกหรือเปล่า? ล้วนเป็นตัวแปรหลักที่ทำให้ทั่วโลกจมดิ่งอยู่ในความมืดมนต่อไปอีกระยะหนึ่ง และที่น่าเป็นห่วงจริง ๆ ก็คือ หากมีการยกระดับสงครามที่มีความรุนแรงขึ้นกว่าเดิม ตลาดหุ้นก็คงร่วงลงอีกแน่ ๆ ตัวเอง

ตรงนี้แหละที่ “โมนิก้า” อยากให้นักลงทุนหันกลับไปมองสถานการณ์ตลาดหุ้นไทยในปี 63ให้ดีเป็นพิเศษ เพราะในเดือน มี.ค.มีการใช้มาตรการพักการซื้อขายชั่วคราวถึง 3 ครั้ง ขณะที่เดือน มี.ค. 69เพิ่งเริ่มใช้มาตรการครั้งแรก และมีความเป็นไปได้สูงที่จะได้ใช้มาตรการดังกล่าวอีก เพราะวันนี้ทั่วโลกต่างอยู่ในอาการแพนิกกันเป็นแถว ผนวกกับการค้าขายทั่วโลกก็หยุดชะงักแบบนี้..หุ้นมันจะขึ้นได้อย่างไรล่ะจ๊ะ

คิดดูแล้วกัน!..ขนาดบ้านเราอยู่ห่างจากการสู้รบ ยังกลัวเรื่องน้ำมันขาดแคลนจนประชาชนแห่เข้าปั๊มเพื่อตุนน้ำมันให้ได้มากสุด หลังรู้ข่าวเรื่องน้ำมันสำรองของประเทศใช้ได้แค่ 60 วันและรัฐบาลจะตรึงราคาน้ำมันไว้เป็นเวลา 15 วัน เพียงแค่นี้ก็ทำให้ชาวบ้านร้านช่องก็รู้ได้ทันทีว่า ข้าวของมีโอกาสปรับตัวแพงขึ้นแบบนี้..เศรษฐกิจในประเทศจะเดินกันอย่างไรล่ะตัวเอง

งานนี้บอกได้ทันทีว่า การที่ดัชนีร่วงไปมากถึง 117 จุด ก่อนจะมีการตีกลับขึ้นมาปิดที่ระดับ 1,384.61 จุด ลบไป81.90 จุดด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1.59 แสนล้านบาท แถมเป็นการรูดทะลุทุกแนวรับไปหมดแล้ว มันเป็นภาพที่ย้ำเตือนให้นักลงทุนรู้ว่า หากสถานการณ์สงครามเลวร้ายลงกว่าเดิม น่าจะมีแรงขายออกมาอีกเป็นจำนวนมากทุกช่องทาง ไม่ว่าจะขายหุ้นโดยตรงและการทำชอร์ตเซล หรือแม้กระทั่งพุทออปชัน ก็มีสิทธิ์ได้เห็นอีกรอบนะคะ

โมนิก้าและทีมงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...