โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

THCOM โชว์งบปี 68 พลิกกำไร 40 ล้าน รับรู้โปรเจ็กต์ GISTDA ต้นทุนการเงิน-ค่าใช้จ่ายลด

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 10 ก.พ. เวลา 14.28 น. • เผยแพร่ 10 ก.พ. เวลา 14.01 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัท ไทยคม จำกัด (มหาชน) หรือ THCOM รายงานผลการดำเนินงานงวดปี 2568 มีกำไรสุทธิ ดังนี้

โดยมีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จำนวน 40 ล้านบาท ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยสามารถพลิกกลับมามีกำไรเมื่อเทียบกับผลขาดทุนจำนวน 23 ล้านบาทในปี 2567 สะท้อนให้เห็นว่าบริษัทยังคงสามารถรักษาความสามารถในการสร้างกำไรสุทธิได้ แม้จะต้องเผชิญกับความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนจากการแข็งค่าของเงินบาท ซึ่งส่งผลให้บริษัทต้องรับรู้ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง แต่รายการดังกล่าวเป็นรายการที่ไม่ใช่เงินสดและไม่สะท้อนถึงผลการดำเนินงานหลักของบริษัท

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานในปี 2568 บริษัทมีรายได้รวมจากการขายและการให้บริการ รายได้ค่าก่อสร้าง และรายได้อื่นรวมทั้งสิ้นจำนวน 2,737 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจำนวน 316 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 13.1% จากรายได้รวมจำนวน 2,420 ล้านบาทในปี 2567 ปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการแก่คู่ค้ารายหนึ่งจำนวน 317 ล้านบาท (รายละเอียดตามหมายเหตุประกอบงบการเงินข้อที่ 20) รวมถึงความสำเร็จในการลงนามสัญญากับสำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA เพื่อเป็นผู้จัดหาระบบจานสายอากาศและระบบปฏิบัติการภาคพื้นดินสำหรับรับสัญญาณและควบคุมกลุ่มดาวเทียม THEOS ซึ่งในปี 2568 มีรายได้ตามความคืบหน้าของโครงการจำนวน 153 ล้านบาท ตอกย้ำความเป็นผู้นำและความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมดาวเทียมกว่า 30 ปี

ในส่วนของกำไรจากการดำเนินงานสำหรับปี 2568 อยู่ที่ 401 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจำนวน 291 ล้านบาท หรือเติบโต 267.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้าที่ทำได้ 109 ล้านบาท การเติบโตนี้ได้รับปัจจัยหนุนจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ควบคู่กับการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายอย่างมีประสิทธิภาพ หากพิจารณาเฉพาะธุรกิจด้านดาวเทียม บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานที่ไม่รวมธุรกิจที่ไม่เกี่ยวข้องกับดาวเทียมและส่วนแบ่งขาดทุนจากธุรกิจโทรคมนาคมสูงถึง 432 ล้านบาท ซึ่งสูงกว่ากำไรจากการดำเนินงานปกติ 31 ล้านบาท สะท้อนถึงศักยภาพในการทำกำไรที่แข็งแกร่งของธุรกิจหลัก

ด้านรายได้จากการให้บริการดาวเทียมและบริการที่เกี่ยวเนื่องในปี 2568 อยู่ที่ 2,453 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1% จากปีก่อน โดยบริษัทยังคงให้บริการลูกค้าต่อเนื่องทั้งด้านบรอดคาสต์และบรอดแบนด์ ภายใต้ดาวเทียมไทยคม 7, ไทยคม 8 และการให้บริการแบนด์วิดท์บนดาวเทียมไทยคม 4, ไทยคม 6 จากบริษัท เอ็นที และพันธมิตรต่างประเทศ นอกจากนี้ บริษัทได้เสริมความแข็งแกร่งในตลาดอินเดียผ่านความร่วมมือกับ Hughes Communications India Private Limited และ Nelco Limited เพื่อยกระดับบริการบรอดแบนด์ในภาคอุตสาหกรรมสำคัญ ทั้งการเงิน พลังงานหมุนเวียน การทำเหมืองแร่ และการสื่อสารทางทะเล

ขณะเดียวกัน บริษัทประสบความสำเร็จในการขยายธุรกิจบริการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงพื้นที่ (Geospatial Intelligence: GEOINT) ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตดีในระยะยาว ผ่านโครงการร่วมกับภาครัฐและเอกชน อาทิ แพลตฟอร์มติดตามร่องรอยการเผาไหม้ในไร่อ้อยให้แก่สำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.), โครงการพัฒนาเทคโนโลยีการเกษตรให้แก่สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (สวก.), โครงการโดรนให้แก่ GISTDA และโครงการ CarbonWatch ที่ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำอย่าง บมจ.โกลบอลกรีนเคมิคอล (GGC), บริษัท ผลิตภัณฑ์และวัตถุก่อสร้าง (CPAC) ในเครือเอสซีจี และมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์

ทางด้านต้นทุนและค่าใช้จ่าย บริษัทมีต้นทุนขายและการให้บริการรวม 1,596 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.4% ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่หากไม่รวมต้นทุนค่าก่อสร้าง ต้นทุนขายและการให้บริการปรับตัวลดลงจากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 15.9% เหลือ 749 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินลดลง 28.8% เหลือ 91 ล้านบาท จากการชำระคืนเงินกู้ยืม นอกจากนี้ บริษัทมีรายได้อื่นจำนวน 262 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีเพียง 8 ล้านบาท เนื่องจากมีการบันทึกกำไรจากการตัดจำหน่ายเจ้าหนี้ที่เกี่ยวข้องกับอาคารและอุปกรณ์จำนวน 235 ล้านบาท เนื่องจากหมดภาระผูกพันตามสัญญา

ส่วนแบ่งกำไร(ขาดทุน)จากเงินลงทุนในการร่วมค้าปี 2568 มีจำนวนขาดทุน 39 ล้านบาท ใกล้เคียงกับปีก่อน สาเหตุหลักมาจากผลขาดทุนใน บริษัท ลาว เทเลคอมมิวนิเคชั่นส์ มหาชน (LTC) แม้รายได้และกำไรของ LTC จะเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แต่ได้รับผลกระทบจากต้นทุนทางการเงินของ บริษัท เชนนิงตัน อินเวสเม้นท์ส พีทีอี จำกัด (Chen) และค่าเงินกีบ อย่างไรก็ตาม ในระยะยาวบริษัทได้รับปัจจัยบวกจากนโยบายปรับโครงสร้างราคาค่าบริการโทรคมนาคมของ สปป.ลาว ซึ่งจะช่วยให้ส่วนแบ่งผลขาดทุนฟื้นตัวและมีแนวโน้มพลิกกลับมาเป็นกำไรได้ในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...